คลังเร่งระดมลงทุนสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล
"รมว.คลัง" เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และเน้นการลงทุนระยะยาวเพื่อให้ไทยเป็นเศรษฐกิจดิจจิทัลเต็มตัว
"รมว.คลัง" เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น และเน้นการลงทุนระยะยาวเพื่อให้ไทยเป็นเศรษฐกิจดิจจิทัลเต็มตัว
นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง กล่าวในงาน BANGKOK POST FORUM 2019 หัวข้อ ROADMAP TO SUCCESS : UP CLOSE WITH THAILAND'S NEW MINISTERS ว่า ใน 3 เดือนแรก กระทรวงการคลังจะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจจาก 4-5 ปี ที่ผ่านมาเศรษฐกิจขยายตัวได้ 0.1% มาถึงปี 2561 ขยายตัวเป็น 4%
อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจปี 2562 มีความท้าทายจากความเสี่ยงภายนอกประเทศ เศรษฐกิจโลกผันผวน จากสงครามการค้า ส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทยรุนแรง ทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวชะลอ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกอยู่มาก ซึ่งจะต้องมีการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจส่วนนี้
แต่ทั้งนี้ในระยะสั้น กระทรวงการคลังร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติดตามดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ซึ่งกระทรวงการคลังมีมาตรการพร้อมดูแลเศรษฐกิจภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนและนักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งที่ผ่านมาสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่้อถือก็ปรับมุมมองทางเศรษฐกิจไทยเป็นบวก ทำให้นักลงทุนเกิดความมั่นใจกับเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ ในช่วง 3 เดือนแรก คลังจะดูเรื่องการปฏิรูปการจัดเก็บรายได้ของประเทศ มีรายจ่ายการลงทุนเพื่ออนาคตมาก ต้องหารายได้ เรื่องภาษีเป็นเรื่องแรก มอบให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ร่วมกับกรมจัดเก็บภาษีศึกษาแนวทางปรับปรุงการจัดเก็บภาษีเพื่อให้มีเงินลงทุน และรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ
ขณะเดียวกัน ยังต้องมีการปฏิรูประบบภาษีให้มีความเท่าเทียม ระหว่างบุคคลธรรมดา กับ ผู้ประกอบการ เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บ เน้นเทคโนโลยี เก็บภาษีใหม่ๆ ที่ดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ หรือ อีบิสิเนส ซึ่งร่างกฎหมายอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา การเก็บภาษี ต้องสร้างความสมดุลของการเดินหน้าเป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ภาษีที่ออกมาต้องส่งเสริมคนตัวเล็ก
นายอุตตม กล่าวว่า นอกจากการดูแลเศรษฐกิจระยะสั่นแล้ง คลังมีความจำเป็นต้องดูเศรษฐกิจระยะปานกลาง 3-5 ปี และระยะยาว ว่าเศรษฐกิจไทยจะปรับให้ทันโลกอย่างไร เรื่องแรกที่ต้องรีบเร่งดำเนินการ คือ การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ให้เป็นเศรษฐกิจทันสมัยโตเต็มศักยภาพ ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่ออนาคต โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการลงทุนคนการศึกษาพัฒนาคน
ทั้งนี้การลงทุนดังกล่าว ต้องต้องใช้งบประมาณมหาศาล คลังจึงเน้นการลงทุนเชิงคุณภาพ มีการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน หรือ PPP เพื่อลดภาระเงินงบประมาณ นอกจากนี้จะมีการขยายการระดมทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เพื่อนำเงินมาลงทุนในโครงการใหม่เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ คลังยังมีการการพัฒานาเศรษฐกิจฐานรากให้เป็นดิจิทัล เพื่อให้ประเทศไทยก้าวเศรษฐกิจสังคมดิจิทัลอย่างแท้จริง การการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก พัฒนาเกษตรกรให้เป็นเอสเอ็มอีเกษตร การดูแลสังคมผู้สูงอายุจากปี 2557 รัฐบาลต้องใช้งบดูแลผู้สูงอายุ 2 แสนล้านบาท หรือ 8% แต่ปี 2561 ใช้เงินเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท หรือ 13% ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นมาก และต้องเตรียมมือรองรับกับเรื่องดังกล่าว


