
คดีเขากระโดงถึงจุดชี้ขาด เสรีพิศุทธ์เปิดเกมศาลท้าพิสูจน์สิทธิรัฐ
คดีหมิ่นประมาทอาจกลายเป็นเวทีพิสูจน์กรรมสิทธิ์ที่ดินเขากระโดงอีกครั้ง เมื่อเสรีพิศุทธ์เตรียมใช้หลักฐานคำพิพากษาศาลกดดันหน่วยงานรัฐให้เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย
KEY
POINTS
- พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ถูกนายเนวิน ชิดชอบ ฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกรณีที่ดินเขากระโดง แต่เขามองว่าเป็นโอกาสที่จะให้ศาลพิสูจน์กรรมสิทธิ์ที่ดินของรัฐ
- เสรีพิศุทธ์เตรียมใช้คำพิพากษาศาลฎีกาและศาลปกครองหลายคดีที่ชี้ว่าที่ดินเป็นของการรถไฟฯ เป็นหลักฐานสำคัญในการต่อสู้เพื่อยืนยันสิทธิของรัฐ
- เสรีพิศุทธ์วิจารณ์การทำงานของกรมที่ดินและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องว่าล่าช้าในการเพิกถอนโฉนดที่ดินตามคำสั่งศาล และเรียกร้องให้เร่งดำเนินการ
คดี “เขากระโดง” กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เปิดเผยว่าได้รับหมายศาลจากกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ ยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและแจ้งความเท็จ จากการที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เข้าแจ้งความกล่าวหาว่ามีการบุกรุกที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในพื้นที่เขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่าการถูกฟ้องครั้งนี้ไม่ใช่อุปสรรค แต่กลับเป็นโอกาสให้ศาลได้เรียกเอกสารและพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการไต่สวนอย่างครบถ้วน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินผืนดังกล่าว พร้อมระบุว่าคดีนี้มีลักษณะเข้าข่ายการฟ้องปิดปาก (SLAPP) ต่อผู้ที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะ และเตรียมนำหลักการคุ้มครองผู้ถูกฟ้องในลักษณะดังกล่าวมาใช้ต่อสู้คดี
แก่นสำคัญของการต่อสู้ครั้งนี้ยังคงอยู่ที่คำถามเดิมว่า “ที่ดินเขากระโดงเป็นของใคร”
พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อ้างอิงคำพิพากษาของศาลฎีกา 2 คดี ศาลอุทธรณ์ภาค 3 อีก 1 คดี รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลปกครอง ที่ระบุว่าพื้นที่ประมาณ 5,083 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐที่ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ แม้คำพิพากษาบางคดีจะไม่ได้สั่งเพิกถอนโฉนดเป็นรายแปลง แต่ได้วินิจฉัยเรื่องกรรมสิทธิ์ของที่ดินไว้เป็นหลักสำคัญ และสามารถใช้ยืนยันสิทธิของ รฟท. กับผู้ครอบครองรายอื่นได้ เว้นแต่ผู้ครอบครองจะพิสูจน์สิทธิของตนได้ดีกว่า
นอกจากคำพิพากษาแล้ว ยังมีการอ้างถึงมติคณะกรรมการกฤษฎีกาเมื่อปี 2541 ตลอดจนหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองพื้นที่ ซึ่งถูกนำมาใช้สนับสนุนข้ออ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของรัฐมาโดยตลอด
อีกด้านหนึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ใช้เวทีแถลงข่าววิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของหน่วยงานรัฐหลายแห่ง โดยเฉพาะกรมที่ดิน ซึ่งศาลปกครองเคยมีคำสั่งให้อธิบดีกรมที่ดินดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อสอบสวนและดำเนินการเพิกถอนโฉนดที่ออกโดยมิชอบ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมตามที่ตนคาดหวัง
นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตต่อแนวทางการสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเห็นว่าคดีที่มีผู้มีอิทธิพลและบุคคลสาธารณะเกี่ยวข้อง ควรมีพนักงานสอบสวนระดับสูงรับผิดชอบ มากกว่าจะมอบหมายให้พนักงานสอบสวนระดับสารวัตรดำเนินคดี พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระทรวงมหาดไทยในฐานะผู้กำกับดูแลกรมที่ดิน เร่งดำเนินการตามคำพิพากษาของศาล หากเพิกเฉยอาจเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
แม้คดีที่นายเนวินยื่นฟ้องจะเป็นคดีอาญาฐานหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ แต่ในทางปฏิบัติ เวทีศาลอาจกลายเป็นพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายนำหลักฐานเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินเขากระโดงเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้ประเด็นที่ค้างคามานานได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดมากขึ้น
สำหรับขั้นตอนต่อไป ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 โดยผลของกระบวนการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่สังคมจับตา เพราะนอกจากจะเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทางอาญาระหว่างคู่กรณีแล้ว ยังอาจส่งผลต่อการตีความและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นประเด็นสาธารณะที่ถูกถกเถียงมาอย่างต่อเนื่องหลายปี.
แหล่งที่มาประกอบวิเคราะห์ : รายการคมชัดลึก







