ย้อมมองซาร์ส เพื่อรับมือโคโรน่า

วันที่ 26 ม.ค. 2563 เวลา 07:10 น.
ย้อมมองซาร์ส เพื่อรับมือโคโรน่า
โดย ดิลก ถือกล้า Email: dilok.tue9176@gmail.com

สิ่งที่เป็นปรากฎการณ์ของโลกที่สร้างความตื่นตระหนกและกังวลอีกเรื่องหนึ่งในเวลานี้ คือ การเกิดโรคระบาดที่ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบขั้นรุนแรงจากเชื้อไวรัสโคโรนา และจากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า เชื้อโคโรนาเป็นตระกูลเดียวกับเชื้อไวรัสซาร์ส (SARs) ที่เคยแพร่ระบาดจากจีน เมื่อปี 2546 แล้วลุกลามไปหลายๆประเทศ

ในช่วงเวลานั้น ผมจำได้ว่าผมทำงานเป็น HR Manager ของบริษัทฯแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติ มีการวางมาตรการที่เข้มงวดและระมัดระวังอย่างสูงสุด โดยมีการกำหนดมาตรการที่เป็นมาตรฐานจากสำนักงานภูมิภาค (Regional Office) ที่สิงคโปร์ ซึ่งในเวลานี้ พอมีเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า แม้องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้ประกาศให้เป็นโรคที่มีการระบาดใหญ่ แต่ในแง่ของการเตรียมการ ทำให้ผมคิดถึงมาตรการต่างๆที่ได้มีการนำไปปรับใช้ ในเวลาที่ได้เกิดการระบาดของเชื้อไวรัสซาร์ส ที่เราสามารถนำมาทบทวนปัดฝุ่นเตรียมไว้เพื่อรับมือกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ โดยมาตรการที่มีการดำเนินการในช่วงที่โรคซาร์สระบาด เท่าที่ผมจำได้จะเป็นมาตรการต่างๆ ในแนวทางเหล่านี้

1.มาตรการในการเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของโรค

•งดการเดินทางไปในประเทศที่เป็นพื้นที่โรคระบาด ให้ใช้การทำ VDO Conference หรือ Tele-Conference แทน

•หากจำเป็นต้องเดินทางไปประเทศที่เป็นพื้นที่โรคระบาด ให้ขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ โดยบอกเหตุผลความจำเป็นว่า ทำไมจึงต้องเดินทางไป และเมื่อกลับมาจะต้องยอมรับมาตรการที่ใช้กับผู้เดินทางกลับมาจากประเทศพื้นที่โรคระบาด

•ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศพื้นที่โรคระบาดไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวส่วนตัวหรือเป็นการเดินทางด้วยเหตุผลทางธุรกิจ จะถูกขอให้อยู่ที่บ้านไม่ออกไปไหนเรียกว่า เป็น Quarantine Period โดยจะกำหนดที่ 7-10 วันซึ่งเป็นระยะเวลาที่เชื้อโรคมีการเพาะเชื้อ โดยให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับคนในครอบครัวในช่วงเวลาที่อยู่ใน Quarantine Period ด้วย

•กรณีที่เดินทางไปในประเทศที่ไม่ใช่พื้นที่โรคระบาด ให้พนักงานป้องกันและดูแลตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ

2.มาตรการในการติดต่อธุรกิจ

•เลี่ยงการนัดหมายกับคู่ค้าที่มาจากประเทศที่เป็นพื้นที่โรคระบาด ให้ใช้การติดต่อสื่อสารด้วยวิธีอื่นแทน

•หากเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพบกับคู่ค้าที่มาจากประเทศที่เป็นพื้นที่โรคระบาด ให้จัดห้องประชุมไว้เป็นการเฉพาะห่างจากห้องประชุมหรือสำนักงาน ให้หลีกเลี่ยงการทักทายด้วยการสัมผัสเช่น จับมือกัน ในระหว่างการประชุมก็ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย และหลังจากจบการประชุมกัน ให้แม่บ้านเข้าไปทำความสะอาด ฆ่าเชื้อทุกครั้ง

•งดการรับของฝาก ของชำร่วยที่นำมาโดยคู่ค้าที่มาจากประเทศพื้นที่แพร่ระบาด

•งดการร่วมทานเลี้ยงสังสรรกับคู่ค้าที่มาจากประเทศพื้นที่โรคระบาด

3.มาตรการกรณีพบผู้ป่วยในสถานที่ทำงาน หากพบว่ามีผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสซาร์ส จะมีการกำหนดมาตรการดังนี้

•ให้พนักงานที่ทำงานในบริเวณใกล้เคียง หรือเข้าร่วมประชุมด้วยกันกับพนักงานที่ป่วย ทำงานที่บ้านแบบ Work From Home ด้วย Quarantine Period เป็นระยะเวลา 7-10 วัน และต้องรีบแจ้งหากมีอาการผิดปกติ

•ให้ทำความสะอาดสำนักงานแบบเต็มรูป รวมทั้งทำการอบฆ่าเชื้อ

•พนักงานผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสซาร์สจะต้องได้รับการยืนยันรับรองจากแพทย์ก่อนกลับเข้าทำงาน

4.มาตรการเชิงป้องกัน ก็จะคล้ายๆกับการดำเนินการทั่วไปในปัจจุบันช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ เช่น ให้ความรู้ความเข้าใจ จัดเตรียมการคัดกรองด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิตรงทางเดินเข้าสำนักงาน จัดเตรียมเจลล้างมือ อุปกรณ์การป้องกันเช่น หน้ากากอนามัยแบบ N-95 รวมทั้ง จัดให้มี Hot Line รายงาน หากมีพนักงานคนใดเริ่มมีอาการผิดปกติ เป็นต้น

เรื่องนี้เป็นการกลับไปมองมาตรการที่อาจจะนานหลายปีแล้ว แต่ผมเชื่อว่า ยังเป็นมาตรการที่ยังปรับใช้ได้กับกรณีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้

ผมไม่ได้นำเรื่องนี้มาเล่าเพื่อให้เกิดการตื่นตูม หรือ ตื่นตระหนก แต่เป็นการนำมาเล่าเพื่อให้เกิดการตระหนักและการเตรียมตัวให้พร้อม เพราะถึงเวลานี้ คำถามที่ว่า เชื้อไวรัสโคโรนาจะเกิดการแพร่ระบาดใหญ่เหมือนซาร์สหรือไม่ คงไม่ใช่คำถามอีกต่อไป แต่จะเป็นคำถามว่า การระบาดใหญ่เหมือนซาร์สจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ต่างหาก