คมนาคม จี้'การบินไทย'แจงข้อมูลจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำแบบรอบด้าน หวั่นซ้ำรอยขาดทุน

  • วันที่ 17 ส.ค. 2562 เวลา 19:00 น.

คมนาคม จี้'การบินไทย'แจงข้อมูลจัดซื้อเครื่องบิน 38 ลำแบบรอบด้าน หวั่นซ้ำรอยขาดทุน

เผยแผนจัดซื้อแบบผสมผสานเพราะไม่อยากผูกติดกับแผนส่งมอบเครื่องบินกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ด้าน 'ถาวร' ติงปัญหาเกิดจากในอดีต'การบินไทย'ไม่ทำตามหลักการลงทุน พร้อมแจง'ตั๋วแพง'ไม่ใช่ประเด็น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ 38 ลำ วงเงิน 1.56 แสนล้านบาท นั้นทางผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ยืนยันว่าจะไม่เป็นภาระของงบประมาณ โดยจะทำการกู้ในนามบริษัทและรับภาระความเสี่ยงไว้แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งตนก็ได้แนะนำไปว่าต้องจัดซื้อเครื่องบินที่ได้มาตรฐานโลกเพื่อแข่งขันกับสายการบินรายอื่นให้ได้ โดยการบินไทยให้เหตุผลที่จัดซื้อเครื่องบินจำนวนมากในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการปรับปรุงฝูงบิน (Overhual) ครั้งใหญ่

อย่างไรก็ตามการจัดซื้อครั้งนี้นั้น การบินไทยจัดซื้อแบบผสมผสานจากสองบริษัท คือ บริษัทแอร์บัส และ บริษัทโบอิ้ง แบ่งเป็น 2 ล็อตอย่างละครึ่ง ซึ่งการบินไทยชี้แจงว่า เหตุผลที่ต้องจัดซื้อแบบผสมผสานนั้นเพราะไม่อยากผูกติดแผนส่งมอบเครื่องบินไว้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เกรงว่าจะกระทบกับการดำเนินงานหากมีการส่งมอบล่าช้า

นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ปัญหาการจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นของการจัดซื้อเครื่องบินใหม่ในอดีต คือ การบินไทยไม่ดำเนินการตามหลักลงทุน คือ ต้องวางแผนก่อนเป็นอันดับแรก (Plan) ก่อนเริ่มการจัดซื้อ (Buy) และทำการบิน (Fly) ทว่าการบินไทยเริ่มซื้อก่อน (Buy) แล้วทำการบินแบบไม่มีแผน (Fly without Plan) ส่งผลให้ขาดทุนมากถึงหลายพันล้านบาท

ดังนั้นการเสนอแผนเช่าเครื่องบินก่อน 3 ลำแรกของการบินไทยนั้นตนไม่ขัดข้องหากสามารถชี้แจงได้ว่ารายรับมากกว่ารายจ่าย สามารถซื้อได้เลย แต่ทั้งนี้ตนจะต้องเรียกขอข้อมูลหลากหลายด้านประกอบด้วย ทั้งการวิเคราะห์ตลาด พฤติกรรมลูกค้าเป้าหมาย รายละเอียดเส้นทางบิน ค่าใช้จ่าย รายได้ที่จะเกิดขึ้นและความคุ้มค่าการใช้เครื่องบิน (Aircraft Utilization) เป็นต้น

นอกจากนี้กระบวนการเช่ายังต้องเปิดกว้างให้ทุกบริษัทยื่นข้อเสนอได้ โดยเลือกข้อเสนอที่ดีสุด

นายถาวร กล่าวถึงการเปิดเสรีน่านฟ้าจนส่งผลกระทบต่อรายได้ของการบินไทยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นในยุคของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ถือเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วหากจะกลับมาจำกัดน่านฟ้าตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้ วันนี้ก็ไม่มีสิทธิ์บ่นแล้วต้องคิดว่าทำอย่างไรจะบริหารให้อยู่รอดเพราะสายการบินอื่นที่ดำเนินธุรกิจในไทยก็ยังมีกำไร

ส่วนประเด็นด้านตั๋วโดยสารที่มีราคาแพงกว่าสายการบินอื่นนั้น ตนคิดว่าไม่ใช่ปัจจัยโดยตรงที่จะทำให้ผู้โดยสารไปใช้บริการสายการบินอื่น เนื่องจากลูกค้ามีกลุ่มความต้องการที่หลากหลาย มีกลุ่มลูกค้าที่ดูเรื่องคุณภาพบริการด้วยไม่ใช่แค่เรื่องราคา

ดังนั้นจึงต้องเจาะกลุ่มลูกค้าที่สามารถสร้างรายได้จำนวนมาก ส่วนการแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำกับไทยสมายล์นั้นเปรียบได้กับการขายสินค้าราคา 50 บาทมีบริการที่ดีกว่าสินค้าราคา 30 บาท แต่คนขายสินค้า 30 บาทมีกำไรทุกวัน ขณะที่คนขายสินค้า 50 บาทขาดทุนลงเรื่อยๆ

ข่าวอื่นๆ