ขอชื่นชม..แทนชาวพุทธ

วันที่ 26 เม.ย. 2563 เวลา 10:48 น.
ขอชื่นชม..แทนชาวพุทธ
โดย...อุทัย มณี

*************

ในช่วงประเทศเกิดวิกฤติไวรัสโควิด-19 นี้ เห็นบทบาทของ คุณเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชักเข้าท่า ทำงานกับคณะสงฆ์ค่อนข้างราบรื่นและดี

ความจริงคณะสงฆ์ไม่มีอะไรมากมาย ใช้หลักการบริหารง่าย ๆ คือ วิ่งเข้าหาและพูดคุยรายงานให้ทราบ แค่นี้จบ..แค่นี้จริง ๆ รัฐมนตรีจะเอาอะไรขอให้บอก คณะสงฆ์ทุ่มเทเต็มที่

ตอนเกิดระบาดไวรัสโควิดใหม่ ๆ รัฐบาลยังไม่ได้ทำอะไรเลย รัฐบาลยังตั้งตัวไม่ถูกด้วยซ้ำไปว่า..จะเอาอย่างไรกับไวรัสโควิด มึน ๆ งง ๆ อยู่กับจะปิดประเทศหรือจะเปิดดี จะเอาเงินหรือจะเอาชีวิตดี

คณะสงฆ์ นำโดยสมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระดำริ จัดตั้งโรงทานทั่วประเทศแล้ว นำหน้ารัฐบาลแล้ว

รัฐมนตรีเทวัญ ต้องยึดหลักการการทำงานแบบนี้เอาไว้ คือ เข้าหา รายงาน และพูดคุยประสานให้เข้าใจ อย่าว่าแต่เงินกองทุนของคณะสงฆ์ อย่าว่าแต่เงินวัดเลย เงินในย่าม พระสงฆ์ก็เทให้หมด นี้คือ นิสัยพระสงฆ์บ้านเรา ยิ่งระดับรัฐมนตรีเข้าหาพูดคุย รายงานยิ่งทำให้พระผู้ใหญ่ไว้ใจ วางใจ ทำงานแล้วสบายใจ

ไม่เหมือนอดีตรัฐมนตรีบางคนที่ผ่านมา..เนื่องจากมีการตั้งธง..มีอคติต่อพระผู้ใหญ่บางรูป มีอคติในทางการเมือง..ระหว่างรัฐบาลและคณะสงฆ์ จึงเละตุ้มเป๊ะ หากสมัยโบราณคงมีประกาศ “คว่ำบาตร” กันบ้างแล้ว

การที่นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบหมายให้รัฐมนตรีเทวัญ เป็นตัวแทนนายกรัฐมนตรีไปมอบผ้าไตร ไทยธรรม เพื่อขอคำปรึกษาหรือเพื่อความเป็นสิริมงคลอะไรก็แล้วในห้วงเวลานี้ถือว่าถูกต้อง..การตั้งโรงทานตามพระดำริของสมเด็จสังฆราช รัฐบาลต้องขอบคุณคณะสงฆ์ ที่ทำงาน ออกเงิน ตั้งโรงทานวัด ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ทำดีกว่าหน่วยงานราชการอีก เงินก็ไม่ต้องเสีย คนก็ไม่ต้องจ้าง.. แค่คำขอบคุณคงทำได้ไม่ยาก

การตั้งโรงทานตามพระดำริสมเด็จพระสังฆราช ตอนนี้เห็นรัฐมนตรีเทวัญ ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเจ้าอาวาส คณะทำงานทุกวัน อันนี้ก็น่าชื่นชม ยิ่งนิมนต์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชไปด้วย ยิ่งทำให้การทำงานราบรื่นและคณะสงฆ์เต็มใจเต็มที่

ภาพการลงพื้นที่แบบนี้ การทำงานร่วมกับคณะสงฆ์ของรัฐมนตรีเทวัญแบบนี้ มันลบภาพเก่า ๆ  รอยเร้า ๆ ลึก ๆ ระหว่างรัฐบาล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กับคณะสงฆ์ ได้เป็นอย่างดี

ยิ่งเมื่อวานก่อน ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง รัฐมนตรีเทวัญ ลิปตพัลลภ พร้อมด้วย นายณัฏฐชัย ศรีรุ่งสุขพินิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลเอกปริพัฒน์ ผลาสินธุ์ รองเสนาธิการทหาร ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) นายแพทย์สุระ วิเศษศักดิ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข และ พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ร่วมต้อนรับคณะชาวไทย จำนวน 171 ราย ประกอบด้วย พระสงฆ์ 104 รูป แม่ชี 11 คน และผู้ปฏิบัติธรรม 56 คน เดินทางกลับจากประเทศอินเดีย  อันนี้ “ได้ใจชาวพุทธทั่วประเทศ”

เพราะที่ผ่านมามีการแชร์ข้อความในโซเซียลในชาวพุทธสุดโต่งกลุ่มหนึ่งว่า “มีบางศาสนาเหมาเครื่องบินกลับมาพร้อมเชื้อโรค” ในขณะที่ชาวพุทธในอินเดียตกค้างอยู่ประมาณ 1,600 คน มีวัดไทย พระธรรมทูต คอยช่วยเหลือ ทั้งเหมาเครื่องบินกลับเอง ทั้งประสานที่พักไว้กักตัวเองในไทย แต่ปลายสายเมืองไทยบอก “ไม่อนุมัติ”

ผมสอบถามเรื่องนี้จากพระคุณเจ้าที่อยู่อินเดีย ส่วนหนึ่งก็ใช่ แต่หลายส่วนเรื่องนี้คือ “นิสัยชาวพุทธเราเอง” คือ..หละหลวม แค่เอกสารก็ขอกันเป็นอาทิตย์เชียว ส่วนศาสนาอื่น คนพร้อม เงินพร้อม เอกสารพร้อม ยิ่งเมืองไทย..ผู้นำเขาพร้อม

เอาเป็นว่าคุณเทวัญ  ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จงรักษาบรรทัดฐานการทำงานตรงนี้ไว้ให้ดี อย่าพึงเชื่อข้าราชการที่เคยสร้าง “บาดแผลไว้กับคณะสงฆ์”  อย่าพึงเชื่อข้อมูลที่ข้าราชการเสนอเข้ามา โดยยังไม่ผ่านกลั่นกรองอย่างรอบคอบ และหากเป็นไปได้ พึงเลือกข้าราชการที่เป็นลูกหม้อของคณะสงฆ์มาเสริมทีม..

หากทำได้รับรองได้รับเสียงสาธุการจากคณะสงฆ์ทั่วประเทศ ดีไม่ดีเลือกตั้งคราวหน้า มีพระสงฆ์เป็นหัวคะแนนให้เป็นของแถม..