อาเซียนกำลังซื้อดี ปลุกโอกาสสินค้าพรีเมียม
เศรษฐกิจอาเซียนขยายตัวระดับที่น่าพอใจต่างประเทศให้ความสนใจลงทุนต่อเนื่องกลายเป็นภูมิภาคที่เป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่
เศรษฐกิจอาเซียนขยายตัวระดับที่น่าพอใจต่างประเทศให้ความสนใจลงทุนต่อเนื่องกลายเป็นภูมิภาคที่เป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่
แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในภาวะชะลอตัว แต่สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับที่น่าพอใจ ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม เนื่องจากยังมีนักธุรกิจจาก ต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นภูมิภาคที่เป็นซัพพลายเออร์ รายใหญ่ และเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับการลงทุนในเศรษฐกิจโลก
วอน ไรอัน กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท นีลเส็น กล่าวว่า ปัจจัยบวกที่บ่งบอกว่ากลุ่มประเทศดังกล่าวมีโอกาสทางธุรกิจ คือ
1.จำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มขึ้นจาก 633 ล้านคน ในปี 2558 เป็น 692 ล้านคน ในปี 2568
2.แพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมีประชากรและแรงงานที่มีอายุน้อย มีการลงทุนด้านการผลิตและเทคโนโลยี มีความมั่นคงทางการเมืองและการค้า
3.มีพัฒนาการในเรื่องของความมั่งคั่งและความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภค สังเกตได้จากอัตราความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่บอกว่าพวกกลุ่มประเทศดังกล่าวมีสถานะทางการเงินที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา
สำหรับประเทศที่มีความเชื่อมั่น ในสถานะทางการเงินที่ดีขึ้น ได้แก่ เวียดนาม 86% อินโดนีเซีย 75% ฟิลิปปินส์ 71% ไทย 57% และสิงคโปร์ 49% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูงเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกาหลีที่มีความเชื่อมั่นเพียง 18%
4.การเพิ่มขีดความสามารถของ ผู้บริโภคในการใช้จ่ายกับค่าเฉลี่ยรายได้ส่วนบุคคลระหว่างปี 2557-2561 ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น อินโดนีเซีย เพิ่มขึ้น 51% เวียดนาม เพิ่มขึ้น 29% มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 27% สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 23% ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 22% และไทย เพิ่มขึ้น 14% 5.ผู้บริโภคมีการใช้จ่ายไปกับของกินของใช้เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 5 ปีที่ผ่านมา โดยอินโดนีเซียมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 46% ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 51% สิงคโปร์ เพิ่มขึ้น 39% มาเลเซีย เพิ่มขึ้น 36% เวียดนาม เพิ่มขึ้น 33% และไทย เพิ่มขึ้น 24%
วอน กล่าวต่อว่า สถานะและการใช้จ่ายทางการเงินที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมทั้งหมดเท่านั้น ถ้ามองลึกลงไปผู้บริโภคในประเทศเวียดนาม 35% และไทย 23% บอกว่ามีแนวโน้มที่จะมีเงินมากพอ เพื่อนำไปใช้จ่ายได้อย่างอิสระ ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างเช่น ญี่ปุ่น 51% เกาหลี 39% นิวซีแลนด์ 36% และออสเตรเลีย 36% ผู้บริโภคบอกว่ามีเงินเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายพื้นฐานเท่านั้น
นอกจากนี้ จากข้อมูลยังพบว่า การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้อยู่แค่การซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่รวมไปถึงการใช้จ่ายกับสินค้าและบริการประเภทอื่นๆ เช่น การศึกษา ไลฟ์สไตล์ และการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น การออกไปรับประทานข้าวนอกบ้าน ท่องเที่ยว และเทคโนโลยี
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าวทำให้เห็นเทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในหลายธุรกิจ เช่น การขยายตัวของสังคมเมือง (Urbanization) และการเปิดรับต่อเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ปัจจุบันผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีการเข้าถึงของสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และกล้าที่จะจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการในระดับที่สูงขึ้น
สมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปทำให้สินค้าพรีเมียมมียอดขายดีขึ้น โดยในมาเลเซียกลุ่มร้านขายยาระบุว่า 73% ของรายได้มาจากการขายสินค้าบำรุงผิวในกลุ่ม Premium Segment เช่นเดียวกับตลาดประเทศไทยที่กลุ่มสินค้า Premium price tier ยังมีการเติบโตที่ดี และไม่ได้รับผลกระทบเหมือนกับกลุ่มสินค้าอื่นๆ แม้ว่าปี 2560 ที่ผ่านมาไทยจะเจอปัญหาการชะลอตัวของตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค


