ชาวไทยต้องรับมรดกพ่อ

  • วันที่ 29 ต.ค. 2560 เวลา 12:00 น.

ชาวไทยต้องรับมรดกพ่อ

โดย...ส.คนจริง

ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องจารึกตลอดกาลนาน คือ วันที่ประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน มุ่งหน้าไปวางดอกไม้จันทน์แสดงความอาลัยอย่างที่สุด ต่อการเสด็จสู่พระนิพพานของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2560

แต่ละสถานที่ที่ตั้งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ รอบ กทม. รวมถึงตามวัดต่างๆ 50 เขต รวม 113 ซุ้ม และต่างจังหวัดมีพระเมรุมาศจำลอง 76 จังหวัด (มีซุ้มวางดอกไม้จันทน์ 802 แห่ง) เต็มไปด้วยประชาชนที่จงรักภักดี ที่สุดแสนอาลัยเหลือจะพรรณนา เมื่อพระมหากษัตริย์ที่เป็นที่เคารพรัก ต้องอำลาจากแผ่นดิน หลายคนไม่สามารถอดกลั้นน้ำตาไว้ได้ ยิ่งได้เห็นภาพทางทีวีในเช้าวันที่ 27 ต.ค. 2560 ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร บรรจงรวบรวมพระบรมอัฐิด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความเศร้าสลดใจยิ่งขึ้น เพราะตลอดเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์นั้น ภาพที่ปรากฏในสายตาพสกนิกร คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ดังพระปฐมบรมราชโองการ ในวันบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2493 ว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม"

แต่วันนี้พระองค์ทรงจากแผ่นดินไทย อันเป็นที่รักไปแล้ว ร่างกาย หรือพระราชสรีระแตกดับ ตามหลักไตรลักษณ์ในพระพุทธศาสนา คงเหลือไว้แต่มรดกที่เป็นโครงการกว่า 4,000 โครงการ ให้พวกเราชาวไทยและชาวโลกได้ทำการรักษาไว้ เพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ตลอดไป

การรักษามรดกที่ควรกระทำอย่างยิ่ง คือ ปฏิบัติบูชา อนุวัตรตามหลักคำสอน และโครงการที่ทรงแนะนำไว้ ท่านที่มีปัญญาสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแน่นอน เช่น พระราชดำรัสที่พร่ำสอนเสมอ คือ รู้ รัก สามัคคี ถ้าคนไทยทั้งปวงมีปัญญาเข้าถึงพระราชดำรัสนี้ ปัญหาหรือทุกข์ยากใดๆ ในประเทศนี้ไม่มี จะมีแต่ความสุข ความเจริญเข้ามาแทนที่

ดังนั้น จึงขอให้ทุกท่าน ตรึกตรองพระราชดำรัส และโครงการต่างๆ แล้วน้อมนำมาปฏิบัติ เพื่อรักษามรดกของพระมหากษัตริย์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพ่อของแผ่นดินไว้ จึงจะได้ชื่อว่าจงรักภักดีพ่อด้วยใจและปัญญาอย่างแท้จริง

ข่าวอื่นๆ