วัดสามพระยา เมื่อไม่มีเจ้าคุณเอื้อน 

  • วันที่ 08 ก.ค. 2561 เวลา 11:30 น.
  • | เปิดอ่าน 130
Share on Google+
LINE it!

วัดสามพระยา เมื่อไม่มีเจ้าคุณเอื้อน 

โดย...สมาน สุดโต

วัดสามพระยา ที่เคยเป็นศูนย์กลางการศึกษาและปกครองคณะสงฆ์ กำลังเงียบ วังเวง เมื่อไม่มีพระพรหมดิลก (ดร.เอื้อน กลิ่นสาลี ป.ธ.9 Ph.D.) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และเจ้าสำนักเรียนวัดสามพระยา ที่ต้องถูกจองจำ เมื่อศาลท่านปฏิเสธที่จะให้ประกันตัว แต่ก่อนทุกอย่างจะเป็นอดีต ท่านสั่งเสียพระที่วัดสามพระยาด้วยความเป็นห่วงว่าอย่าทิ้งสำนักเรียนบาลี

สำนักเรียนบาลีวัดสามพระยา มีชื่อเสียงมานานว่ามีนักเรียนทั้งพระภิกษุ-สามเณร มีศักยภาพสอบบาลีได้ทุกปี บางปีมีสามเณรสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่ออุปสมบทได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯ ให้เป็นนาคหลวง เป็นเกียรติแก่สำนักตลอด ที่มีผลงานระดับนี้ เพราะวัดสามพระยา เป็นทั้งสำนักเรียนและเป็นศูนย์กลางอีกหลายอย่างของคณะสงฆ์ไทย เริ่มมาจากอดีตเจ้าอาวาสหลายองค์ และที่ไม่มีใครลืมคือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.9) ที่เป็นผู้ขับเคลื่อนคณะสงฆ์ทั้งการปกครอง และการศึกษา และเจ้าอาวาสรูปต่อมาคือพระพรหมดิลก ได้สานเจตนานั้นมาตลอด จนกระทั่งต้องมาตกเป็นผู้ต้องหา และต้องสละเพศสมณะโดยไม่คาดคิด เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2561

เปิดเฟซบุ๊กวัดสามพระยา พบข้อความวันที่ 24 พ.ค. 2561 ที่คณะศิษย์บรรยายว่า 

ขอพระไตรรัตน์ พระทั้งสาม พระพุทธรัตน์ เป็นประธานให้ท่านสู้ ความหดหู่ในใจไปให้พ้นธรรมรัตน์ ส่องสว่างทางชีวิตจงพิชิตสัพพะภัยให้ห่างหายรัศมีพระธรรมนำท่านไปสู่จุดหมายที่หวังอย่างอาจองค์สังฆรัตน์ จงปัดป้องคุ้มครองท่านให้ย่างทานกาลเวลา สง่าหงส์ให้แข็งแรงด้วยแรงสู้อยู่ดำรงถือธงชัยชนะนั้นมาครองหากใจดีมีธรรมประจำจิตใครจะคิดจะตอบมอบความเศร้าจิตไม่มองเพราะมีธรรมตามดั่งเงาธรรมจะเฝ้าเป็นเกราะเพชรเผด็จมาร

สิ่งใดที่อดีตเจ้าอาวาสเคยทำไว้ รุ่นหลังได้สานต่อ แม้กระทั่งการใส่บาตรทุกวันพระ ดังบทกลอนที่ศิษย์เขียนถึง (วันที่ 12 มิ.ย. 2561)

วันนี้เป็นวันพระแรม 14 ค่ำ จำได้ขึ้นใจถึงวันพระครั้งใดท่านออกมาใส่บาตรหนาพระหนุ่มเณรน้อยได้ก็เปรมปรีดิ์แสนดีใจถึงแม้จะแลเห็นแต่เงา พวกเราก็ยังอุ่นใจ

ผู้เขียนไปในวัด ช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ค. พบว่าบรรยากาศทั่วไปค่อนข้างเงียบเหงา หอพักสงฆ์ หรือโรงแรมพระสงฆ์จากภูมิภาค 2 อาคารที่เคยมีชีวิตก็ซบเซา เพราะไม่มีผู้พักอาศัย ในบริเวณกุฏิที่เป็นอาคารทรงไทยโบราณ ตั้งอยู่อย่างสงบ เมื่อมาที่ศาลาอบรมสงฆ์ ที่ได้รับการปรับปรุงเป็นหอประชุมอเนกประสงค์ ถูกปิดล็อกทุกด้าน

ข้อมูลทางวัดเขียนไว้ว่า ศาลาอบรมสงฆ์หลังนี้สร้าง พ.ศ. 2495 ในสมัยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร) มีขนาดความยาว 41 เมตร กว้าง 22 เมตร เป็นอาคารอเนกประสงค์ชั้นเดียวศาลานี้มีคุณประโยชน์มากมายนับแต่เริ่มสร้าง โดยใช้เป็นที่อบรมสงฆ์ทั่วประเทศ เช่น อบรมพระสังฆาธิการตั้งแต่ระดับเจ้าอาวาส ตำบล อำเภอ จังหวัด และภาค เป็นต้น และยังใช้เป็นสนามสอบบาลีประโยค ป.ธ.7-8 และ 9 ที่ตรวจข้อสอบบาลี และประกาศผลสอบธรรมสนามหลวง และบาลีสนามหลวง เป็นประจำทุกปี

ศาลาอบรมสงฆ์หลังนี้ยังสร้างประวัติศาสตร์แก่คณะสงฆ์อีกหลากหลาย เช่น เป็นที่ตั้งสำนักอบรมครูวัดสามพระยา ที่มีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระปริยัติโสภณ เป็นผู้อำนวยการ เพื่อสร้างพระสงฆ์ให้ได้รับความรู้ ความฉลาด ความสามารถ และความประพฤติดี โดยมีวิทยากรที่ทรงความรู้ในยุคนั้นมาประสิทธิ์ประสาทความรู้

บทบาทของสำนักอบรมแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากรัฐบาล จึงสร้างอาคารหลังหนึ่งชื่อว่า รัฐธัมมูปถัมภ์ แต่ความรุ่งเรือง มาสะดุดเมื่อจอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำในการอุปถัมภ์ ถูกรัฐประหาร  เมื่อ พ.ศ. 2500

เมื่อเดินไปที่อาคารเรียนที่พระพรหมดิลก สั่งเสียว่าอย่าทิ้งสำนักเรียนบาลี ด้านหน้ามีป้ายใหญ่ติดไว้ให้กำลังใจแก่ผู้เข้าอบรมว่า เก้า ก้าวเพื่อเปรียญเก้า และ พระราชกระแสเกี่ยวกับเรียนของพระสงฆ์ในรัชกาลที่ 10 ที่พระราชทานแก่ เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ว่า “พัฒนาความรู้และคุณภาพพระสงฆ์ ให้เป็นหลักทางใจของประชาชน ให้พระมีความสำนึกและเป็นประโยชน์ในสังคมไทย”

ขึ้นไปที่ชั้น 2 ก็พบห้องเรียน ป.ธ.7 ป.ธ.8 และ ป.ธ.9 ที่หน้าห้องมีประกาศชื่ออาจารย์ผู้สอน รายชื่อนักเรียน และตารางเรียน เช่น ชั้น ป.ธ.9 มีอาจารย์สอน 2 รูป คือ พระศรีปริยัติดิลก และพระมหามนูญธมฺมธโร กำหนดเวลาเรียนเป็น 2 ช่วง คือ ภาคเช้า เวลา 09.00-10.15 น. และภาคค่ำ เวลา 19.00-21.00 น. ส่วนนักเรียน ป.ธ.9 มี 5 รูป ในจำนวนนั้นเป็นพระ 4 รูป สามเณร 1 รูป

ผู้เขียนไปเยี่ยมชมเวลา 14.00 น. ไม่มีนักเรียนเหลือ นอกจากพระมหาสมศักดิ์สุขเวสโก ที่ฝึกฝนวิชาแปลไทยเป็นมคธอย่างขะมักเขม้น เพราะสอบตก ป.ธ.9 มาหลายปี แต่ก็ไม่ท้อ โดยท่านฝึกแปลพระธรรมเทศนาเรื่อง มงคลวิเสสคาถาที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ถวายเนื่องในวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อ ร.ศ. 122 (พ.ศ. 2446) อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อนหาสธมฺโม) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ. 2539-24 พ.ค. 2561

วันที่ 13 ก.ค.นี้ เป็นวันเกิดปีที่ 72 ถ้ายังมีอำนาจวาสนา วัดสามพระยาจะแน่นด้วยพระเถระและสัปปุรุษ

Share on Google+
LINE it!