อีเอเฮรับภาษีอีวี

วันที่ 12 มี.ค. 2562 เวลา 06:41 น.
อีเอเฮรับภาษีอีวี
พลังงานบริสุทธิ์รับอานิสงส์ลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าเหลือ 0% ทั้งระยะสั้นและระยะยาว หนุนให้ขายรถไฟฟ้ามีโอกาสเกินเป้า 5,000 คัน

นางออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เปิดเผยว่า จากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าเหลือ 0% ส่งผลในเชิงบวกกับบริษัททั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะวันที่นโยบายเริ่มใช้คือต้นปี 2563 ตรงกับที่รถไฟฟ้าของบริษัทออกมาล็อตแรกพอดีทั้งหมด 5,000 คัน ซึ่งด้วยภาวะปัจจุบันที่คนใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษทางอากาศ ก็น่าจะทำให้ประชาชนตอบรับเรื่องรถไฟฟ้ามากขึ้น

ขณะที่ราคาที่บริษัทขายอยู่ที่เฉลี่ย คันละ 1 ล้านบาท ถือเป็นราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เนื่องจากปกติมองว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีต้นทุนและราคาขายเฉลี่ยคันละหลายล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่จับต้องได้ยาก

"ส่วนรถไฟฟ้าที่มีการนำเข้าจาก ต่างประเทศยังคงต้องเสียภาษีรถยนต์นำเข้าถึง 20% เช่นเดิม ทั้งหมดนี้จึงมองว่าหากเปรียบเทียบและราคา และความเข้าใจของผู้ใช้รถยนต์ที่สนใจเรื่องสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นก็น่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้บริษัทมีเป้าหมาย ล็อตแรกนี้จะมี ผู้สนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าบริษัทมากกว่า 5,000 คันได้" นางออมสิน กล่าว

ทั้งนี้ งานมอเตอร์โชว์สิ้นเดือน มี.ค. โดยจัดขึ้นที่เมืองทองธานีนี้จะมีการเปิดตัวรถยนต์หลายสีให้เลือก ซึ่งจะนำนวัตกรรมไปเสนอและแนะนำให้เห็น ส่วนในระยะยาวเชื่อว่าถ้ามีผู้สนใจใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็จะทำให้ระบบการผลิตทั้งหมด (ซัพพลายเชน) เช่น ผู้ประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ต่างๆ มีต้นทุนในการผลิตที่ถูกลงในอนาคต ซึ่งปัจจุบันบริษัทว่าจ้างให้ผู้อื่นเป็นผู้ผลิตให้

นางออมสิน กล่าวต่อว่า ปี 2562-2563 บริษัทจะใช้เงินลงทุนประมาณ 9,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในโครงการ โรงไฟฟ้าในประเทศและต่างประเทศ ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสายธุรกิจ ไบโอดีเซล รวมถึงการลงทุนในธุรกิจเดินเรือ และรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนแหล่งเงินที่จะนำมาลงทุนจะมาจากกระแสเงินสดหรือการออกหุ้นกู้ โดยส่วนหนึ่งงบลงทุน 1,000 ล้านบาท จะก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้า ประเภทไฮบริดที่เมียนมาและเวียดนาม และคาดว่าปีนี้จะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้น

สำหรับผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ มองว่าจะเติบโตดีกว่าปีก่อน เนื่องจากบริษัทจะรับรู้โรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมานขนาดกำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์ และ มีการจ่ายไฟเข้าสู่ระบบครบเต็มจำนวน หลังจากที่ก่อนหน้านี้จ่ายไฟไปแล้วประมาณ 90 เมกะวัตต์ และส่วนที่เหลืออีก 170 เมกะวัตต์ คาดว่าจะจ่ายไฟในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้

ขณะที่ความคืบหน้ากฎเกณฑ์การให้บริการเดินเรือไฟฟ้าที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นเดือน ก.พ. ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเรื่องรายละเอียดเกณฑ์กับกรมเจ้าท่า ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงท่าเรือใหม่เพื่อรองรับสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยเบื้องต้นยังคงแผนว่าจะสามารถนำเรือมาให้บริการได้ภายในปลายปี 2562 จำนวน 20 ลำ จะทยอยนำมาใช้บริการจนครบ 54 ลำ