กฎมิได้มีไว้แหก

  • วันที่ 20 ส.ค. 2560 เวลา 07:21 น.

กฎมิได้มีไว้แหก

โดย...สธน

ผมไปญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปเห็นประเทศเขาแล้วบอกตรงๆ ว่าชอบและมีความรู้สึกว่าถ้าประเทศไทยของผมเป็นแบบนี้ก็คงจะดี บ้านเขามีความปลอดภัย ประชาชนมีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย

ก่อนนี้พอได้ยินว่าคนญี่ปุ่นเขามีคุณลักษณะแบบนี้ พอไปเห็นก็จริงตามได้ยินมา อย่างเรื่องจราจร รถวิ่งบนถนนไม่ว่าถนนหลัก ถนนรอง หรือในตรอกซอย เมื่อใกล้ถึงทางม้าลายจะชะลอความเร็ว แต่ไทยเราวางใจไม่ได้ ไม่อาจรับประกันความปลอดภัยสำหรับคนเดินข้ามทางม้าลาย อีกอย่างคนไทยมีทางม้าลายอยู่ใกล้ๆ ก็ไม่ใช้ หรือบางจุดมีไฟสัญญาณกดข้ามทางม้าลายก็มักจะไม่กดกัน เดินข้ามทั้งไฟแดงแต่ไฟเขียวรถ ผิดกับคนญี่ปุ่นเดินข้ามตรงทางม้าลายแสนสบายใจ 

การขับรถบนท้องถนน คนญี่ปุ่นเคารพและปฏิบัติตามกฎจราจรเคร่งครัด ต่างจากภาพบนท้องถนนในกรุงเทพฯ บ้านเรามีการไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรและละเมิดกฎหมายทุกวัน บนถนนทุกสายปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจะไม่มีคนทำผิดหรือฝ่าฝืนกฎ ยกตัวอย่างที่เห็นชัดมากที่ห้าแยกคลองเตย มีคนขับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจรมากที่สุดโดยเฉพาะพวกมอเตอร์ไซค์ 

อีกภาพหนึ่ง คือ พวกที่ชอบขับขี่รถไป “จอดทับทางม้าลาย” ซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับคนข้ามถนนอย่างมาก ภาพแบบนี้เห็นทุกวันจนชินตา คนที่เดินข้ามต้องเดินอ้อม ถามทุกคนเลยว่ามันแฟร์ไหมล่ะ ที่แย่กว่านั้นคนที่ไม่เคารพกฎจราจรพลอยทำให้คนที่ปฏิบัติตามกฎรู้สึกอึดอัดไปด้วย เห็นหลายครั้ง คันหนึ่งจอดติดไปแดงตรงจุดข้ามทางม้าลาย มีคนเดินข้ามไปแล้วแต่ยังไฟแดงคันหลังก็บีบแตรใส่คันหน้า ประมาณว่าไม่มีคนแล้วก็ไปเสียทีสิ...คนไทยบางคนเป็นแบบนี้ แต่ที่ญี่ปุ่นหายากมาก เขาเคารพกฎหมาย สังคมเขาจึงน่าอยู่และอยู่แล้วรู้สึกปลอดภัย    

หันมาบ้านเรามีคนจำนวนไม่น้อยเป็นพวกเคารพกฎหมายแต่ปากเสียมาก แต่ไม่ค่อยปฏิบัติหรือตระหนักในกฎหมายสักเท่าไร แต่เมื่อเร็วๆ นี้คนไทยคงจะได้เห็นคนดังคนหนึ่งที่ได้สร้างความตระหนักและตื่นรู้ให้คนในสังคมได้หันมาเคารพในกฎหมายและกติกาสังคม คนดังนั้นคือ “ปัณฑพล ประสารราชกิจ” หรือโอม Cocktail นักร้องนำวง Cocktail เป็นลูกชายของ พล.ต.อ.ดร.วัชรพล ประสารราชกิจ อดีตรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

สิ่งที่โอมทำ ก็คือ การแจ้งให้ผับแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม ที่เขารับงานไว้ช่วยกรองคนที่อายุไม่ถึง 20 ปี ออกจากร้านให้เรียบร้อยก่อนจึงจะเริ่มการแสดงได้ ซึ่งที่มาของการขอความร่วมมือจากทางร้านเนื่องจากร้านได้แจ้งว่า วันนั้นในร้านมีคนสองพันกว่าคนและยังเข้าไม่ได้อีกมาก ขณะเดียวกันก็มีเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี แอบเข้ามาในร้านจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าผับบาร์สถานบันเทิงกฎหมายห้ามเด็กหรือเยาวชนต่ำกว่า 20 ปีเข้า

แต่พอโอมประกาศออกไปก็เกิดมีดราม่าเล็กๆ ขึ้น เมื่อมีบางคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำแบบนี้ทำให้เกิดความยุ่งยากกับคนที่เข้ามาร้านอย่างถูกต้อง แถมบางคนก็วิจารณ์ Cocktail ว่าเรื่องมาก ซึ่งโอมได้ออกมาโพสต์ชี้แจงในสองวันถัดมา (12 ส.ค.) ว่า การทำตามกฎหมายนั้น ถือเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หลายคนอาจจะมองว่าตนโลกสวย แต่ในความเป็นจริงนั้น เราทุกคนสามารถร่วมมือกันทำได้คนละเล็กละน้อย

ขอสนับสนุนและปรบมือให้ในสิ่งที่โอมทำเต็มที่ อย่างน้อยก็ช่วยให้คนไทยตระหนักในกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต

รางวัลของคนตั้งใจ

วันที่ 10 ก.ย. 2560

รองเท้าของครู

วันที่ 27 ส.ค. 2560

กฎมิได้มีไว้แหก

วันที่ 20 ส.ค. 2560

เข้าใจเสียใหม่

วันที่ 13 ส.ค. 2560

ข่าวอื่นๆ