กรีนเดย์ ผู้นำเฮลธ์ตี้ สแน็ค
สูตรสำเร็จของธุรกิจไทยที่ยึดคำว่า คุณภาพและความซื่อสัตย์ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ
เรื่อง วราภรณ์ เทียนเงิน
สูตรสำเร็จของธุรกิจไทยที่ยึดคำว่า คุณภาพและความซื่อสัตย์ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ เช่นเดียวกับ “บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล” ที่สร้างแบรนด์เติบโตต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
“ชัยรัตน์ คงศุภมานนท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล ผู้ผลิตและทำตลาด ผักผลไม้อบกรอบ แบรนด์ กรีนเดย์ (Greenday) เปิดเผยว่า บริษัทได้เป็นผู้ผลิตผลไม้และผักอบกรอบ ที่มีการทำตลาดและส่งออกไป 30 ประเทศทั่วโลก โดยลูกค้าต่างให้
การยอมรับในผลิตภัณฑ์และคุณภาพของสินค้า รวมถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างและความพิเศษไม่เหมือนใคร
บริษัทได้มีการทำ คอนแทรกต์ฟาร์มมิง กับเกษตรกรที่ปลูกผักและผลไม้ เพื่อร่วมเป็นเครือข่ายในการผลิต รวมถึงการสร้างพื้นที่เกษตรกรรมที่เป็นแหล่งปลูกผักและผลไม้ปลอดสารพิษ มีการพัฒนาเมล็ดพันธุ์กระเจี๊ยบ อีกทั้งมีขั้นตอนการผลิต (โนว์ ฮาว) ที่ได้พัฒนาขึ้นเอง โดยจากการที่บริษัทได้มุ่งมั่นนำเสนอสินค้าที่มีคุณภาพ ผลักดันทำให้ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ กรีนเดย์ มีลูกค้าที่บอกปากต่อปากถึงแบรนด์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีตลาดหลักทั้งประเทศสหรัฐและอังกฤษ
“การทำธุรกิจเกิดขึ้นมาจากคุณพ่อ ที่ทำธุรกิจเทรดดิ้งส่งสินค้าไทย รวมถึงผักและผลไม้แปรรูปไปต่างประเทศเมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน ต่อมาเริ่มมีคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ขายสินค้าใกล้เคียงกับบริษัทและมีราคาถูกกว่าด้วย ทำให้ตนเองที่เรียนมาทางด้าน Food Science สนใจสร้างผลิตภัณฑ์ผัก ผลไม้แปรรูปที่แตกต่าง ไม่เน้นแข่งด้านราคา แต่มุ่งคุณภาพ ประกอบกับคุณพ่อมีเครือข่ายลูกค้าในต่างประเทศอยู่แล้วจึงสามารถขยายสู่ช่องทางดังกล่าวได้” ชัยรัตน์ กล่าว
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้ามีทั้งผักอบกรอบ กระเจี๊ยบ บลอคโคลี ฟักทอง และบีทรูท ส่วนกลุ่มผลไม้ มีทั้ง สตอเบอร์รี่ องุ่น กล้วย เป็นต้น โดยแบรนด์ ถือเป็นสินค้าขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ หรือ เฮลธ์ตี้ สแน็ค (Healthy Snack) โดยบริษัทเตรียม
ที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ผักบด ที่เป็นขนมขบเคี้ยว (สแน็ค) แต่เป็น สแน็คเพื่อสุขภาพ ทั้งนี้จะเน้นช่องทางทำตลาดทั้งร้านสะดวกซื้อ และผ่านช่องทางอี-คอมเมิร์ซ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าทั้งคุณแม่และกลุ่มเด็ก ไปจนถึงกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว
ขณะที่ภาพรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์กลุ่ม เฮลธ์ตี้ สแน็ค (Healthy Snack) ที่เป็นผักและผลไม้แปรรูป มีมูลค่ารวมประมาณ 1,000 ล้านบาท และมีการขยายตัวต่อเนื่อง เห็นได้อย่างชัดเจนในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้บริโภคให้ความใส่ใจในการดูแลสุขภาพเพิ่มขึ้น โดยบริษัท
มีทีมงานฝ่ายวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มลูกค้า ส่วนในช่วงที่ผ่านได้เปิดโรงงานแห่งที่บางปู ทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว รองรับการขยายตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่
“ชัยรัตน์” กล่าวต่อว่า บริษัทจะมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์จากผัก และผลไม้ เพื่อก้าวสู่การเป็นออร์แกนิกอย่างครบวงจร
ล่าสุด บริษัทได้รับรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin” ครั้งที่่ 14 จัดโดยธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในมิติ องค์กรที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การบริหารจัดการด้านสินค้าและบริการที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และการบริหารจัดการด้านการสร้างตราสินค้าและการตลาด
สำหรับปี 2561 ที่ผ่านมา กรีนเดย์มียอดขาย 400-500 ล้านบาท และในปี 2562 ตั้งเป้าหมายว่าจะสร้างยอดขายให้เติบโตถึงระดับ 1,000 ล้านบาท


