posttoday

อสังหาซีแอลเอ็มวี โอกาสของทุนไทย

26 มีนาคม 2562

กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) โดยเฉพาะประเทศกัมพูชาและเมียนมา ปัจจุบันเป็นที่สนใจของนักลงทุนจากนานาประเทศ

โดย...อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) โดยเฉพาะประเทศกัมพูชาและเมียนมา ปัจจุบันเป็นที่สนใจของนักลงทุนจากนานาประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคที่น่าจับตามองจากนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่พร้อมเปิดกว้างให้มีการลงทุนในประเทศมากขึ้น และนั่นคือโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยเช่นกัน

เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เปิดเผยว่า ทั้งสองประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าใน ปี 2562 จะมีการขยายอยู่ที่ 6.8% ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2561 ซึ่งอยู่ที่ 6.9% ขณะที่ประเทศเมียนมาอัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ 7.7% ในปี 2560 และ 8.0% ในปี 2561

นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการก่อสร้างต่างๆ มีการเติบโตค่อนข้างสูงเช่นกัน โดยประเทศกัมพูชามีมูลค่าการก่อสร้างโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้นกว่า 22% เมื่อปีที่แล้วขึ้นมาอยู่ที่ 6,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวกว่า 2.02 แสนล้านบาท ส่วนภาคการก่อสร้างในเมียนมานั้นมีการเติบโตเฉลี่ยที่ 7.2% ต่อปี คาดว่าจะเติบโตเพิ่มเป็น 10.37% ในปี 2563 โดยมีมูลค่าที่ 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 4.1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของภาคอสังหาฯ นั้น เป็นโอกาสที่ดีเวลอปเปอร์ไทยจะเข้าไปเจาะตลาดที่ยังมีความต้องการในแต่ละพื้นที่ ซึ่งมีความหลากหลาย โดยในส่วนของเมียนมา ซึ่งมีหมู่เกาะต่างๆ อยู่มาก ทั้งนี้ นักลงทุนสามารถนำเสนอสินค้าและบริการได้อีกมากไม่ใช่เฉพาะการพัฒนาโรงแรมเท่านั้น

ด้านการลงทุนในเวียดนามนั้น มองว่าตลาดท่องเที่ยวโตเร็วแต่ละปีโต กว่า 10% มองว่าเป็นโอกาสผู้ประกอบการไทยมากกว่าการลงทุนพัฒนา อสังหาฯ เพราะจีนและญี่ปุ่นได้เข้ามา ลงทุนบิ๊กโปรเจกต์เป็นจำนวนมาก ดังนั้น เห็นว่าน่าจะเป็นการซื้อเพื่อการลงทุนมากกว่า

อย่างไรก็ดี เห็นว่าไม่ใช่แค่การ เข้าไปลงทุนเท่านั้น แต่เป็นโอกาสที่ดีเวลอปเปอร์หรือผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปดึงกำลังซื้อของประชาชนทั้งสองประเทศได้ เพราะเทรนด์ความต้องการสินค้า บริการ และการลงทุนอสังหาฯ ในประเทศไทยเป็นที่ต้องการ เพราะราคาที่ถูกกว่ารวมทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์ โดยระดับราคาที่อยู่อาศัยมีความหลากหลาย

พร้อมกันนี้ เมื่อประเทศไทยผ่านการเลือกตั้งและสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้แล้ว ควรที่จะเร่งสร้างแบรนดิ้งให้กับประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือนักลงทุนจะต้องนึกถึงประเทศไทยเป็นแบรนด์พรีเมียม พร้อมทั้งส่งเสริมอุตสาหกรรมและบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เท่านั้น

เกรียงไกร กล่าวว่า ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับบริษัท พร็อพทูมอร์โรว์ เตรียมจัดงาน Cambodia Architect & Decor 2019 ครั้งที่ 4 ประเทศกัมพูชา ใน วันที่ 6-8 มิ.ย.นี้ คาดมีมูลค่าที่จะ เกิดขึ้นภายในงาน 150 ล้านบาท โดยมีผู้เข้าชมงาน 4,500-5,000 คน นอกจากนี้ยังเตรียมจัดงาน Myanmar Build & Decor 2019 ประเทศเมียนมา ใน วันที่ 3-5 ต.ค.นี้ คาดมูลค่าที่จะเกิดขึ้น 200 ล้านบาท และมีผู้เข้าชมงาน 5,000-5,500 คน

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก นักลงทุนคลายกังวลภาษี ราคาทองทำนิวไฮ