5อันดับ ตลาดอีคอมเมิร์ซ สำคัญในภูมิภาคเอเชีย

  • วันที่ 29 ก.ค. 2562 เวลา 12:02 น.

5อันดับ ตลาดอีคอมเมิร์ซ สำคัญในภูมิภาคเอเชีย

ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส เผยอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในตลาดใหม่ หนุนผู้ประกอบการไทย สร้างยอดขายให้เติบโต จากการขยายตลาดสู่ประเทศอื่น

จากรายงาน ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ผู้ให้บริการขนส่งด่วนสินค้าระหว่างประเทศ ในเครือดอยช์โพสต์ ดีเอชแอล นำเสนอข้อมูลเชิงลึก (Market Insight) 5 ตลาดหลักที่ทำการค้าอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศสูงที่สุดในเอเชีย ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ดังนี้

จีน ตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ด้วยปริมาณการซื้อขายสูงกว่าประเทศอื่นๆ โดยเกือบหนึ่งในสี่ (24%) ของผู้ซื้อออนไลน์ในจีนทำการสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศในปี 2561 เพิ่มขึ้น 11.5% เมื่อเทียบกับปี 2560 ด้วยผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่เชื่อว่าการซื้อสินค้าจากต่างประเทศจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพดีกว่า ข้อเสนอดีกว่า มีความหลากหลายมากกว่า และสินค้าเป็นของแท้ โดยลูกค้าชาวจีนเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากเดิมที่สนใจเรื่องราคาเป็นหลัก มาให้ความสำคัญกับเรื่องของคุณภาพ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ที่ผู้ซื้อชาวจีนจะยอมรับสินค้าที่มีราคาแพงกว่า ถ้าหากสินค้านั้นมีคุณภาพสูงกว่าและชื่อเสียงของแบรนด์ที่ดีกว่า

อินเดีย ตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

อินเดียมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 462 ล้านคน และมีอัตราการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซสูงสุดที่ 51% ต่อปี และ 60% ของการซื้อสินค้าออนไลน์เกิดขึ้นในช่วงเวลาทำการปกติ โดยยอดขายอีคอมเมิร์ซแบบค้าปลีกในอินเดียคาดว่าจะแตะระดับ 7.94 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2563

โดยเหตุผลสำคัญที่สุด 3 ข้อที่จูงใจให้ผู้บริโภคชาวอินเดียซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้แก่ 1.คุณภาพดีกว่า (42%) 2.ความน่าเชื่อถือ (37%) และ3.ข้อเสนอที่ดีกว่า (26%) ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซในอินเดียมีการแข่งขันอย่างดุเดือด โดยมีผู้เล่นรายสำคัญในท้องถิ่น เช่น Flipkart, Snapdeal และ Amazon India ที่กำลังแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด

ญี่ปุ่น ปลายทางยอดนิยมสำหรับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชีย

ญี่ปุ่นมีประชากรสูงวัยจำนวนมาก และชาวญี่ปุ่นที่มีอายุเกินกว่า 55 ปีมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเชื่อมต่อออนไลน์ สินค้าที่สั่งซื้อจากต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับชาวญี่ปุ่น ได้แก่ หนังสือ ซีดี วิดีโอเกม (27%) เครื่องสำอาง (21%) และเสื้อผ้าและรองเท้า (20%)

ทั้งนี้ Rakuten, Amazon Japan และ Yahoo Japan Shopping เป็นตลาดอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศ 3 อันดับแรกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยทั่วไปแล้วนักช้อปชาวญี่ปุ่นไม่ชอบความเสี่ยง และมักจะมองหาแบรนด์ที่ตนเองรู้จักและไว้ใจ อัตราการคืนสินค้าต่ำและการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมเป็นสิ่งที่ลูกค้าชาวญี่ปุ่นคาดหวังว่าจะได้รับจากการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์

เกาหลีใต้ – ตลาดอีคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การซื้อสินค้าออนไลน์ภายในประเทศยังคงสร้างรายได้อีคอมเมิร์ซมากที่สุดให้กับเกาหลีใต้ แต่อีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศก็กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเช่นกัน จากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ ชาวเกาหลีใต้พบว่าหลังจากที่รวมค่าขนส่งและภาษีนำเข้าของสินค้าแล้ว สินค้ายังคงมีราคาถูกกว่าที่ซื้อจากเว็บไซต์ในประเทศ ทั้งนี้คาดว่าใน 2-3 ปีข้างหน้า ผู้บริโภคชาวเกาหลีที่สั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

60% ของชาวเกาหลีที่มีอายุระหว่าง 20 ถึง 29 ปี ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นอุปกรณ์หลักในการซื้อสินค้าออนไลน์ ขณะที่ Amazon และ eBay เป็นตลาดอีคอมเมิร์ซต่างประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากผู้บริโภคชาวเกาหลีใต้

ฮ่องกง โอกาสที่ดีสำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซ

นักช้อปออนไลน์ในฮ่องกงคาดหวัง 3 สิ่งจากการสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ ได้แก่ ค่าจัดส่งฟรี ความสะดวกที่ได้รับจากการสั่งซื้อสินค้าได้ทุกที่ทุกเวลา และส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อทางออนไลน์

โดย 48% ของประชากรฮ่องกงอ่านรีวิวเกี่ยวกับสินค้าทางออนไลน์ก่อนที่จะตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ มีนักช้อปออนไลน์ในฮ่องกงเพียง 38% เท่านั้นที่ระบุว่าตนเองรู้สึกพึงพอใจในมาตรฐานการให้บริการ ดังนั้นผู้ค้าออนไลน์จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นหากนำเสนอบริการทางออนไลน์ได้อย่างดีเยี่ยม

นางปาริชาติ ประมุขกุล รองประธานฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส มุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศสำหรับการสร้างอีโคซิสเต็มส์ที่มีความคล่องตัว และ สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศได้อย่างง่ายดาย

ล่าสุดได้เปิดตัว iExpressByDHL แพล็ตฟอร์มการขนส่งสินค้าด่วนระหว่างประเทศที่สามารถตรวจสอบราคาขนส่งได้ทันที นัดหมายการจัดส่ง พิมพ์เอกสารนำส่งและชำระค่าบริการผ่านบัตรเครดิตได้ทันที นอกจากนี้ ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ยังช่วยผู้ประกอบการไทยเดินหน้าบนเวทีการค้าโลกด้วยการให้ความรู้มาร์เก็ตอินไซท์ที่ทันสมัยเกี่ยวกับตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

“อีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ลูกค้าคาดหวังว่าจะได้รับสินค้าตามต้องการ ทุกที่ ทุกเวลา ตลาดในเอเชียแปซิฟิก เช่น จีน และอินเดีย มีจำนวนนักช้อปออนไลน์ระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก และผู้ประกอบการไทยก็ต้องการตัวเลือกด้านบริการจัดส่งสินค้าที่ยืดหยุ่นและไว้ใจได้เพื่อเพิ่มส่วนต่างกำไรและส่วนแบ่งตลาด” นางปาริชาติ กล่าวขณะที่ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศที่กำลังขยายตัวส่งผลให้ความต้องการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่ามูลค่าของตลาดลอจิสติกส์ในส่วนของอีคอมเมิร์ซระหว่างประเทศทั่วโลกจะเติบโตราว 2.41 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในระหว่างปี 2561-2565 และคาดว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะครองตลาดตลอดระยะเวลาดังกล่าวจากปริมาณการค้าอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มขึ้นในประเทศต่างๆ เช่น อินเดีย และจีน

นาย ไล เซ ชอง รองประธานด้านการปฏิบัติงาน บริษัท โพเมโล่ แฟชั่น จำกัด ผู้นำแบรนด์ค้าปลีกแบบ Omni-Channel กล่าวว่าเมื่อพิจารณาถึงเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ลอจิสติกส์ และอื่นๆ ภูมิภาคเอเชียมีโอกาสในการเติบโตของอีคอมเมิร์ซได้อีกมาก อ้างอิงจากแหล่งข้อมูล พบว่าจากรายได้ทั้งหมดของตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียนั้น สินค้ากลุ่มแฟชั่นมียอดการเติบโตสูงสุดกว่าสินค้าอื่นๆที่ 1.37 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

และจะยังครองอันดับหนึ่งเช่นนี้ไปจนถึงปี 2564 ด้วยมูลค่า 357 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การเข้าใจมาร์เก็ตอินไซต์ของแต่ละประเทศจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับเจ้าของแบรนด์หรือผู้ประกอบการในการรุกตลาดต่างประเทศ ภูมิภาคเอเชียนับเป็นตลาดหลักของเรา และดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส ได้เข้ามามีบทบาทด้านการบริการลอจิสติกส์ให้ราบรื่นขึ้น พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ผู้ประกอบการเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต และรักษาตำแหน่งตลาดที่แข็งแกร่งในภูมิภาคนี้

ข่าวอื่นๆ