บวชถวายพระสังฆราช ตามรอยบาทพระศาสดา (3)

  • วันที่ 31 ธ.ค. 2560 เวลา 12:31 น.
  • | เปิดอ่าน 187
Share on Google+
LINE it!

บวชถวายพระสังฆราช ตามรอยบาทพระศาสดา (3)

เรื่อง วรธาร ภาพ วรธาร-ธรรมโฆษณ์

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้เสนอตอนที่ 2เกี่ยวกับภารกิจจาริกแสวงธรรมไปยังสถานที่ต่างๆ ที่มีความสำคัญเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย พระคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า บนเขาคิชฌกูฏ วัดเวฬุวันมหาวิหารที่พระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งแผ่นดินมคธได้น้อมถวายพระพุทธเจ้า มหาวิทยาลัยนาลันทา เพื่อศึกษาพุทธจริยา พุทธกิจ และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า รวมถึงศึกษาพุทธสาวก จริยาวัตรปฏิบัติของพุทธสาวก ของพระภิกษุสามเณร 99 รูป ในโครงการอุปสมบทพระภิกษุ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่จัดขึ้นโดยมูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้าเพื่อสังคม ร่วมกับบริษัท การบินไทยสมายล์

สัปดาห์นี้เสนอเป็นตอนที่ 3 กับ ภารกิจจาริกธรรมไปยังสังเวชนียสถาน 2 ตำบล ในเขตประเทศอินเดีย ประกอบด้วย สารนาถ ณ เมืองพาราณสี สถานที่ ตั้งของธัมเมกขสถูป ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระบรมศาสดาทรงแสดงปฐมเทศนา หรือเทศนากัณฑ์แรกชื่อธัมมจักกัปปวัตนสูตร แก่บุคคลกลุ่มแรก คือ พระปัญจวัคคีย์ อันประกอบด้วย อัญญาโกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ หลังจากที่พระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว อีกสังเวชนียสถานหนึ่ง คือ เมืองกุสินารา สถานที่ ปรินิพพาน

 

ออกจากวัดไทยพุทธคยา สู่พาราณสี เป้าหมายสารนาถ

วันที่ 3 ธ.ค. หลังทำภัตกิจเช้าเสร็จแล้ว คณะได้ออกเดินทางจากวัดไทยพุทธคยามุ่งหน้าสู่เมืองพาราณสี แต่เนื่องจากระยะทางจากพุทธคยาไปพาราณสีค่อนข้างไกล ประกอบกับถนนหนทางไม่ดี ทำให้การเดินทางต้องใช้เวลานานเกือบครึ่งวันจึงถึงพาราณสี โดยได้เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง

ก่อนเช้ามืดวันที่ 4 ธ.ค. คณะพระภิกษุสามเณรในโครงการได้เดินทางไปประกอบพิธีลอยเส้นผม (เส้นผมของแต่ละรูปตอนปลงผมนาคได้นำมาด้วยเพื่อการนี้) ในแม่น้ำคง จากนั้นได้ เดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง คือ สารนาถ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี จวบเวลาเวลา 16.00 น. โดยประมาณ ก็เดินทางถึง

นั่นหมายความว่า คณะมีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ ในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำวัตรเย็น สวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรและเจริญจิตตภาวนา เนื่องจากสถานที่จะปิดทำการในเวลา 17.00 น.โดยประมาณ

 

ทว่า ด้วยความที่ผู้ริเริ่มโครงการ คือ ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ซึ่งอุปสมบทในโครงการนี้ด้วย ได้มอบหมายให้ทีมผู้ประสานงานโครงการ นำโดย ดร.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ และเลขาฯ มูลนิธินักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า คณะทำงานของโครงการไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสถานที่เป็นผลสำเร็จ

ทำให้คณะได้มีเวลาในการทำวัตรเย็นและสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรในช่วงเวลาที่พระจันทร์เต็มดวงอันเป็นช่วงเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตรแก่พระปัญจวัคคีย์

"ผมมาอินเดียประมาณ 20 ครั้งได้ แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ได้สวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรในเวลาที่พระจันทร์เต็มดวงอันเป็นเวลาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตรแก่พระปัญจวัคคีย์ ทุกครั้งที่มาที่นี่ก็ได้สวดเฉพาะในตอนกลางวันตลอด ทุกคณะที่มาก็น่าจะเป็นอย่างนี้

ครั้งนี้ผมจึงตั้งใจมาก เมื่อเห็นว่าเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ ก็อยากให้ทุกคนได้เข้าถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงจริงๆ กับตอนที่พระพุทธเจ้าแสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตรโปรดพระปัญจวัคคีย์ คือ ได้สวดธัมมจักกัปปวัตนสูตรในช่วงพระจันทร์เต็มดวงๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่พิเศษครึ่งหนึ่งในชีวิตของผมและของทุกคนที่ร่วมคณะครั้งนี้" ดร.บวรศักดิ์ เล่าถึงความตั้งใจในการพาคณะมาสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร ณ ธัมเมกขสถูป ในช่วงเวลาดังกล่าว

 

มุ่งสู่กุสินารา เข้าพักวัดไทย กุสินาราเฉลิมราชย์

กิจกรรมทำวัตรเย็นและสวดธัมมจักกัปปวัตนสูตร ณ บริเวณด้านหน้าธัมเมกขสถูปที่สารนาท นำสวดโดย พระเมธีวรญาณ รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จ.สมุทรปราการ หัวหน้า พระธรรมวิทยากรประจำโครงการ ได้เสร็จสิ้นในเวลาเกือบ 1 ทุ่ม ท่ามกลางการรุกเร้าให้เสร็จไวๆ ของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ประมาณว่าข้าพเจ้าต้องการกลับบ้านแล้ว

จากนั้นคณะได้เดินทางต่อ โดยมีจุดหมายคือ การเข้าพักที่วัดไทยกุสินารา เฉลิมราชย์ เพื่อประกอบพิธีทำบุญทักษิณานุปทาน อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 5 ธ.ค. อันตรงกับวันพระบรมราชสมภพของพระองค์ และประกอบกิจกรรมทำวัตรสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ที่สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพาน ต่อด้วยมกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระบรมศาสดา

เช้าออกบิณฑบาต ณ หมู่บ้านอนุรุทธวา

ช่วงเวลาที่พระภิกษุสามเณรในโครงการพักอยู่ที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ในเช้าวันที่ 5 ธ.ค. หลังจากฉันภัตตาหารเช้าแล้ว ได้ออกบิณฑบาตโปรดชาวฮินดูในหมู่บ้านอนุรุทธวา ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ท้องทุ่งนาไม่ไกลจากวัด ระยะประมาณเกือบ 2 กม. ปรากฏว่ามีชาวบ้านพอเห็นพระเณรอุ้มบาตรเดินผ่าน จำนวนไม่น้อยได้เตรียมข้าวและอาหารมาใส่บาตร

พระครูปริยัติโพธิวิเทศ (พระมหา ดร.คมสรณ์ คุตฺตธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดไทยเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ที่เดินทางมาวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เพื่อรับคณะโครงการ ในการจาริกธรรมไปยังลุมพินีวัน ประเทศเนปาล และเมืองสาวัตถี พร้อมทั้งทำหน้าที่ออกเดินนำบิณฑบาตด้วย ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบิณฑบาตในอินเดียว่า จริงๆ แล้วเป็นเรื่องปกติของคนอินเดีย ถ้าเห็นคนถือหรืออุ้มภาชนะ เช่น บาตรหรือขันเดินมา เขาก็จะแบ่งปันข้าวอาหารให้ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงน้ำใจของคนอินเดียอยู่แล้ว

 

"ดังนั้น การใส่บาตรพระในวันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกของคนอินเดีย แต่จะแปลกก็ตรงที่น้อยนักจะเห็นพระออกมาบิณฑบาตในอินเดียแค่นั้นแหละ"

ด้าน ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ เล่าความรู้สึกของการออกมาบิณฑบาตในชุมชนฮินดูว่า เป็นบรรยากาศที่ต่างจากการบิณฑบาตในกรุงเทพฯ อย่างสิ้นเชิง เพราะที่นี่ส่วนใหญ่จะใส่แต่ข้าวอย่างเดียว แต่ที่กรุงเทพฯ ทั้งข้าว ทั้งน้ำ ทั้งอาหารใส่ครบ บางคนใส่น้ำขวดเบ้อเริ่มพระอุ้มบาตรแทบไม่ไหว

"ผมบวชหนนี้เป็นหนที่ 3 ปกติบิณฑบาตที่เมืองไทย ไม่ว่าที่ไหนหรือในชนบท ไม่ได้กันดารเหมือนที่นี่ แต่ถึงที่นี่จะกันดาร ประชาชนยากจน แต่คนที่นี่ไม่กันดารน้ำใจ พอเขาเห็นพระอุ้มบาตรเดินมา ก็รีบตักข้าวมาใส่บาตรในตอนนั้นเลย แสดงให้เห็นว่าบ้านก็พึ่งวัด วัดก็พึ่งบ้าน พระที่นี่เล่าได้ให้ฟังว่าคนในหมู่บ้านมาทำงานในวัดไทยกุสินาราเยอะ เจ็บไข้ไม่สบายวัดก็รักษา ขณะที่วัดเองก็อาศัยที่ของเขา คือซื้อที่เขาสร้างวัด ถือว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน"

ขณะที่ ปรเมษ ลิ้มชูวงศ์ หนึ่งในผู้อุปสมบทในโครงการ เล่าถึงความรู้สึกว่า พอเห็นชาวบ้านที่มาใส่บาตรซึ่งส่วนใหญ่ฐานะยากจน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมชีวิตคนเราช่างแตกกันมากในเรื่องของฐานะความเป็นอยู่ เห็นแล้วรู้สึกสงสารเขาเหมือนกัน แต่กับการเที่ยวบิณฑบาตในวันนั้นอย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่าพวกเขาเป็นคนมีน้ำใจ และมีน้ำใจกับคนต่างศาสนาอีกด้วย

 

บ่ายไปกราบพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพพาน

ขณะที่ช่วงบ่าย คณะได้ออกเดินทางไปยังสถูปที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ปางปรินิพาน ในสาลวโนทยาน เพื่อทำการเปลี่ยนผ้าคลุมพระพุทธไสยาสน์ปาง ปรินิพาน พร้อมทั้งสวดมนต์บทมหาปรินิพพานสูตร อันเป็นการน้อมรำลึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งพระบรมศาสดาปรินิพพานอยู่ ณ สถานที่ ดังกล่าว จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังมกุฏพันธนเจดีย์ อันเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อเจริญจิตตภาวนาและสวดมนต์ด้วยบทมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ว่าด้วยมกุฏพันธนเจดีย์

เสร็จแล้วเดินทางกลับวัดไทยกุสินารา เฉลิมราชย์ เพื่อประกอบพิธีทำบุญทักษิณานุปทาน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 5 ธ.ค. ก่อนที่เช้ารุ่งขึ้นวันที่ 6 ธ.ค.จะออกเดินทางจากวัดไทยกุสินาราฯ มุ่งสู่ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติ ในเขตประเทศเนปาล

(ติดตามตอนสุดท้าย วันที่ 7 ม.ค. 2561) n

Share on Google+
LINE it!