สร้างสุขจากใจ

วันที่ 06 พ.ค. 2564 เวลา 15:14 น.
สร้างสุขจากใจ
คอลัมน์ Great Talk

"ทำไมคนเราถึงมีอาการสุขทุกข์ขึ้นมาในใจครับ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาเพื่อทุกข์ใช่หรือไม่ครับ ทำไมบางคนเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้าแต่กลับบางคนกลับไม่มีอาการอะไรเลยครับ คนที่เขาเครียดนี่เขาคิดไปเองรึเปล่าครับ”

สวัสดีครับ เคยได้ยินคำนี้ไหมครับ “สุขทุกข์เกิดขึ้นที่ใจ” ครับ หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินมาบ่อยแล้วคงตั้งคำถามว่าแล้วใจมันอยู่ตรงไหนคือความคิดหรือความรู้สึกของเรา?

ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว วิทยาศาสตร์ก็มีคำตอบนะครับ เราเรียกปฏิกริยาที่เกิดขึ้นในสมองของเราว่าเคมีครับ โดยสารเคมีที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับความสุขและความทุกข์คือ DOSE

Dopamine (โดพามีน) เป็นสารเคมีในสมองที่จะหลั่งออกมาเมื่อมีความสุข เรียกอีกอย่างว่า “Joy” คือ สารตัวนี้จะสร้างความสุข สนุกสนาน เพลิดเพลินมีความสุขเกิดแรงบันดาลใจให้สามารถคิดหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆได้ง่ายขึ้นหรือทำให้เรามีสมาธิที่จะจดจ่อทำอะไรต่อมิอะไรได้นานมากขึ้น

Oxytocin (อ๊อกซี่โทซิน) เป็นสารเคมีที่เกิดจากความรักและเป็นสารที่ส่งผ่านกันได้ เช่นจากคุณแม่มาสู่คุณลูกตอนที่อยู่ในครรภ์หรือผ่านจากน้ำนมแม่หรือจากคู่ครองผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การสัมผัสหรือการโอบกอดก็ช่วยได้ครับ เป็นสารที่เรียกสั้นๆว่า “Love” คือการมอบความรักให้กันและกันอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่ความรักที่แอบแฝงผลประโยชน์อะไรบางอย่าง

หลายคนอาจคิดว่ารักแบบแอบแฝงกับไม่แอบแฝงเวลาสัมผัสจะรู้สึกได้อย่างไร อันที่จริงเราสามารถรับรู้ความรู้สึกที่บริสุทธ์ได้นะครับ เพียงแต่ว่าเราใช้ความคิดมากเกินไปจนหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเองนั้นแหล่ะครับแต่หากเราลองฝึกหยุดคิดและใช้ความรู้สึกเราจะสามารถจับความรู้สึกต่างๆได้ดียิ่งขึ้นเองครับ

Serotonin (เซโรโทนิน) สงบ อบอุ่น ผ่อนคลาย ไร้กังวล คือคำจำกัดความของสารเคมีตัวนี้ครับหรือเรียกอีกอย่างว่า Peace คือความสงบนั้นแหล่ะครับ ความสงบไม่ได้เกิดแค่จากการที่มองเห็นแต่ความสงบที่ว่าคือความสงบที่อยู่ข้างในนะครับ

หากเราเคยสังเกตุคนที่ดูสงบแต่ภายนอกดูเยือกเย็นแต่ข้างในร้อนรน มีอาการกระสับกระส่ายจากใจที่กังวลอะไรสักอย่างแตกต่างจากคนที่ดูกระฉับกระเฉงรวดเร็วแต่จิตใจสงบ เขาก็สามารถทำอะไรได้หลายอย่างโดยไม่ผิดพลาด วิธีการสร้างสารนี้ก็คือการนอนหลับพักผ่อนหรือการทำสมาธิจะช่วยให้เราเข้าถึงความสงบได้ง่ายขึ้นครับ

Endorphin (เอ็นโดฟิน) เรียกง่ายๆว่า “Fresh”สารเคมีในร่างกายเราที่ทำให้เรามีความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อารมณ์ดี สารความสดชื่นนี้จะถูกหลั่งออกมาเวลาที่เราออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ

นักประสาทวิทยาแห่งไอเจียผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและกระดูกสันหลังในสหรัฐอเมริกา อธิบายว่า ความสุขทำให้คุณมีรอยยิ้ม ในทางตรงกันข้ามรอยยิ้มก็ทำให้คุณมีความสุขเช่นเดียวกัน

เนื่องจากรอยยิ้มจะกระตุ้นสารเคมีในสมองอย่าง โดพามีน ที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิ และไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ รอบตัวมากขึ้น ซึ่งจะทำให้มีความพอใจหรือมีความสุขมากขึ้นตามไปด้วยนอกจากนี้ ยังกระตุ้นเซโรโทนิน สารสื่อประสาทชนิดหนึ่งมีหน้าที่ควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึก

หากร่างกายมีสารเซโรโทนินอย่างเพียงพอจะช่วยให้อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย สงบ และตอบสนองต่อความเครียดได้ดี ดังนั้นการยิ้มจึงเป็นการหลอกให้สมองเชื่อว่าคุณรู้สึกมีความสุขและส่งผลให้ไปกระตุ้นการทำงานของสมองให้มีความสุขนั่นเอง

จะเห็นได้ว่ามีหลักฐานอ้างอิงทางวิทยาศาสตร์มากมายที่กล่าวถึง “ความน่าจะเป็น” ของอาการทางใจที่มีความสุขทุกข์อย่างที่ผมได้อธิบายไปแต่หากอธิบายลงลึกก็เป็นทางความคิดนี่แหล่ะครับที่จะเป็นตัวกำหนดความสุขทุกข์เพราะความคิดเป็นพลังงานอย่างนึง คิดดีใจเราก็เบาสบายหากคิดไม่ดีมีความกังวล ความเหงา ความกลัวความเศร้า ใจเราก็หนักและทำให้ร่างกายไม่สบายตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามแก้ไขกันไปตามอาการนะครับ หากร่างกายสารเคมีหลั่งผิดปกติก็ทานยาควบคู่พร้อมกับรักษาจิตใจให้ดีตามยิ่งขึ้นแต่หากใครสบายดีไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรมากก็พยายามแบ่งปันความสุขให้คนใกล้ตัวเราบ้างแค่นี้สังคมนี้ก็มีความสุขขึ้นแล้วล่ะครับ