ลุ้นปี63แอร์เอเชียเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-ยุโรปตะวันออก แต่ยังห่วงเศรษฐกิจโลกผันผวน

  • วันที่ 11 ส.ค. 2562 เวลา 11:10 น.

ลุ้นปี63แอร์เอเชียเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพฯ-ยุโรปตะวันออก แต่ยังห่วงเศรษฐกิจโลกผันผวน

'ธรรศพลฐ์' ลั่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปี 62 สุดลำบาก ต้องฉีดยาแรงปลุกสัญญาณชีพ-ฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว อย่างเร็วในช่วงไฮ-ซีซัน

นายโทนี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย กล่าวในงานเปิดตัวลายเครื่องบินแนวคิด "ซัสเทนเอเบิล อาเซียน" (อาเซียนยั่งยืน) บนเครื่องบินแอร์บัส เอ320 จัดขึ้นที่ กรุงเทพฯ ว่าในปี 2563 ยังต้องจับตาดูเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิดว่าจะมีความผันผวนมากน้อยเพียงใด ด้วยมีผลต่อการตัดสินใจเปิดเส้นทางการบินใหม่ของสายการบินแอร์เอเชีย

"แอร์เอเชีย มีแผนขยายเส้นทางบินใหม่ในตลาดยุโรป แต่ยังต้องดูว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยหรือไม่ในปีหน้า และแน่นอนว่าจะเป็นเส้นทางการบินกรุงเทพฯ-ยุโรป" นายเฟอร์นานเดส กล่าว

พร้อมทดสอบการบิน แอร์บัสเอ 330 นีโอ

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากสายการบินแอร์เอเชีย ได้รับรับมอบเครื่องบินใหม่ แอร์บัสเอ 330 นีโอ อากาศยานลำตัวกว้าง จำนวน 365 ที่นั่ง สองเครื่องยนต์ สามารถบินในระยะเวลาที่นานและไกลมากขึ้น โดยในสัปดาห์หน้า แอร์เอเชีย จะนำเครื่องรุ่นดังกล่าว ทดสอบสมรรถภาพการบินในช่วงแรก ก่อนนำไปใช้ให้บริการเชิงพาณิชย์ ต่อไป

สำหรับเส้นทางบินใหม่ของสายการบินแอร์เอเชีย นั้นอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะเปิดเส้นทางบินใหม่ไปยังภูมิภาคยุโรปตะวันออก ด้วยเป็นอีกหนึ่งตลาดท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเติบโตสูงของธุรกิจสายการบิน แต่ทั้งนี้ยังต้องดูสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า เช่น เงินบาทแข็งค่าว่าจะส่งผลกระทบต่อนักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวยุโรปหรือไม่ จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินยุโรปที่แพงขึ้นเมื่อมาไทย เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์ม็อบที่เกิดขึ้นในฮ่องกง นั้น ผู้บริหารสายการบินแอร์เอเชีย ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินของนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ซึ่งยังเปิดให้บริการ 3 เที่ยวบิน ตามปกติ คือ ช่วงเช้า 1 รอบ และ ช่วงเย็น 2 รอบ เส้นทาง กระบี่-ฮ่องกง, ภูเก็ต-ฮ่องกง และ เชียงใหม่-ฮ่องกง มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบิน (โหลดแฟกเตอร์) ในเดือนก.ค.เฉลี่ย 76% และในเดือน ส .ค. เฉลี่ย 84%

ขอด่วน!! ยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยว

นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด หรือ TAA กล่าวว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปีนี้ มีความยากลำบาก จาก 4 ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ คือ 1. จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาไทยลดลง 2. อัตราแลกเปลี่นเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาถึงในขณะนี้ ซึ่งกระทบหนักผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 3. การแข่งขันเรื่องราคาที่มีการเปลี่ยนแปลงในตลาดจีน และ 4. ความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งหายไป จากเหตุการณ์ระเบิดในกรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้

"ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เคยเจอวิกฤตหลายครั้งทั้ง เหตุการณ์สึนามิ น้ำท่วมใหญ่ปี2554 การปฎิวัติ และครั้งล่าสุดในรอบนี้ ซึ่งแม้ว่าเราจะเจ็บมาจนชาแล้วแต่ก็ยังไม่ชิน ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ต้องฉีดยาแรงเท่านั้น" นายธรรศพลฐ์ กล่าว

จากปัจจัยดังกล่าว เห็นว่าในส่วนของภาครัฐที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย ควรเร่งมือเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆดังที่กล่าวข้างต้นให้ออกมาโดยเร็วที่สุด ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าให้ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้ามาร่วมมือแก้ปัญหาร่วมกัน

ทั้งนี้ ภาครัฐควรเร่งออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวโดยเร็วที่สุด ซึ่งจะเป็นมาตรการชั่วคราว หรือ มาตรการถาวร ก็ได้ เช่น มาตราการฟรี วีซ่า ให้กับนักท่องเที่ยว จากที่ผ่านมาภาครัฐมีแนวคิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน-อินเดีย นั้นมองว่าสามารถลองก่อนได้ หรือ มาตรการลดภาษีสนามบิน จากที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยมีนโยบายดังกล่าว เป็นต้น ด้วยในขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาแข่งขัน แต่จะต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศเดินต่อไป

"จะต้องมีเจ้าภาพมานั่งหัวโต๊ะ ทุกฝ่ายมาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวมาไทย มาแล้วเที่ยวสนุกขึ้น ซื้อของสนุกขึ้น มีแว็ต รีฟันด์ มีการคิดโปรโมชัน กินอาหารเชนไทยแล้วซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ซึ่งหากมียาแรงฉีดเข้ามากระตุ้นทำได้ภายใน 30-60 วันเลยก็จะดี เพราะอาจช่วยให้ตลาดท่องเที่ยวเสมอตัว หรือ ดีขึ้นเล็กน้อยในช่วงไฮ-ซีซัน แต่หากไม่ทำอะไรก็เตรียมตัวได้เลย" นายธรรศพลฐ์ กล่าว

ข่าวอื่นๆ