เปิด “ธรรมยาตราลุ่มน้ำโขง” ครั้งที่ 2 สานต่อศรัทธาชาวพุทธ 5 แผ่นดิน

  • วันที่ 15 ต.ค. 2562 เวลา 21:41 น.

เปิด “ธรรมยาตราลุ่มน้ำโขง” ครั้งที่ 2 สานต่อศรัทธาชาวพุทธ 5 แผ่นดิน

สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ชมรมโพธิคยา มูลนิธิวีระภุชงค์และกลุ่มพันธมิตรแถบลุ่มน้ำโขง ผนึกกำลังจัดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ครั้งที่ 2

เมื่อวันที่ 15 ต.ค.เวลา 14.00 น. ชได้มีการจัดพิธีเปิดโครงการ ณวัดพระธาตุผาเงา จังหวัดเชียงราย อย่างยิ่งใหญ่ โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตในต่างประเทศ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย สมาชิกวุฒิสภา (ตัวแทนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) เป็นประธานในพิธีเปิด

ทั้งนี้ มีพระมหาบุนมา สิมมาพรหม รองประธานสงฆ์แห่ง สปป.ลาว , ภัททันตะ จันทิมาวิวังสะ กรรมการเถรสมาคมและเลขาธิการมหาเถรสมาคมแห่งสหภาพเมียนมา , สมเด็จพระอุดมวงศา มงรา เลขาธิการเถรสมาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา , พระคุณเจ้า ติช เทียน ตั้ม รองประธานสงฆ์แห่งประเทศเวียดนาม , ท่านเขียว กันนะฤทธิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสาร กัมพูชา , ดร.คิน ฉ่วย ประธานสมาพันธ์พุทธเถรวาทแห่งสหภาพเมียนมา , ท่านจันทรวงศ์ แสง อมาตย์มนตรี รองประธานมูลนิธิแนวลาวสร้างชาติแห่ง สปป.ลาว , นายวินัย วีระภุชงค์ ประธานมูลนิธิวีระภุชงค์ และนายชัช ชลวร ประธานชมรมโพธิคยา เข้าร่วมพิธีเปิด

ทั้งนี้ มีการประกอบพิธีบวงสรวง ณ พระบรมธาตุพุทธนิมิตเจดีย์ นอกจากนี้ยังมีขบวนแห่ศิลปวัฒนธรรมล้านนา ขบวนแห่พระ และตราสัญลักษณ์โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน และมีการร่วมพิธีปลูกต้นศรีมหาโพธิ์ร่วมกัน

ขณะที่ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เปิดเผยว่า งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโข งเป็นการรวมพลังอันยิ่งใหญ่ของกุศลเจตนาโดยวางจิตใจตั้งมั่นไว้ด้วยการเป็นพุทธบริษัทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเสมือน บิดา และล้วนอาศัยความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงหล่อเลี้ยงด้วยกันทั้งสิ้น ดุจมีมารดาเดียวกัน ในฐานการวางจิตใจที่เข้มแข็งไว้เช่นนี้

งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จึงเกิดมาด้วยฐานของความเป็นมิตร เป็นญาติธรรม มีความไว้เนื้อเชื่อใจ เกื้อกูล แบ่งปัน ให้อภัย และพร้อมเปิดใจเรียนรู้ด้วยหัวใจชาวพุทธมาร่วมกันพัฒนาเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จึงก่อเกิดพลังใจมหาศาลในการจัดงานนี้ขึ้น เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนาให้สถิตธำรงมั่นตราบนานเท่านาน เพื่อสันติภาพและความสุขความเจริญในทุกด้าน โดยเป้าหมายคือให้ชาวพุทธนำพุทธธรรมมาใช้ในการดำเนินชีวิต อันก่อให้เกิดสามัคคีธรรม กระชับสัมพันธไมตรีในหมู่พวกเราชาวพุทธ

พล.อ.ไพโรจน์ พานิชสมัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานในพิธี กล่าวว่า เมื่อสองพันปีที่แล้วพุทธศาสนาได้เจริญรุ่งเรืองในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง จนได้รับการขนานนามว่า แผ่นดินสุวรรณภูมิ แผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง ประชาชนส่วนใหญ่ใช้หลักธรรมในการดำเนินชีวิต งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงครั้งนี้ นับเป็นโครงการที่ดี เพราะมีความตั้งใจด้วยความบริสุทธ์เพื่อร่วมกันหนุนเสริม เผยแผ่และปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา สร้างความผูกพันกระชับมิตรผ่านการธรรมยาตราไปยังดินแดนชาวพุทธ 5 ประเทศ

ทั้งนี้ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พุทธวัฒนธรรมประเพณีระหว่างชาวพุทธกลุ่มปะเทศลุ่มน้ำโขง กิจกรรมที่ดีงามเช่นนี้เชื่อมั่นว่าเป็นความภาคภูมิใจสำหรับพวกเราชาวพุทธ ไทย เมียนมา ลาว กัมพูชาและเวียดนาม และยังก่อให้เกิดความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้ง อันนำไปสู่การช่วยเหลือกันฉันมิตรในหลายด้าน อาทิ สัมพันธไมตรีและความมั่นคงระหว่างประเทศ ด้านสังคม วัฒนธรรมประเพณีและด้านเศรษฐกิจพล.อ.ไพโรจน์ กล่าวว่า เป็นที่น่ายินดีที่เรามีผู้ร่วมงานจาก 5 ประเทศ อาทิ ผู้นำคณะสงฆ์ ผู้บริหารของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม อุบาสก อุบาสิกา ซึ่งเป็นพุทธบริษัทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้พร้อมใจกันเดินทางมาร่วมพิธีเปิดเป็นจำนวนมาก ทำให้เห็นถึงพลังความสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ เพื่อเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียว อันจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสันติภาพที่ยั่งยืนในทุกมิติ

ด้านนายสุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย เปิดเผยว่า งานธรรมยาตราครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากดินแดนพุทธภูมิ ถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนาเชื่อมต่อมายังดินแดนลุ่มน้ำโขงแผ่นดินสุวรรณภูมิ โดยครั้งนี้นับเป็นการจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 จากดำริพระอาจารย์ใหญ่ ดร.พระมหาผ่อง สะมาเลิก อดีตประธานศูนย์กลางองค์การพระพุทธศาสนาสัมพันธ์ลาว ได้เมตตามอบแนวทางนโยบายไว้ขณะที่อาพาธหนัก ก่อนที่จะละสังขารสิริอายุ100 ปี ว่า ให้เดินหน้ามุ่งมั่นทำงานต่อไปในแนวทางพุทธพลิกสุวรรณภูมิ

สำหรับ งานนี้จะเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ สถาบันโพธิคยาฯ จึงได้น้อมรับคำแนะนำและขยายผลเป็นงานธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ครั้งแรก โดยเป็นการร่วมมือทำงานระหว่างภาคีเครือข่าย 5 ประเทศ อันเปรียบเสมือนการรวบรวมญาติธรรมในดินแดนลุ่มน้ำโขงมาบำเพ็ญกุศลบารมีร่วมกัน เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการนำพุทธธรรมคำสอนองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาปรับใช้กับทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความร่มเย็นอันเกิดจากสันติภาพทั่วแผ่นดิน

อย่างไรก็ตาม งานธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขงจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 14-31 ตุลาคม พ.ศ.2562 โดยเส้นทางเริ่มที่ วัดพระธาตุผาเงา จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย จากนั้นข้ามด่านแม่สายผ่านท่าขี้เหล็ก รัฐฉานของประเทศเมียนมา มุ่งหน้ายังเมืองเชียงตุง รัฐฉาน เป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงแห่งหนึ่งของโลก แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองเดียนเบียนฟู จังหวัดเดียนเบียน ประเทศเวียดนาม ช่วงนี้ถือเป็นความท้าทาย เพราะต้องลัดเลาะตามไหล่เขา ซึ่งมีระยะทางไกลกว่า 300 กิโลเมตร ก่อนเข้าสู่ สปป.ลาว เพื่อทำพิธีทอดผ้าป่าและปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ วัดผาโอ แขวงหลวงพระบาง อีกจุดสำคัญคือวัดพระธาตุหลวง แห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และกลับเข้าสู่ประเทศไทย โดยพระสงฆ์ 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง จะร่วมพิธีปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ ณ คำชะโนด จังหวัดอุดรธานี

จากนั้นเดินทางร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร ต่อด้วยการประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ กับคณะสงฆ์จาก 8 วัดพระธาตุ ณ พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม และไปสิ้นสุดเส้นทาง ประกอบพิธีปิดโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดินลุ่มน้ำโขง ที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ปราสาทนครธม จังหวัดเสียมราฐ ราชอาณาจักรกัมพูชา รวมคณะเดินทางตลอดเส้นทางประมาณกว่า 150 รูป/คน และคาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมกิจกรรมในแต่ละประเทศหลายพันคน

ขณะที่ ท่านจันทวงศ์ แสนอามาตมนตรี รองประธานศูนย์กลางแนวลาวสร้างชาติ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่นำพาขณะผู้แทนจาก สปป.ลาวเข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการครั้งนี้ คณะของเราขอแสดงความขอบใจอย่างจริงใจต่อประเทศเจ้าภาพ โดยเฉพาะสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ชมรมโพธิคยา มูลนิธิวีระภุชงค์ ที่ได้เชื้อเชิญและได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น และอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้แก่คณะของเรา และขอชมเชยต่อรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยที่ให้การสนับสนุนต่อโครงการดังกล่าว

“สปป.ลาวเป็นประเทศเพื่อนมิตรใกล้เคียงของประเทศไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นเวลานาน มีความภาคภูมิใจที่จะได้มีโอกาสต้อนรับคณะผู้แทนสงฆ์ ฆราวาสที่จะมาเยือนสปป.ลาว เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยให้ผู้นำพระสงฆ์แห่งพุทธศาสนาและคณะผู้แทนชาวพุทธทั้ง 5 ประเทศเขตแม่น้ำโขงตอนใต้มีความเข้าใจกันดีกว่าเดิม มีความสามัคคีเป็นเอกภาพ ร่วมมือและช่วยเหลือกันและกันมากขึ้น รวมทั้งร่วมกันเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเผยแผ่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่ดีงามของชาวพุทธในเขตแม่น้ำโขงตอนใต้ รวมทั้งยังมีภารกิจเพื่อสันติภาพของพุทธศาสนากับพุทธศานิกชนและผู้นับถือศาสนาอื่นๆทั่วโลกให้มีแนวคิดที่พร้อมกันสร้างโลกมนุษย์ให้มีความกลมเกลียวกันยาวนานและยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเขตแม่น้ำโขงตอนใต้ให้มากยิ่งขึ้นด้วย” ท่านจันทวงศ์ กล่าว

ขณะที่ตลอดเส้นทางธรรมยาตรา จะมีพิธีสำคัญคือการตักบาตร และปลูกหน่อพระศรีมหาโพธิ์ โดยมีบุคคลสำคัญในแต่ละประเทศเข้าร่วม เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์โดยใช้ “พุทธศาสน์การทูต” เป็นการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นสื่อกลางเชื่อมโยงให้เกิดความสามัคคี เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม รวมถึงการสร้างประโยชน์ด้านต่าง ๆ ในประเทศลุ่มน้ำโขง ทั้งด้านธุรกิจ การค้า และการท่องเที่ยว

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ