posttoday

ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก กดดันดอกเบี้ยนโยบาย

16 มีนาคม 2562

 

 

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (TMB Analytics) มองว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาตรการ Macroprudential เพื่อลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงิน ซึ่งเป็นประเด็นที่ ธปท.แสดงความกังวล อีกทั้งความกดดันจากเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับต่ำ นอกจากนี้ ปัจจัยความเสี่ยงที่อาจกระทบการขยายตัวทางเศรษฐกิจก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย จึงมองว่า ธปท.จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยไว้ที่ระดับ 1.75% เท่าการประชุมครั้งก่อน

ในประเด็นความเสี่ยงเสถียรภาพของระบบการเงิน ธปท.อาจรอประเมินผลจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งก่อน ประกอบกับมีการออกมาตรการ LTV ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือน เม.ย. 2562 เพื่อยกระดับคุณภาพสินเชื่อและป้องกันการเก็งกำไรในตลาดอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ 1% ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2561 และถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่อาจเคลื่อนไหวในระดับต่ำในระยะข้างหน้าจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง

แต่ประเด็นสำคัญที่ ธปท.จะกลับมาให้น้ำหนักมากก็คือเรื่องความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อาจถูกกระทบจากการชะลอลงของเศรษฐกิจโลก และความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้การดำเนินนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักมีแนวโน้มเข้มงวดลดลง โดยเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปีที่แล้ว แม้ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด แต่เศรษฐกิจจีนกลับขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 28 ปี และทางการจีนยังมีการปรับลดตัวเลขเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ลง ขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนและญี่ปุ่นก็ยังคงชะลอต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงมีอยู่จากทั้งความไม่แน่นอนของข้อตกลงมาตรการการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และข้อตกลง Brexit ที่นายกรัฐมนตรี เทเรซา เมย์ ต้องไปขอความเห็นชอบจากทั้ง 27 ประเทศสมาชิกใน EU ให้ขยายเวลาเส้นตายของการออกจาก EU หรือที่เรียกว่า Brextention ซึ่งหากไม่ได้รับความเห็นชอบ สหราชอาณาจักรมีโอกาสต้องออกจาก EU แบบไม่มีข้อตกลง (No Deal) ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อภาคเศรษฐกิจจริงและตลาดการเงินทั้งในสหราชอาณาจักรและในสหภาพยุโรปด้วย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าในระยะข้างหน้า การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ยังมีทิศทางผันผวนจากปัจจัยการเมืองในประเทศสหรัฐ ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้ ทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ตลอดจนประเด็น Brexit ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาค รวมทั้งเงินบาทมีความผันผวนตามไปด้วย ขณะที่คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 19-20 มี.ค. 2562 จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25-2.50% เนื่องจากสถานการณ์ความเสี่ยงจากภายนอกประเทศที่อยู่ในระดับสูง ตลอดจนการชะลอลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐท่ามกลางเงินเฟ้อที่ชะลอลง ส่งผลให้เฟดจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ซึ่งหมายถึงการทิ้งจังหวะเวลายาวขึ้นในการคงอัตราดอกเบี้ยจนกว่าจะเห็นความชัดเจนของข้อมูลภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สำหรับผลต่อเศรษฐกิจไทย การส่งสัญญาณชะลอความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดจะไม่เป็นปัจจัยหนุนการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์มากนัก เนื่องจากตลาดรับรู้ประเด็นดังกล่าวไปบางส่วนแล้ว มองไปข้างหน้า การเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ยังมีทิศทางผันผวนจากปัจจัยการเมืองในประเทศสหรัฐ ตลอดจนเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้ ทั้งการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ตลอดจนประเด็น Brexit ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเงินในภูมิภาค รวมทั้งเงินบาทมีความผันผวนตามไปด้วย

ข่าวล่าสุด

คลายปม10นักการเมืองเอี่ยวทุนเทา เรื่องจริงหรือเครื่องมือเขย่าเลือกตั้ง