นีลเส็นชี้ทีวีดิจิทัลยังไม่ตายเปลี่ยนดูย้อนหลังแทนชมสด
นีลเส็นมั่นใจสื่อทีวี ไม่ตาย พร้อมระบุคนไทยดูทีวีเยอะขึ้น แต่เปลี่ยนรูปแบบการดูจากดูสดเป็น ดูย้อนหลังมากขึ้น
นีลเส็นมั่นใจสื่อทีวี ไม่ตาย พร้อมระบุคนไทยดูทีวีเยอะขึ้น แต่เปลี่ยนรูปแบบการดูจากดูสดเป็น ดูย้อนหลังมากขึ้น
น.ส.สมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจทีวีนับจากนี้บริษัทมองว่ายังสามารถเติบโตต่อไปได้ และจะยังไม่หายไปจากอุตสาหกรรมสื่อ ในทางตรงกันข้ามผู้บริโภคยังให้ความสนใจดูทีวีมากขึ้น เพียงแต่จะเปลี่ยน รูปแบบในการรับชมจากการดูรายการสดเป็นการดูย้อนหลังมากขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ เห็นได้จากข้อมูลที่ทำการศึกษามาพบว่า คนไทยดูรายการสดผ่านทีวีคิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 25% ดูย้อนหลัง 75%
สำหรับอุปกรณ์ที่คนไทยให้ความสนใจใช้ดูรายการย้อนหลังมากที่สุด คือ คอมพิวเตอร์ เฉลี่ยการดูต่อวันที่ประมาณ 3.14 ชั่วโมง คิดเป็นอัตราส่วนประมาณ 13% ส่วนที่เหลืออีก 87% เป็นการดูย้อนหลังผ่านมือถือ โดยในแต่ละวันผู้บริโภคจะมีการดูรายการย้อนหลังเฉลี่ยที่ 3 ชั่วโมง/วัน
ทั้งนี้ ในส่วนของคอนเทนต์ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจดูย้อนหลังมากที่สุด คือ ละคร ตามด้วยรายการวาไรตี้ รายการกีฬา และรายการข่าว ซึ่งในส่วนของสินค้าที่ต้องการเข้าถึงผู้ชมทีวีย้อนหลัง ต้องมีการเลือกคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น หากต้องการลงโฆษณาคอนเทนต์ละคร ต้องซื้อโฆษณาย้อนหลังไม่เกิน 9 วัน จึงจะเข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด ส่วนคอนเทนต์ข่าวและ วาไรตี้ต้องลงโฆษณาให้เข้าถึงผู้ชมย้อนหลังไม่เกิน 3 วัน และรายการกีฬาจะต้องลงโฆษณาให้เข้าถึงผู้ชมที่จะดูย้อนหลังไม่เกิน 4 วัน
"ภาพรวมของธุรกิจทีวีไทยในปัจจุบันถือว่ามีวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นคือ มีการนำคอนเทนต์เข้าไปขยายฐานผู้ชมผ่าน มือถือมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีการส่ง คอนเทนต์บางส่วนไปออกอากาศในส่วนของแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป" น.ส.สมวลีกล่าว
น.ส.สมวลี กล่าวอีกว่า ปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมการดูทีวีของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากเดิมส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนสื่อทีวีของไทยมีจำนวนช่องเพิ่มขึ้นคือ จากเดิมสื่อทีวีของไทยมีจำนวนช่องเพียง 6 ช่องเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีมากถึง 22 ช่อง จึงทำให้รายการทีวีมีความหลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นรายการข่าว ละคร วาไรตี้ กีฬา หรือสารคดี ซึ่งจากจำนวนช่องและรายการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว ทำให้จำนวน ผู้ชมที่เคยกระจุกตัวอยู่ 6 ช่อง กระจายไปตามช่องทีวีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั้ง 22 ช่อง
จากพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้นักการตลาดต้องปรับกลยุทธ์ให้มีความเหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยการเลือกช่องทางการใช้สื่อให้เหมาะสมกับผู้บริโภคที่ต้องการจะเข้าไปทำตลาด
อย่างไรก็ดี จากภาพรวมเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมายังไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2562 มีการขยายตัวติดลบอยู่ที่ 1.42% หรือมีมูลค่าอยู่ที่ 14,880 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีมูลค่า 15,095 ล้านบาท โดยสื่อทีวีดิจิทัลถือเป็นหนึ่งสื่อทีมีอัตราการเติบโตสวนกระแสอยู่ในแดนบวก


