เปิดเหรียญรัชกาลที่ 9 หาชมยาก

  • วันที่ 27 พ.ย. 2559 เวลา 10:39 น.

เปิดเหรียญรัชกาลที่ 9 หาชมยาก

โดย...เอกชัย จั่นทอง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงดำรงสิริราชสมบัติยืนนานยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ที่ปรากฏมาในพระราชพงศาวดาร จึงนับว่าเป็นอภิลักขิตสมัยอันเป็นมหามงคลวโรกาสสำคัญของชาติ ของประชาชนทุกคน นาน 50 ปี ที่พระองค์ทรงครองราชย์ ประเทศไทยและพสกนิกรชาวไทยได้รับความอบอุ่นและสุขสบายจากพระมหา กรุณาธิคุณที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อแผ่นดินและประชาชน

ดังคำกล่าวของ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) “พระมหากษัตริย์ทรงทำอุปการะก่อนแก่พสกนิกรเพราะทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจโดยธรรม ยังให้เกิดความสุข ความเจริญแก่พสกนิกร ชื่อว่าทรงเป็นบุพการีของพสกนิกร ประชาชนคนไทยรักพระมหากษัตริย์ดุจบิดาของตน  รักแผ่นดินบ้านเกิดดุจมารดาของตน นี่คือนิสัยประจำชาติไทย”

เป็นข้อความบางส่วนจากหนังสือ “เหรียญรัชกาล 9” ของคณะผู้จัดทำที่เขียนไว้ในบทนำอย่างน่าสนใจ

 

สำหรับเหรียญที่ระลึกในวโรกาสมงคลต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปี 2539 ซึ่งมีมากพอสมควร จึงมีการเก็บรวบรวมเหรียญที่ระลึกและเหรียญกษาปณ์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพื่อเป็นสิริมงคล

ปัจจุบันเหรียญเหล่านั้นได้กลายเป็นเหรียญทรงคุณค่า และเป็นสิ่งที่หายากยิ่ง น้อยนักจะมีไว้ครอบครอง แม้แต่บรรดาเซียนน้อยใหญ่ด้านเหรียญยังเอ่ยปากยอมรับว่า ปัจจุบันจะหาเช่าบูชาเหรียญที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงได้ก็ถือว่ายากพอสมควร เพราะได้รับความนิยมจากประชาชนจำนวนมาก ทำให้เหรียญรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มีความต้องการสูง โดยเฉพาะเหรียญเก่ายิ่งยากแก่การไขว่หามาครอบครองไว้ ด้วยปัจจัยทางราคา การเช่าหา ทำให้เหรียญเก่ามีมูลค่าสูงมาก บางเหรียญมีมูลค่าหลักล้านบาทเลยทีเดียว

แต่ในหนังสือ “เหรียญรัชกาล 9” ได้นำเหรียญเก่าแก่ในอดีตจนถึงปัจจุบันมาบันทึกตีพิมพ์ลงในกระดาษ เพื่อให้ค้นคว้าศึกษาย้อนดูเหรียญในอดีต แม้อาจไม่ได้สัมผัสเหรียญจริง แต่อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่า เหรียญของในหลวงมีเหรียญแบบใดบ้าง และเชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านก็ยังไม่เคยเห็นเหรียญเหล่านี้ เพราะแม้แต่ตัวผู้เขียนเองยังตาลุกวาวกับความสวยงามและอัตลักษณ์ในแต่ละเหรียญ ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงล้วนชวนหลงใหลและทรงคุณค่า สำคัญกว่านั้นแต่ละเหรียญยังมีเรื่องราวความเป็นมาชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่ปั๊มเหรียญขึ้นมาแจกจ่ายหรือใช้เท่านั้น

เชิญทัศนาเหรียญแรก เป็นเหรียญที่ระลึกมหามงคลสมัย พระราชพิธีรัชมงคลาภิเษก ลักษณะ เหรียญกษาปณ์ กลม แบน เป็นเนื้อทองคำ จัดสร้างในมหามงคลสมัย พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงครองราชย์ยาวนานกว่าพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์ โดยสร้างเป็นเหรียญทองคำขัดเงาชนิดราคา 2 แสนบาท และทองคำธรรมดา ชนิดราคา 5,000 บาท

 

ถัดมาเป็นเหรียญกษาปณ์ ที่ระลึกรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ครบ 25 ปี ลักษณะเหรียญกลม แบน จัดสร้างปี 2514 ด้านหน้าเหรียญเป็นพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ระดับพระอังสา (ระดับบ่า) ทรงเครื่องบรมราชภูษิตาภรณ์และฉลองพระองค์ครุย ผินพระพักตร์เบื้องขวา

ส่วนด้านหลังเหรียญ เป็นพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร.” เปล่งรัศมีโดยรอบ ประดิษฐานเหนือพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ใต้สัปตปฎลเศวตฉัตร เบื้องบนมีข้อความ “รัฐบาลไทย 9 มิ.ย. 2514”

ขยับมาที่เหรียญนี้กันบ้าง เรียกว่าไม่ค่อยเคยเห็นผ่านหูผ่านตา แต่ทรงคุณค่ายิ่ง คือ เหรียญที่ระลึกพระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างเผือก ลักษณะเหรียญทรงเสมาโค้ง ชนิดเนื้อเงิน สร้างช่วงปี 2520 ด้านหน้าเหรียญ มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ขณะที่ด้านหลังเหรียญดังกล่าว เป็นพระปรมาภิไธยย่อ “ภปร.” ประดิษฐานเหนือช้างเผือกยืนบนแท่น ใต้ช้างมีข้อความว่า “นราธิวาส ส.ค. 2520” ส่วนบริเวณริมขอบด้านล่างเหรียญมีข้อความว่า “พระราชพิธีขึ้นระวางสมโภชช้างเผือก”

เหรียญกษาปณ์ที่นำมาให้ชมครั้งนี้เชื่อว่าคงความสวยงามทรงคุณค่า ถูกใจผู้อ่านทุกท่าน ที่สำคัญแต่ละเหรียญต่างมีเรื่องราวที่มาและจุดประสงค์ของการจัดสร้างทุกเหรียญ  

แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้และรู้สึกเสมอว่า การมีเหรียญกษาปณ์พระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงอยู่ไม่ว่าเก่าหรือ ใหม่ มักทำให้นึกคิดตลอดเวลาว่า พระองค์ไม่ได้จากประชาชนอันเป็นที่รักไปเลย กลับยังคงตราตรึงใจคนไทยทั่วผืนแผ่นดินไทย และซึมซับความดีที่พระองค์ทรงทำและนำความเจริญสู่พื้นที่ทุรกันดารจนเป็นไทยแห่งความเจริญจวบจนวันนี้

ข่าวอื่นๆ