ยื่นลงทุนพุ่ง9แสนล.

วันที่ 10 ม.ค. 2562 เวลา 08:28 น.
ยื่นลงทุนพุ่ง9แสนล.
เผยยอดขอส่งเสริมลงทุน บีโอไอ ปี 2561 ทะลุ 9 แสนล้าน เกินเป้า 25% ปีนี้ตั้งเป้า 7.5 แสนล้าน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการทำงานและการส่งเสริมการลงทุนในปี 2562 ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า บีโอไอได้รายงานสถานการณ์การลงทุนปี 2561 ที่ผ่านมา พบว่ามีนักลงทุนยื่นขอรับ ส่งเสริมการลงทุนจำนวน 1,626 โครงการ สูงกว่าปีก่อน 3% มูลค่าเงินลงทุนรวม 901,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 25%

ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมามีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ในกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยานยนต์หลายรายมายื่นรับส่งเสริมในกิจการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) ที่มาตรการจะสิ้นสุดในปี 2562

สำหรับภาพรวมโครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุนปี 2561 อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 84% คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนกว่า 7.58 แสนล้านบาท ประกอบด้วย อุตสาหกรรมดิจิทัล การแพทย์ ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ และอากาศยาน เงินลงทุนรวม 5.39 แสนล้านบาท และอุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ท่องเที่ยว และแปรรูปอาหาร เงินลงทุนรวม 2.19 แสนล้านบาท

ขณะที่ภาพรวมยอดคำขอและจำนวนโครงการรับส่งเสริมการลงทุนในปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 422 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 6.83 แสนล้านบาท เป็นคำขอลงทุนใน จ.ชลบุรี มากที่สุด 193 โครงการ เงินลงทุนรวม 5.76 แสนล้านบาท รองลงมาคือ จ.ระยอง 156 โครงการ เงินลงทุน 5.87 หมื่น ล้านบาท และ จ.ฉะเชิงเทรา 73 โครงการ เงินลงทุน 4.83 หมื่นล้านบาท

"เป้าหมายสำคัญที่ต้องการให้ บีโอไอดำเนินงาน คือการชักจูงการลงทุน พัฒนาสตาร์ทอัพ และลดความเหลื่อมล้ำ โดยได้มอบหมายให้บีโอไอทบทวนโครงการบ้านบีโอไอ ที่เคยดำเนินการมาแล้วเมื่อปี 2535 โดยปรับหลักเกณฑ์ทางภาษี เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อย ให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สามารถลงทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัยราคาถูกได้" นายสมคิด กล่าว

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า บีโอไอ ตั้งเป้าหมายคำขอรับการส่งเสริมลงทุน 7.5 แสนล้านบาท เนื่องจากมองว่า ปี 2562 ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอตัว จึงประเมินคำขอ ลงทุนสูงขึ้นกว่าเป้าหมายเดิมไม่มากจากปี 2561 ที่ 7.2 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันการเมืองไทยกำลังจะจัดให้มีการเลือกตั้งมีผลทั้งบวกและลบ โดยมีปัจจัยบวกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อีอีซีที่ต้องดำเนินการให้ได้ก่อนมีการเลือกตั้งตามแผนที่กำหนด เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน สนามบินอู่ตะเภา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกบางอย่างอาจส่งผลบวกต่อการลงทุนของไทย เช่น สงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ยังส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติ เช่น เกาหลี จีน ญี่ปุ่น สหรัฐ สนใจที่จะย้ายฐานเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น

น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ย. 2562 บีโอไอมีแผนชักจูงการลงทุนในประเทศเป้าหมาย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สหรัฐ และกลุ่มยุโรป โดยจะใช้กลยุทธ์เจาะลึกให้รายละเอียดและข้อมูลเป็น รายบริษัท เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายส่งเสริมการลงทุนแบบเชิงลึกมากขึ้น และจะประเมินการขอส่งเสริมการลงทุนในอีอีซีในปี 2562 โดยเสนอให้ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในวันที่ 11 ม.ค.นี้

บทความแนะนำ