‘นภารัตน์’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภา

วันที่ 16 ม.ค. 2562 เวลา 11:40 น.
‘นภารัตน์’ แบรนด์ผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภา
เรื่อง วราภรณ์ เทียนเงิน

ผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภาขึ้นชื่อจาก จ.นครศรีธรรมราช กับแบรนด์ “นภารัตน์” ที่มีทายาทรุ่น 3 เข้ามาสืบทอดการทำผลิตภัณฑ์ พร้อมผลักดันการสร้างแบรนด์หัตถศิลป์ไทยให้มีการเติบโตและครองใจกลุ่มลูกค้า พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้าอย่างหลากหลาย ส่งผลให้แบรนด์กลายเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันของทุกคน

“นภารัตน์ ทองเสภี” ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภา และผู้สร้างแบรนด์ “นภารัตน์” (Naparat) หรือ “Lipao Handicraft Naparat” เปิดเผยว่า ได้เข้ามาสานต่อการทำผลิตภัณฑ์ย่านลิเภาของครอบครัวต่อเนื่องเป็นรุ่นที่ 3 โดยการทำผลิตภัณฑ์สืบทอดมาเป็นระยะเวลาร่วม 40 ปีแล้ว เริ่มจากคุณยาย คุณแม่ และต่อเนื่องมาจนถึงตนเองในปัจจุบัน

“การเลือกเข้ามาสานต่อและสร้างแบรนด์ออกสู่ตลาดเริ่มต้นในปี 2557 ภายหลังที่เรียนจบแล้วจึงเข้ามาสืบทอด เพราะเรามีความผูกผันที่ได้เห็นคุณแม่ทำตั้งแต่ช่วงเด็กๆ ประกอบกับการเห็นว่างานหัตถกรรมจักสานเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก และในพื้นที่แถวบ้านก็ไม่มีคนรุ่นใหม่เข้ามาทำ ส่วนใหญ่เป็นคนอายุ 50 ปีขึ้นไปที่ได้ทำผลิตภัณฑ์ย่านลิเภา ทำให้ตนเองคิดว่าต้องการเข้ามาสืบทอดให้งานจักสานคงอยู่ต่อไป” นภารัตน์ กล่าว

แบรนด์ “นภารัตน์” จะมีเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ทั้งเทคนิคการสาน เส้นลายของลิเภา ที่เป็นเส้นเล็กๆ รูปแบบของแต่ละทรงผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานร่วมสมัยผสมด้วยรูปแบบเฉพาะของการจักสานแบบโบราณ รวมถึงการเป็นงานฝีมือที่มีความประณีต ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นงานร่วมสมัยสวยงามและคงอัตลักษณ์ของพื้นที่ไว้ใน จ.นครศรีธรรมราช

พร้อมกันนี้ได้ขยายผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้ทั้งหมด ทั้งการมีสินค้ากลุ่มกระเป๋า กลุ่มของใช้ของตกแต่งบ้าน กลุ่มงานเครื่องประดับจิวเวลรี่ รวมถึงมีการผสมด้วยงานผ้าไหม เช่น ผ้าไหมแพรวา เป็นต้น ทำให้ได้แต่ละแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความพิเศษและโดดเด่น

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าในปัจจุบันจะเป็นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงและมีความหลากหลายช่วงอายุไปจนถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากได้สร้างแบรนด์ให้เข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มีความชื่นชอบผลิตภัณฑ์งานจักสานและเป็นงานมือแฮนด์เมด โดยแต่ละผลิตภัณฑ์จะออกแบบให้ไม่ซ้ำกัน เช่น กระเป๋า 1 ใบ จะผลิตเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น และสามารถรับผลิตตามแบบที่ลูกค้าต้องการได้

ขณะเดียวกันยังมีการทำตลาดและส่งออกผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศทั้งในญี่ปุ่นและจีน รวมถึงแบรนด์มีการทำตลาดผ่านการออกงานในพื้นที่ต่างๆ และในกรุงเทพฯ รวมถึงผ่านช่องทางร้าน SACICT Shop ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และมีสินค้าวางจำหน่ายภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี และคิง เพาเวอร์ อีกทั้งตนเองได้มีการเปิดช็อปของแบรนด์ในพื้นที่คลอง 3 ปทุมธานี พร้อมกันนี้ได้ทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อว่า “Lipao Handicraft Naparat”

“สิ่งที่เราได้เข้ามาสืบทอดในสิ่งที่ทั้งคุณยายและคุณแม่ได้ทำไว้ โดยคุณยายจะเริ่มทำและจำหน่ายในหมู่บ้าน ส่วนคุณแม่จะเริ่มขยายตลาดและนำไปในจำหน่ายในจังหวัด ซึ่งมีลูกค้ารู้จักมากขึ้น ต่อมาตนเองจึงสนใจต้องการสร้างแบรนด์และขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งตนเองได้จบมาทางด้านรัฐศาสตร์การปกครอง เมื่อเราได้มาสานต่อทำให้คุณแม่มีความภาคภูมิใจอย่างมาก” นภารัตน์ กล่าว

อีกทั้งการขยายแบรนด์และงานดีไซน์ต่างๆ ได้มีการเข้าร่วมโครงการของศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT และได้รับคัดเลือกสู่ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ SACICT ได้มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้คำแนะนำในด้านต่างๆ ทำให้แบรนด์มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

นภารัตน์ กล่าวต่อว่า พร้อมผลักดัน “Lipao Handicraft Naparat” ให้มีการเติบโตต่อเนื่อง และจะมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์จากย่านลิเภาที่มีเอกลักษณ์และรูปทรงที่พิเศษสู่กลุ่มลูกค้า เพื่อทำให้งานหัตถศิลป์ของไทย ได้รับการสืบทอดและมีการต่อยอด พร้อมกับขยายตลาดใหม่สู่กลุ่มลูกค้าอย่างไม่สิ้นสุด

บทความแนะนำ