เกษตรปิ๊งไอเดีย ตั้ง 'ซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์' นำร่องนครปฐมแห่งแรก

  • วันที่ 24 ส.ค. 2562 เวลา 15:42 น.

เกษตรปิ๊งไอเดีย ตั้ง 'ซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์' นำร่องนครปฐมแห่งแรก

'มนัญญา'ลงพื้นที่ มอบนโยบายกรมส่งเสริมสหกรณ์ เร่งขยายตลาดสินค้าสหกรณ์ ตั้งทีมศึกษา เปิดซุปเปอร์มาร์ตสหกรณ์ ขนสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพมาจำหน่าย

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการประชุมให้นโยบายแก่ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่กำกับดูแล คือ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร ที่จังหวัดอุทัยธานี ว่า ต้องการให้หน่วยงานที่ตนเองกำกับดูแลหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะการเกษตรจะสำเร็จได้คือต้องมีดิน น้ำ ลม ไฟ เพื่อให้ผลผลิตของการเกษตรของไทยมีคุณภาพและปลอดภัย เป็นครัวของโลกได้ และพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายในการสร้างระบบแบ่งปันผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะเข้าไปดูแลการบริหารสหกรณ์ให้มีความเป็นธรรม ไม่มีการขูดรีดดอกเบี้ยจากสมาชิกที่ล้วนเป็นเกษตรกรที่ยากจน

" ต่อไปจะพาทุกกรม ลงพื้นที่เพื่อไปดูว่าเกษตรกรเดือดร้อนอย่างไร ไม่ใช่เพียงแต่เอานโยบายของกระทรวงลงไปสนับสนุนเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าความต้องการของเกษตรกรคืออะไร โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่พบมากขึ้น เกษตรกรส่วนใหญ่ยังมีหนี้สินสะสม บางคนกู้หนี้ปีละหลายหมื่นบาท จะหาเงินมาชำระหนี้และกลับไปกู้ใหม่ เป็นการกู้วนซ้ำแบบนี้ไม่ถูก และจะต้องไปตรวจดูการปล่อยเงินกู้ของสหกรณ์ด้วยว่า มีการขูดรีดดอกเบี้ยจากสมาชิกหรือไม่ เนื่องจากมีนโยบายเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นจะต้องมาช่วยแก้ไขให้ระบบนี้ให้ถูกต้อง การช่วยเหลือของสหกรณ์อย่ารอปันผลสิ้นปี ต้องช่วยเหลือทุกครั้งที่สมาชิกเดือดร้อน “น.ส.มนัญญากล่าว

ทั้งนี้สิ่งที่จะทำต่อไปคือการเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน โดยสนับสนุนการทำอาชีพเสริมผ่านระบบสหกรณ์ และมีนโยบายที่จะทำซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ เพื่อเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ที่มีคุณภาพ ทั้งเนื้อ นม ไข่ ข้าวสาร ผัก ผลไม้ อาหารแปรรูป กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ เบื้องต้น จะตั้งกรรมการศึกษารูปแบบซุปเปอร์มาเก็ตสหกรณ์ในสัปดาห์หน้า และจะเริ่มนำร่องที่จังหวัดนครปฐม เร็วๆนี้จะได้ให้เห็นแน่นอน เพื่อจะดึงเม็ดเงินไหลกลับไปสู่เกษตรกร เพื่อให้มีรายได้เพียงพอสำหรับเลี้ยงครอบครัวและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า กรมฯได้วางแนวทางพัฒนาสหกรณ์ ในปี 2563 โดยจะเน้นการพัฒนาธุรกิจสหกรณ์เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิก โดยจะมีการบริหารแปลงใหญ่แบบครบวงจรโดยใช้สหกรณ์ในพื้นที่เข้าไปบริหารจัดการผลผลิต แปรรูป จนถึงการหาตลาดมารองรับ การพัฒนาการผลิตของสมาชิกให้ได้มาตรฐานการเกษตร GAP และมาตรฐานออร์แกนิค การสนับสนุนองค์ความรู้ในวิทยาการสมัยใหม่ นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาการผลิตสินค้า การบริหารจัดการเครื่องจักรกลการเกษตร การจัดการผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว

การพัฒนาระบบ GMP กระบวนการแปรรูปสินค้าสหกรณ์ เพื่อลดการสูญเสียในขั้นตอนการผลิตและต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่า รวมถึงยกระดับสหกรณ์ในอำเภอเป็นศูนย์รวบรวมสินค้าการเกษตรที่สำคัญ เพื่อเก็บชะลอไม่ให้ทะลักสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพด้านราคาสินค้าให้กับเกษตรกร

“จะพัฒนาระบบธุรกรรมสินค้าการเกษตรด้วยเทคโนโลยีด้วยระบบบล็อกเชน ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการจ้างผู้เชี่ยวชาญศึกษาและวางระบบนี้เพื่อให้สหกรณ์นำไปใช้ และที่สำคัญคือการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเพื่อดึงคนเข้ามาศึกษาดูงานและจัดกิจกรรมที่สหกรณ์ เพื่อเพิ่มรายได้ให้สมาชิกผ่านโครงการไมซ์เพื่อชุมชน” นายพิเชษฐ์กล่าว

 

ข่าวอื่นๆ