เจริญศาสนสัมพันธ์ไทย-จีน

  • วันที่ 30 ก.ย. 2561 เวลา 09:22 น.

เจริญศาสนสัมพันธ์ไทย-จีน

โดย พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา

 

ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2518 ซึ่งเป็นวันที่สาธารณรัฐประชาชนจีนและราชอาณาจักรไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตแล้ว การร่วมมือระหว่างสองประเทศได้พัฒนาไปในทุกทิศทางโดยเร็วและได้รับความสำเร็จเด่นชัด ความสัมพันธ์นี้ได้แสดงในหลายด้านโดยเฉพาะในด้านศาสนสัมพันธ์ของคณะสงฆ์ไทย-จีน มีความเกื้อกูลกันตลอดมา

 

ล่าสุดวันที่ 24-27 ก.ย. 2561 พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ พร้อมคณะพระอนุจร ประกอบด้วย พระเทพสิทธิโกศล พระศรีวชิราภรณ์ พระครูศรีวชิรวงศ์ พระครูปลัดสุวัฒนวชิรคุณ พระมหาเอก เมธิกญาโณ และคณะเดินทางไปเจริญศาสนสัมพันธ์คณะสงฆ์ไทย-จีน ณ วัดไป่หม่าซื่อ มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน 

 

การนี้ พระพรหมวชิรญาณ ได้ถวายประกาศเกียรติคุณแก่พระอาจารย์จีนวิเทศภัทรานุวัตร และกล่าวสัมโมทนียกถาขอแสดงความนับถือและชื่นชมวัดไป่หม่าซื่อและพุทธสมาคมสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นองค์กรพระพุทธศาสนาแห่งแรกของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ได้ร่วมปฏิบัติศาสนกิจและเจริญศาสนสัมพันธไมตรีด้วยดีกับพระธรรมทูตแห่งคณะสงฆ์ไทยตลอดมา

 

การที่วัดไป่หม่าซื่อ ได้เจริญศาสนสัมพันธ์กับคณะสงฆ์ไทย โดยการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ 7 ไร่ สร้างวัดเหมอัศวาราม (วัดไทยนิกายเถรวาทแห่งแรกในจีน) นับเป็นนโยบายอันเปิดกว้างและมิตรไมตรีที่สำคัญ และเป็นมิตรไมตรีของรัฐบาลและพุทธสมาคมสาธารณรัฐประชาชนจีน แม้จะมีความแตกต่างในเรื่องความเชื่อและวัฒนธรรมบางประการ แต่เมื่อเราให้ความเคารพกันในเรื่องความแตกต่างโดยยึดหลักเมตตาและปัญญาตามพุทธวิธีแล้วเราก็สามารถปฏิบัติงานและอยู่ด้วยกันได้อย่างสันติสุขและเจริญศาสนสัมพันธ์ก้าวหน้าไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

 

 

วันนี้เราทั้งหลายมีความปลื้มปีติที่ได้ร่วมกันทำบุญสมโภชครบ 4 ปี วัดเหมอัศวาราม การสร้างและการดูแลรักษาวัดในพระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่ของพุทธบริษัททั้งหลาย ไม่ใช่หน้าที่ของพระสงฆ์ฝ่ายเดียว ยังได้รับความอุปถัมภ์ดูแลจากฝ่ายคฤหัสถ์ พร้อมคณะศรัทธาทุกท่าน ทั้งชาวจีนและชาวไทยได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมอมา โดยมีท่านเจ้าคุณพระเทพสิทธิโกศล เป็นประธานดำเนินโครงการฝ่ายบรรพชิต และมีพระศรีสิทธิวิเทศ เป็นหัวหน้าพระธรรมทูต ในความอุปถัมภ์สนับสนุนของวัดไป่หม่าซื่อและพุทธสมาคมจีน

 

การทำงานใหญ่ร่วมกันย่อมมีอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา แต่ด้วยศรัทธาและน้ำใจไมตรีที่มีต่อกันเราก็สามารถขจัดอุปสรรคปัญหานำไปสู่ความสำเร็จดังเป็นที่ปรากฏ เราในฐานะพุทธบริษัทต่างช่วยกันรักษาสืบสานและเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นตามพุทธศาสนสุภาษิตว่า “ภูตํ เสสํ ทยิตพฺพํ. เราทุกคนเมื่อมีชีวิตอยู่ ควรเกื้อกูลกัน”

 

วัดเหมอัศวาราม นับว่าเป็นอนุสรณ์พุทธสถานแห่งไมตรีที่สำคัญของพุทธสมาคมจีนและคณะสงฆ์ไทย การร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาวัดนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อสร้างแล้วเราก็จะต้องร่วมกันพัฒนาทุกด้าน ทั้งในด้านวัตถุธรรม และการบริหารจัดการด้านศาสนธรรม เพื่อให้วัดเป็นอารามที่รื่นรมย์โดยธรรม มีการบริหารจัดการที่ดีและเป็นสัปปายะ พร้อมทั้งพัฒนาพระธรรมทูตให้เจริญด้วยสติปัญญารอบรู้ในพระธรรมวินัยและพหุวัฒนธรรม อันเป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนา นับว่าเราได้สร้างและพัฒนาวัดให้เป็นวัดที่งดงามทั้งวัตถุธรรมและศาสนธรรมได้อย่างแท้จริง

 

ในฐานะผู้แทนคณะสงฆ์ไทย ขออนุโมทนาและขอบคุณรัฐบาลและพุทธสมาคมสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้มีมิตรไมตรีสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของพระธรรมทูตไทยด้วยดีตลอดมา จะช่วยเกื้อกูลให้ความสัมพันธไมตรีของพระพุทธศาสนาในประเทศจีนและไทยเจริญมั่นคงเป็นหิตานุหิตประโยชน์และสันติสุขแก่ปวงชนในสาธารณรัฐประชาชาจีน และชาวโลกยิ่งขึ้นสืบไป

 

ด้านพระอาจารย์จีนวิเทศภัทรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดไป่หม่าซื่อ ได้กล่าวปฏิสันถารต้อนรับว่า นับว่าเป็นโอกาสอันดีของวัดเหมอัศวาราม และคณะสงฆ์ไทย-จีน ต้องขอขอบคุณพระเดชพระคุณพระพรหมวชิรญาณ ที่มีเมตตาเดินทางมาเยี่ยมวัดและพระธรรมทูต ถึงแม้เราจะมีความแตกต่างกันเรื่องนิกายและวัฒนธรรมประเพณี แต่เราก็มีพระศาสดาพระองค์เดียวกันคือ พระพุทธเจ้าศากยมุนี เพราะฉะนั้นเราจึงต้องช่วยกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญไปทั่วโลก

 

 

“ตั้งแต่เริ่มสร้างวัดเหมอัศวารามมาก็รู้สึกดีใจมากที่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันและได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทกับฝ่ายมหายาน ที่สำคัญต้องกราบขอบพระคุณพระพรหมวชิรญาณ ที่ได้มาเจริญศาสนสัมพันธ์ในครั้งนี้ และหวังว่าในอนาคตเราจะได้ร่วมมือกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ดียิ่งขึ้น และขอยินดีต้อนรับคณะสงฆ์ไทยทุกรูปที่เดินทางมาร่วมเจริญศาสนสัมพันธ์ในครั้งนี้ ขอขอบคุณ พระศรีสิทธิวิเทศ (เจ้าคุณช้าง) หัวหน้าพระธรรมทูตวัดเหมอัศวาราม ที่ได้ร่วมกันพัฒนาและสร้างวัดแห่งนี้ให้สำเร็จ ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงจะได้ร่วมกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาตลอดไป” 

 

การเจริญศาสนสัมพันธ์คณะสงฆ์ไทย-จีน จะผลิบานต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข เพื่ออนุเคราะห์แก่ชาวโลก เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย-จีน ดังพระพุทธพจน์ที่ว่า “จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย”

ข่าวอื่นๆ