โคโรนาพ่นพิษ วิกฤต SME

วันที่ 09 ก.พ. 2563 เวลา 12:05 น.
โคโรนาพ่นพิษ วิกฤต SME
เรียกว่าความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก จากปัญหาค่า PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานส่งผลต่อสุขภาพ และกระทบเศรษฐกิจไทย มาถึงปลายเดือนมกราคม จากกระแสการแพร่ระบาดของ โคโรน่าส่งผลให้จีนต้องประกาศปิดเมือง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

เรียกว่าความวัวยังไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก จากปัญหาค่า PM 2.5 สูงเกินค่ามาตรฐานส่งผลต่อสุขภาพ และกระทบเศรษฐกิจไทย มาถึงปลายเดือนมกราคม จากกระแสการแพร่ระบาดของ โคโรน่าส่งผลให้จีนต้องประกาศปิดเมือง เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

เมื่อไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก และตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในปี 2662 อยู่ที่ 10.80-10.99 ล้านคน (ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย) ซึ่งแน่นอนว่า อุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวกระทบอย่างจัง

รายงานตัวเลขธุรกิจโรงแรมมีการยกเลิกจองห้องพักแล้ว 20% นอกจากนี้หากมีการปิดประเทศนานถึง 1 เดือน จะส่งผลต่อขยายวงถึง ธุรกิจอาหาร บริการของฝากของที่ระลึกด้วย จากข้อมูล แบงค์ ออฟ อเมริกา คาดว่าหากการระบาดของไวรัสยืดเยื้อถึง 2 เดือน มีผลต่อ GDP ไทยลดลง ประมาณ 0.3 %

ตอกย้ำการทรุดตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมปีนี้มีข่าวสัญญานลบออกมาอย่างต่อเนื่อง นับว่าสาหัดสำหรับการทำธุรกิจ ทั้งที่ช่วงนี้เสมือนช่วงกอบโกย (High Season)

แนวทางการปรับตัว SME รายย่อยเพื่ออยู่รอดในระยะนี้ 1. เน้นครีเอทีฟความคิดสร้างสรรค์ เจาะตลาด Niche Market ลดการพึ่งพาแรงงาน ทำสินค้าที่โฟกัสเฉพาะกลุ่มจริงๆ

2. มองหาวัตถุดิบท้องถิ่น ราคาไม่สูง เพื่อลดต้นทุนจากการนำเข้า และใส่เรื่องราวเพิ่มฟังชั้นการใช้งาน ที่ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าเกินกำลังเงินที่จ่าย 3. สร้าง Supply Chain ซื้อวัตถุดิบระหว่างกัน แลกเปลี่ยนการผลิตเพื่อลดต้นทุนตัวกลาง ทำให้ต้นทุนที่ถูกลง และยังไม่ต้องสต๊อกสินค้า และวัตถุดิบมากมาย กลับกันยังทำให้สินค้ามีความหลากหลาย

4. ลองปรับขายสินค้า วัตถุดิบให้ลูกค้ากลุ่ม DIY ( Do it yourself ) ไปทำสินค้าในแบบของตัวเอง เช่นการจัด Gift Set บอกวิธี แนะขั้นตอนการสร้างสรรค์ ชิ้นงาน สอดแทรกไอเดียแถมเพิ่มให้ลูกค้าก็จะเป็นอีกแนวทางในการทำการตลาด 5. ผลิตสินค้าแบบ Made to order เพื่อลดจำนวนสต๊อกสินค้า แถมยังมั่นใจว่าสินค้าที่ทำขึ้นมาขายได้แน่นอน ชูการตลาด "ชิ้นเดียวในโลก" สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์

นอกจาก SME ต้องปรับกลยุทธ์ ในการทำธุรกิจแล้ว ที่สำคัญภาครัฐต้องส่งเสริม ให้เกิดการซื้อขายกันเองในประเทศ สร้างค่านิยมให้กินของไทย ใช้ของไทย ลดการนำเข้า กระตุ้นให้ซื้อสินค้า และท่องเที่ยวชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้เกิดวงรอบการหมุนของเม็ดเงิน

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต