กนอ.เชื่อมข้อมูลแรงงานต่างด้าว ลดขั้นตอนจ้างงานออกใบอนุญาต
กนอ.ผนึกกรมการจัดหางานบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลแรงงานต่างด้าว ลุยพัฒนา‘สมาร์ทเซอร์วิส’สร้างแรงจูงใจนักลงทุนต่างชาติ
กนอ.ผนึกกรมการจัดหางานบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลแรงงานต่างด้าว ลุยพัฒนา‘สมาร์ทเซอร์วิส’สร้างแรงจูงใจนักลงทุนต่างชาติ
น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่ออำนวยความสะดวกในการบริการแก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม และผู้ประกอบพาณิชยกรรม กับกรมจัดหางาน ว่า เป็นการอำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการพาณิชยกรรมในขั้นตอนการขอและออกใบอนุญาตนำเข้าแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาประกอบอาชีพในนิคมอุตสาหกรรมผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือระบบดิจิทัล โดยการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐทั้งสองแห่งแบบ“สมาร์ทเซอร์วิส”(Smart Services)เพื่อให้ผู้ประกอบการในนิคมฯ ขออนุมัติ อนุญาตผ่านระบบออนไลน์ (Online) ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้รวมถึงการอนุญาตอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ต้องแจ้งให้กรมการจัดหางาน และแจ้งการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรและทำงานในนิคมฯ และกรมการจัดหางานจะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลคนต่างด้าวที่ได้รับใบอนุญาตทำงานให้แก่ กนอ. เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาต ขยายระยะเวลาให้คนต่างด้าวอยู่ต่อในราชอาณาจักรและทำงานในนิคมฯ ช่วยเพิ่มความสะดวกลดขั้นตอน ลดระยะเวลา ลดการใช้เอกสาร และลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการสามารถใช้บริการได้ทุกที่ ทุกเวลา ได้อย่างปลอดภัย
สำหรับการดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 กนอ. จะอำนวยความสะดวกในการเปิดเผยข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตทำงาน ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ให้กับกรมการจัดหางาน และ ระยะที่ 2 กรมการจัดหางาน จะเป็นผู้จัดทำระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)ในรูปแบบดิจิทัล (Digital Work Permit)ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งนับเป็นการพัฒนาระบบบริการที่เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการจัดเก็บข้อมูลของทางราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกและความปลอดภัยสูงให้กับนักลงทุน ลดการสูญหายของเอกสารในการติดต่อทางราชการ เป็นการยกระดับหน่วยงานรัฐในขั้นตอนต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ
นอกจากนี้ยังเป็นการยกระดับการให้บริการแก่นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น และความคล่องตัวในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถนำระบบดังกล่าวคัดกรองบุคลากรที่เป็นแรงงานฝีมือและแรงงานชำนาญการที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการที่จะนำเข้ามาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่นานาชาติให้การยอมรับอีกด้วย
ด้านนางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่าได้ปรับรูปแบบวิธีการดำเนินการของภาครัฐให้มีลักษณะเบ็ดเสร็จครบวงจร มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถติดต่อราชการได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เสียค่าใช้จ่ายน้อยและตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานทั้งสองฝ่ายในการพัฒนางานให้บริการแก่ผู้ประกอบการได้อย่างมีคุณภาพ นายจ้าง สถานประกอบการ คนต่างด้าว รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความสะดวกอย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างแรงดึงดูดนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนได้มากขึ้น ส่งผลให้เกิดการนำเข้านวัตกรรม เทคโนโลยี เพิ่มการจ้างงาน และพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานที่สร้างการเติบโตและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป


