สหพันธ์ขนส่งฯค้านหัวชนฝา!! สิบล้อวิ่งได้แค่ 4 ชม.กระทบส่งออก ปัดต้นเหตุทำรถติด
กลุ่มสหพันธ์ขนส่งฯบุกคมนาคมยื่นหนังสือ "ศักดิ์สยาม"คัดค้านจำกัดเวลารถบรรทุก-กฎหมายจราจรใหม่ หวั่นกระทบภาคส่งออก-ฉุดงานก่อสร้างรถไฟฟ้าเมืองหลวงล่าช้า ชงสร้างจุดจอดรถบรรทุก 4 มุมเมือง
กลุ่มสหพันธ์ขนส่งฯบุกคมนาคมยื่นหนังสือ "ศักดิ์สยาม"คัดค้านจำกัดเวลารถบรรทุก-กฎหมายจราจรใหม่ หวั่นกระทบภาคส่งออก-ฉุดงานก่อสร้างรถไฟฟ้าเมืองหลวงล่าช้า ชงสร้างจุดจอดรถบรรทุก 4 มุมเมือง
นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังจากยื่นหนังสือร้องเรียนให้กับนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม คัดค้านการจำกัดเวลารถบรรทุกและกฏหมายจราจรใหม่ ว่า สหพันธ์ขนส่งฯไม่เห็นด้วยกับนโยบายจำกัดเวลารถบรรทุกวิ่งแค่ 00.00-04.00 น. เพียง 4 ชั่วโมงนั้น ซึ่งทางสมาคมผู้ขนส่งสินค้าและรถบรรทุก ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะจะกระทบกับเศรษฐกิจและการก่อสร้างรถไฟฟ้ารวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆในเมืองหลวงตลอดจนภาคประชาชน เรียกได้ว่ากระทบทั้งต้นน้ำกลางน้ำและปลายน้ำ จึงต้องการให้รมว.คมนาคมทบทวนมาตรการดังกล่าว
ทั้งนี้ทางสหพันธ์ขนส่งฯยืนยันว่าต้องการให้กระทรวงคมนาคมใช้มาตรการเวลาเดิมที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ช่วงเวลา 10.00-15.00 น. และช่วงเวลา 21.00-05.00 น. เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมไม่ทำให้รถติดและเป็นเรื่องที่มีการศึกษามาเหมาะสมแล้ว ขณะนี้ยืนยันว่าไม่ยอมรับนโยบายดังกล่าวแน่นอน
ล่าสุดบริษัทก่อสร้างหลายแห่งได้รายงานมายังสหพันธ์ขนส่งฯว่าหากดำเนินการนโยบายนี้จะทำให้งานก่อสร้างในเมืองหลวงที่มีอยู่ล่าช้าแน่นอน ส่วนด้านอุตสาหกรรมการผลิตจะมีต้นทุนมากขึ้นเนื่องจากการจ้างแรงงานช่วงกลางคืนต้องจ่ายค่าแรงล่วงเวลามากกว่าปกติถึง 2-3 เท่า ดังนั้นเอกชนจะผลักภาระดังกล่าวไปลงที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปกติของกลไกราคาสินค้าไทยอยู่แล้วว่ามีแต่ปรับขึ้น ไม่มีปรับลดลง
นอกจากนี้จากการเก็บข้อมูลของสหพันธ์ขนส่งฯ พบว่ารถบรรทุกไม่ใช่สาเหตุสำคัญของรถติด เนื่องจากช่วง 15.00-21.00 ที่ไม่มีรถบรรทุกวิ่งในเมืองหลวงก็ยังพบว่ามีปัญหารถติดตามปกติ เพราะบนถนนมีทั้งรถส่วนบุคคล รถเมล์และรถแท็กซี่ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร
อย่างไรก็ตามต้องการเสนอให้กระทรวงคมนาคมสร้างจุดจอดรถบรรทุกขนาดใหญ่(Truck terminal)บริเวณ 4 มุมเมืองของกรุงเทพ เพื่อให้รถบรรทุกจอดรอในช่วงเวลาที่ห้ามวิ่ง หากจะใช้มาตรการดังกล่าวจริง เพราะหากให้รถสิบล้อทุกคนจอดรอริมถนนน่าจะมีความยาวหางแถวไม่ต่ำกว่า 50 กม. อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้สัญจรได้
นายอภิชาติ กล่าวว่า นอกจากนี้สหพันธ์ขนส่งฯยังได้ยื่นเรื่องถึงกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลเพื่อคัดค้านการออกกฎหมายพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2562 ซึ่งจะมีการบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย. 2562 เพราะจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะแนวทางการเพิ่มโทษปรับ 5 เท่า หากไม่ไปชำระโทษปรับตามกำหนดเวลานั้น ส่งผลให้โทษปรับเบื้องต้นเดิม 500-1,000 บาทนั้น เพิ่มขึ้นถึงระดับ 5,000 บาท ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน
การบังคับใช้กฎหมายใหม่ระยะเวลากระชั้นชิดไปไม่มีเวลาให้ผู้ประกอบการปรับตัว ทั้งยังเป็นการเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในการเอาผิดผู้ขับขี่ โดยไม่มีบรรทัดฐานใดมาวัดและกำกับดูแลความเสมอภาคในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม ดังนั้นภาคประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งจึงต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางออกกฎหมายลูกของพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งจะเกิดขึ้นภายใน 90 วันหลังจากประกาศใช้ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ ปัจจุบันการบังคับใช้กฎหมายจราจรมีความซับซ้อนกันอย่างมากทั้งกฎหมายจราจร กฎหมายทางหลวงและกฎหมายขนส่ง ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาจัดระเบียบกฎหมายด้านการขนส่งให้มีความชัดเจนด้วยทั้งการบังคับใช้และผู้มีอำนาจบังคับใช้เพราะอาจทำให้ประชาชนสับสนได้
สำหรับแนวทางการลดปริมาณรถบรรทุกบนถนนพระราม 2และเส้นทางลงใต้ นั้น ขณะนี้มีความคืบหน้าการศึกษาปรับรูปแบบการขนส่งจากทางถนนเป็นทางน้ำแทน โดยใช้แพขนานยนต์(RoRo Boat)เพื่อนำรถบรรทุกลงเรือแล้วไปขึ้นที่ท่าเรือปลายทางในภาคใต้ ซึ่งมีความชัดเจน 2 เส้นทางที่มีเอกชนสนใจลงทุนได้แก่ 1.เส้นทางท่าเรือบางสะพาน(ท่าเรือประจวบ) – ท่าเรือแหลมฉบัง/ศรีราชา ระยะทาง 250 กม. ใช้เวลาเดินทาง 6 ชม. 2.เส้นทางท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือน้ำลึกสงขลา ระยะทาง 350 ไมล์ทะเล ใช้ระยะเวลาขนส่ง 19-20 ชม. เร็วกว่าการขนส่งบนถนน 4 ชม.
อย่างไรก็ตามเอกชนที่สนใจลงทุนทั้ง 2 เส้นทางคือ บริษัท ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด สำหรับแผนในช่วงแรกจะใช้เรือ RoPax จำนวน 2 ลำ วงเงินลงทุนราว 1,600 ล้านบาท รองรับรถบรรทุกได้ 128 คัน/ลำ และผู้โดยสารเกือบ 2,000 คน/ลำ กลุ่มเป้าหมายสินค้าได้แก่ ยางพารา สัปปะรด ปาล์ม รถยนต์ สินค้าอุปโภคบริโภคและนักท่องเที่ยว โดยกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ดูแลจราจรทางน้ำและการพัฒนาท่าเรือรองรับ ซึ่งทำได้ไม่ยากเพราะใช้ท่าเรือขนาดความลึกของน้ำเพียง 5 เมตร ปัจจุบันมีรถบรรทุกบนถนนพระราม 2 ราว 60,000 คันต่อวัน คิดเป็นสัดส่วน 30%
รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่ากรมทางหลวงได้มีแผนลงทุนถนนพัฒนาถนนเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง วงเงิน 4,788 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนนโยบายดังกล่าวได้แก่ 1. ทล. 331 แยก ทล.36-ต่างระดับมาบเอียง ระยะทาง 15 กม. วงเงิน 900 ล้านบาท 2. ทล. 36 สายกระทิงลาย-ระยอง ระยะทาง 7 กม. วงเงิน 408 ล้านบาท 3.ทล. 3 สายอ.พัทยา-อ.สัตหีบ ระยะทาง 22 กม. วงเงิน 3,000 ล้านบาท 4.ทางแยกจุดตัด ทล.3กับถนนเมืองใหม่เหนือ วงเงิน 240 ล้านบาท 5.สะพานพลับรถบริเวณคลองบางละมุง วงเงิน 240 ล้านบาท


