สหภาพฯทอท.ออกโรงชี้ปม"เซ็นทรัล วิลเลจ"กระทบกฏICAOหวั่นโดนแจกธงแดง

  • วันที่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 17:11 น.

สหภาพฯทอท.ออกโรงชี้ปม"เซ็นทรัล วิลเลจ"กระทบกฏICAOหวั่นโดนแจกธงแดง

สหภาพฯทอท.นัดถก29ส.ค.พร้อมลงพื้นที่ เรียกร้องให้กลุ่มเซ็นทรัลชี้แจงประเด็นให้ชัดเจน ลั่น"เซ็นทรัล วิลเลจ "สร้างในเขตความปลอดภัยทางการบิน หากICAOตรวจพบ ส่งผลโดนธงแดง ใครจะรับผิดชอบ

นายณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ ประธานสหภาพแรงงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า สหภาพแรงงานทอท.ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีมีการก่อสร้าง ห้างเซ็นทรัล วิลเลจ เในเขตความปลอดภัยทางการบิน สนามบินสุวรรณภูมิ นั้น ทอท. อยู่ในสถานะผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 ที่ระบุถึงการรักษาสนามบิน ดูแลการบริการภายในสนามบิน อนุญาตให้เป็นไปมาตรฐานที่กำหนดในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ประกอบกับกฎหมายอื่นที่ประกาศกำหนดให้มีหน้าที่ตามคู่มือการดำเนินงานสนามบินที่มีหน้าที่ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และรายงานตามที่ระบุไว้ในคู่มือ

การดำเนินงานสนามบินทั้งภายในเขตหรือบริเวณใกล้เคียงสนามบิน อันจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยสนามบิน รวมทั้งใช้การดำเนินการตามเงื่อนไขท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ที่สนามบินต้องดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐกำหนดตามกรณีที่ระบุ เช่นกรณี Air display

นอกจากนี้ ทอท.ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายในฐานะสนามบินรับรองสาธารณะใช้ดำเนินการ ได้แก่ 1. พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 หน้าที่ผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ และมาตรา 58 59 60 เรื่องเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ2. เงื่อนไขและข้อจำกัดประกาศท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะทุกแห่ง 3. ข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง

4. Standard and recommend practices ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization – ICAO) ที่รัฐยังออกกฎหมายมาบังคับใช้ไม่ครอบคลุม ก็จะบูรณาการกับผู้เกี่ยวข้อง

ดังนั้น กรณีการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ ในเขตความปลอดภัยทางการบินที่ ทอท.มีอำนาจทางกฎหมายทางการบิน ทอท.จะต้องรับผิดชอบหากไม่ดำเนินการใดๆ เพราะหากมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการ การบินแล้วพบว่า การนำมาตรฐาน ICAO มาใช้บังคับในประเทศ (Effective Implementation หรือ EI) ของประเทศไทยไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย มีข้อบกพร่อง (ติดธงแดง) จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมากกว่านี้

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา การตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะเรื่องความสูงเท่านั้น แต่ยังมี หลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง แม้ว่า พื้นที่ของเซ็นทรัล วิลเลจ จะอยู่นอกเขตสนามบิน แต่ก็เป็นบริเวณใกล้เคียงสนามบิน (vicinity of Aerodrome ) ที่แม้ว่าไม่ได้อยู่ในการกำกับของสนามบินโดยตรง แต่การที่จะมีผู้ใดที่มีพื้นที่ อยู่บริเวณใกล้เคียงสนามบิน โดยเฉพาะในแนวบินร่อนลง (take off & approach ) จะมีกิจกรรมใดๆ หรือใช้พื้นที่ก่อสร้างจะอยู่ภายใต้การกำกับตรวจสอบจากรัฐ (กพท.) ที่จะต้องตรวจสอบกิจกรรมดังกล่าว ว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสนามบินหรือไม่

ทั้งนี้นอกจากการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างอันเป็นสิ่งกีดขวางในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศแล้ว โดย ต้องพิจารณา ประเด็นต่างๆ ดังนี้1. การรบกวนสัญญาณเครื่องช่วยในการเดินอากาศ 2. แสงไฟภายนอกสนามบิน (non aeronautical light ) อันส่งผลต่อการปฏิบัติการบิน ที่ต้องมีการควบคุมตามข้อกำหนด ICAO 3.กิจกรรมที่อาจเกิดมีควัน ที่ส่งผลให้ทัศนวิสัยสนามบินลดลง โดยเฉพาะการมองเห็นทางวิ่งในแนวร่อนลง 4. กิจกรรมที่อาจนำไปสู่การนำนกมาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว

5.Laser emission free zone ที่ต้องมีการควบคุมออกไปภายนอกสนามบินตามข้อกำหนด ICAO 6. กิจกรรมอันส่งผลต่อแผนแม่บทและแผนพัฒนาสนามบิน โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบหลัก ที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ Access capacity ที่เกิดได้จากบริเวณภายนอกใกล้เคียงสนามบิน ที่ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในการทำแผนแม่บท และถูกกำกับจากรัฐ ตามข้อกำหนด

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ อาจส่งผลกระทบต่อสนามบินของ ทอท. อันเกิดจากกิจกรรมภายนอกสนามบินแต่ใกล้เคียงสนามบินที่อยู่นอกเหนือภายใต้การกำกับของ ทอท. จึงขอเสนอให้มีการประชุมหารือในระดับนโยบายสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยเร่งด่วน เพราะหาก ไม่ดำเนินการใดๆ อาจเข้าข่ายว่า ทอท.ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่ราชพัสดุบริเวณดังกล่าว ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และอาจส่งผล ให้ประเทศไทยติดธงแดงอีกครั้ง แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ มีการกระทำที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ผังเมืองหลายประการ อาทิ การถมลำรางสาธารณะ การปลูกสร้างอาคารในพื้นที่ สีเขียวที่มีพื้นที่ใช้สอยมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดย พ.ร.บ.ผังเมืองกำหนดให้อาคารมีพื้นที่ใช้สอยได้ไม่เกิน 2000 ตารางเมตร และหากเป็นพื้นที่ตาบอด ดังเช่นกรณีนี้ จะปลูกสร้างได้เพียง 200 ตารางเมตร ต่อ 1 ใบอนุญาต

อย่างไรก็ตามพื้นที่ใช้สอยสูงสุดของข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าสิ่งปลูกสร้างรวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของพื้นที่ ซึ่งในกรณีนี้มีพื้นที่ รวมประมาณ 100 ไร่ แต่จากการแถลงข่าวของเซ็นทรัล ทราบว่าห้างเซ็นทรัล วิลเลจ จะมีพื้นที่ใช้สอยราว 4 หมื่น ตารางเมตร คิดเป็น 25 ไร่ หรือร้อยละ 25 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเกินเพดานกฎหมายที่กำหนดไว้

ขณะที่พื้นที่สีเขียวแปลงดังกล่าว ยังอยู่ในข้อบังคับที่ห้ามให้มีการก่อสร้างโรงแรม และยังมีการผิดดำเนินการที่เข้าข่ายผิดกฎ ICAO อีกหลายประการตามที่ได้กล่าวข้างต้น

ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้เซ็นทรัลชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะ ทอท.ไม่สามารถ เป็นผู้สนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองได้ ทั้งนี้สหภาพแรงงาน ทอท.กำหนดให้มีการประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะนำคณะกรรมการลงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างต่อไป

 

ข่าวอื่นๆ