"สยามทาคาชิมายะ" เปิดกลยุทธ์สู้ศึกค้าปลีกไทย

  • วันที่ 12 พ.ย. 2561 เวลา 19:52 น.

"สยามทาคาชิมายะ" เปิดกลยุทธ์สู้ศึกค้าปลีกไทย

หนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของ "ไอคอนสยาม" ก็คือ ห้างสรรพสินค้า "สยาม ทาคาชิมายะ" ที่มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย

***************************

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

หนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของ "ไอคอนสยาม" ก็คือ ห้างสรรพสินค้า "สยาม ทาคาชิมายะ" ที่มาเปิดสาขาแรกในประเทศไทย

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ไปแล้วสำหรับ ไอคอนสยาม ที่หวังปักหมุดเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คระดับโลกในประเทศไทย และหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญในโครงการที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวรวมถึงคนไทยให้เข้ามาใช้บริการได้ก็คือ การเปิดห้างสรรพสินค้า สยาม ทาคาชิมายะ จากประเทศญี่ปุ่นสาขาแรกในประเทศไทย และเป็นสาขาที่ 4 นอกประเทศญี่ปุ่น รองจากสิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ และโฮจิมินห์

ชิเกรุ คิโมโตะ ประธานบริหารบริษัท ทาคาชิมายะ ผู้บริหารห้างทาคาชิมายะ เปิดเผยว่า ปัจจุบันทาคาชิมายะเปิดบริการในประเทศญี่ปุ่นรวม 17 สาขา และนอกญี่ปุ่น 4 สาขา ซึ่งสาขาในประเทศไทยถือว่าเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ของการเติบโตในต่างประเทศ โดยมีประเทศกลุ่มอาเซียนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งมั่นใจในการเข้ามาขยายสาขาในประเทศไทยอย่างมาก

ทั้งนี้ เห็นได้จากการวางเป้าหมายให้สาขาในประเทศไทยสามารถทำรายได้เป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์หลังจากเปิดให้บริการเพียง 2 ปี และถึงจุดคุ้มทุนภายใน 2 ปีเช่นกัน โดยในปีแรกวางเป้าหมายรายได้ 3,800 ล้านบาท

สำหรับสาขาในประเทศไทยนั้น จะใช้ความสำเร็จที่เกิดจากสาขาในประเทศสิงคโปร์ที่เปิดมานาน 25 ปี และประสบความสำเร็จอย่างมากมาผสานกับนวัตกรรมใหม่และปรับใช้ในประเทศไทย โดยจะเน้นจุดแข็ง 3 ด้าน คือ สินค้าที่มีคุณภาพ การบริการที่แตกต่าง และความพร้อมในการปรับตัวเข้ากับความต้องการของลูกค้าและชุมชน

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยมีความรุนแรง โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ห้างสรรพสินค้ารวมถึงการที่ปัจจุบันพฤติกรรมคนไทยนิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น แต่มั่นใจว่า สยาม ทาคาชิมายะ จะประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จากการมีจุดเด่นและความแตกต่างที่แข็งแกร่ง รวมถึงการมีพันธมิตรที่แข็งแรงอย่างไอคอมสยาม

“จุดแข็งที่เราประสบความสำเร็จในต่างประเทศคือ 1.การเปิดช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ 2.การมีร้านค้าเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ตรงความต้องการ และ 3.การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่สำหรับในไทยจะเน้นเพียงช็อปปิ้งเซ็นเตอร์และร้านค้าเฉพาะทาง เพราะผู้ร่วมทุนคือไอคอนสยามเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว” คิโมโตะ กล่าว

นอกจากนี้ จากการเจรจากับไอคอนสยามจนนำมาสู่การร่วมทุนขยายสาขาในประเทศไทยครั้งนี้ยังมีความชัดเจนว่า สยาม ทาคาชิมายะ จะเป็นหนึ่งในแม่เหล็กสำคัญของโครงการไอคอนสยาม และสอดรับกับกลยุทธ์ของไอคอนสยามที่ต้องการสร้างเมืองใหม่ เพื่อเป็นแลนด์มาร์คใหม่ด้านการช็อปปิ้งและการท่องเที่ยวของไทย ดังนั้น การร่วมทุนครั้งนี้จึงเกิดจากความมั่นใจของทั้งสองฝ่ายและเชื่อว่าจะได้ประโยชน์สูงสุดจากความแข็งแกร่งของกลุ่มไอคอนสยาม

ขณะเดียวกัน อีกจุดแข็งของทาคาชิมายะที่ทำให้ประสบความสำเร็จในต่างประเทศมาแล้วคือ ความพร้อมในการปรับตัวเข้ากับชุมชนในแต่ละโลเกชั่น โดยใช้การตลาดนำ (Market First) โดยยึดมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ฟังเสียงชุมชนและพร้อมที่จะนำมาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงทันที เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย การเป็นห้างที่เป็นที่รักของคนไทย

“เราพร้อมให้การต้อนรับตามแบบฉบับญี่ปุ่น หรือโอโมเตะนาชิ ด้วยความใส่ใจตั้งแต่การออกแบบพื้นที่เพื่อลูกค้า เช่น บริการห้องสำหรับดูแลเด็กอ่อน ห้องให้นมบุตร ห้องน้ำสะดวกสบาย มีลิฟต์บริการทุกชั้น บริการถุงเก็บความเย็นและล็อกเกอร์ตู้เย็น รวมถึงห้องทรีตเมนต์ในโซนเครื่องสำอาง เป็นต้น”คิโมโตะ กล่าว

จะเห็นได้ว่า หลายบริการเป็นบริการที่ยังไม่มีในห้างสรรพสินค้าในปัจจุบัน ซึ่งเกิดจากอินไซต์หรือการศึกษาความต้องการเชิงลึกของลูกค้าแล้วนำมาพัฒนาในการให้บริการที่แตกต่าง ซึ่งผู้บริหารของทาคาชิมายะมั่นใจว่า จะเป็นความแตกต่างที่นำชัยมาได้แน่นอน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ