คลังพอใจบัตรสวัสดิการทำล้านคนพ้นยากจน

วันที่ 17 ม.ค. 2562 เวลา 06:31 น.
คลังพอใจบัตรสวัสดิการทำล้านคนพ้นยากจน
คลังพอใจโครงการบัตรสวัสดิการฯ รัฐบาลทุ่มแสนล้าน ทำคนมีรายได้พ้นเส้นแบ่งความยากจนกว่า 1 ล้านราย เตรียมปิดโครงการ มิ.ย.นี้

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังพอใจผลดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ณ สิ้นปี 2561 โดยใช้งบประมาณรวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท ทำให้คนมากกว่า 1.01 ล้านราย มีรายได้พ้นเส้นแบ่งความยากจน ซึ่งโครงการนี้จะทำไปจนถึงเดือน มิ.ย. 2562 หลังจากนั้นจะปิดโครงการ เพื่อรอดูนโยบายรัฐบาลใหม่ว่าจะดำเนินการต่อ เปลี่ยนแปลง หรือล้มเลิกโครงการ

ทั้งนี้ แยกเป็นการลงทะเบียนระยะแรก 4.19 หมื่นล้านบาท ลงทะเบียนระยะที่ 2 อีก 3.56 หมื่นล้านบาท มาตรการของขวัญปีใหม่อีก 3.87 หมื่นล้านบาท และมาตรการขยายโครงการ 6 เดือน เป็นเงิน 4,370 ล้านบาท

"กระทรวงการคลังพอใจกับความสำเร็จครั้งนี้ ถ้าเทียบจากเงินที่ใส่เป็นค่าบริหารจัดการโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท และทำให้คนมีรายได้เพิ่มขึ้นหลังการอบรมรวมเป็นเงินกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งทำให้คนมากกว่า 1.01 ล้านราย มีรายได้พ้นเส้นแบ่งความยากจน หรือมีรายได้เกิน 3 หมื่นบาท/ปี" ผู้อำนวยการ สศค. กล่าว

สำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เข้าร่วมมาตรการอบรมอาชีพ 4.15 ล้านราย ติดตามผลได้ 2.6 ล้านราย ในจำนวนนี้แยกเป็นผู้มีรายได้มากกว่า 1 แสนบาท/ปี 1.15 แสนราย ผู้มีรายได้ตั้งแต่ 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท อีก 1.45 ล้านราย ในจำนวนนี้ถือเป็นผู้ที่มีรายได้พ้นเส้นแบ่งความยากจน 1.01 ล้านราย ซึ่งคิดจากฐานของคนที่มีรายได้ไม่ถึง 2,667 บาท/เดือน ตั้งแต่เข้าโครงการ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี ยังเหลืออีก 1.04 ล้านราย จะส่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน เป็นผู้พัฒนาอาชีพต่อจนกว่าจะมีรายได้เกิน 3 หมื่นบาท/ปี ต่อไป

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติให้ขยายมาตรการฝึกอบรมและการเติมเงินรายเดือนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแก่ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/ปี จะได้รับเงิน 200 บาท/คน/เดือน และผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 3 หมื่นบาท จะได้รับเงิน 100 บาท/คน/เดือน ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายจะดำเนินโครงการบัตรสวัสดิการฯ ออกไปอีก 6 เดือน โดยเริ่มเดือน ม.ค. และให้สิ้นสุดในเดือน มิ.ย. 2562 นี้ เพื่อรอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณาต่อว่าควรจะดำเนินการต่อเนื่องอีกหรือไม่

"หากมีโอกาสและรัฐบาลหน้าเห็นชอบให้ทำโครงการนี้ต่อ สศค.จะเสนอให้ปรับวิธีการลงทะเบียนจากรายคนเป็นแบบครัวเรือน ซึ่งต้องเอารายได้ทั้งครัวเรือนมารวมกันก่อน จะสะท้อนความเป็นจริงมากกว่า" นายลวรณ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต