จี้รัฐทบทวนแผนPDP-ปฏิรูปองค์กรผูกขาดพลังงานของประเทศ

  • วันที่ 16 ส.ค. 2562 เวลา 15:51 น.

จี้รัฐทบทวนแผนPDP-ปฏิรูปองค์กรผูกขาดพลังงานของประเทศ

เครือข่ายเทใจให้เทพาไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน บุกร้อง "สนธิรัตน์" จี้ทบทวนแผนPDP-ปฏิรูปองค์กรผูกขาดพลังงานของประเทศ

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ที่กระทรวงพลังงาน ชาวบ้านในนามเครือข่ายเทใจให้เทพาไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้เดินทางมายื่นหมายเปิดผนึกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อขอให้ทบทวนแผนพีดีพี โดยให้ยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงถ่านหินผลิตพลังงานไฟฟ้า

ทั้งนี้ในจดหมายระบุว่า พวกตนมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเรียนนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเสนอทางออกของพลังงานของภาคใต้ อันจะเป็นแนวทางให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างแท้จริงในระยะยาว และเชื่อว่าจะนำไปสู่การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานมากที่สุดในอนาคต โดยมีเหตุผลและข้อเสนอแนะสำคัญ 4 ประการ

1. รัฐบาลจะต้องเท่าทันกระแสการพัฒนาที่ยังยืนที่สหประชาชาติได้ประกาศไว้ในเวทีโลก ซึ่งรวมถึงการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืน ปลอดภัย ทั้งนี้ได้มีการพูดถึงวิธีการควบคุม การลดกิจกรรมหรือโครงการที่คาดว่าจะสร้างมลพิษให้กับชั้นบรรยากาศโลกเพิ่มขึ้น อันเป็นไปตามคำประกาศปฏิญญาสากลของเวทีประชุมเพื่อลดโลกร้อนเมื่อปี พ.ศ. 2558 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีร่วมลงนามในการประชุมครั้งนี้ด้วย

2. กระทรวงพลังงานต้องทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) โดยต้องยอมรับข้อตกลงประชาคมโลกที่ต้องการลดการใช้พลังงานฟอสซิลที่กำลังหายาก มีต้นทุนสูง และไม่สะอาดปลอดภัยจริง โดยต้องหันไปพัฒนา หรือสร้างเทคโนโลยีเพื่อให้มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และจะต้องมีการระบุเป้าหมายที่ชัดเจนที่จะเร่งผลิตพลังงานลักษณะนี้ให้เป็นพลังงานกระแสหลักของประเทศให้ได้ ดังที่ประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลายกำลังดำเนินนโยบายนี้อย่างเป็นรูปธรรม

3. กระทรวงพลังงานต้องกล้าที่จะประกาศวาระแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงพลังงานได้อย่างแท้จริง โดยการแก้ไขกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่ขัดกับแนวทางดังกล่าว และจะต้องพัฒนาระบบ หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกันเพื่อให้มีราคาถูก และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อันจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนได้สามารถผลิต และพัฒนาระบบไฟฟ้าใช้เองได้อย่างเสรี

4. กระทรวงพลังงานต้องทบทวนบทบาทหรือปฏิรูปองค์กรที่ผูกขาดด้านพลังงานของประเทศ  เพื่อให้องค์กรเหล่านี้ได้ทำหน้าที่ในบทบาทที่สอดคล้องกับแนวนโยบายเบื้องต้น ที่จะต้องดำเนินการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนโดยรวม  มิใช่เพื่อประโยชน์กับคนบางกลุ่มเท่านั้น ทั้งนี้จะต้องยึดหลักความสะอาด ปลอดภัย ยั่งยืน และประชาชนสามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างเสรีและเป็นธรรม

“หวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะมีความคิดอันก้าวหน้า และมีความกล้าหาญพอที่จะนำพาประเทศนี้ไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนในด้านพลังงานอย่างแท้จริง และเพื่อแสดงออกถึงความจริงใจต่อประชาคมโลกตามที่นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตกปากรับคำไว้”ในหนังสือระบุ

 

ข่าวอื่นๆ