ทรัมป์งัดไม้ตาย'นิวเคลียร์'ขู่ปิดเกมอิหร่าน เดิมพันที่โลกต้องจ่าย
สหรัฐฯ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านหากไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ นักวิชาการชี้เป็นกลยุทธ์ "ข่มขู่สูงสุด" หวังหาทางลงจากทางตันสงครามที่ยืดเยื้อ
KEY
POINTS
- กลยุทธ์ข่มขู่สูงสุด : ทรัมป์ใช้คำขู่ทำลายล้างและนิวเคลียร์เพื่อบีบให้อิหร่านเจรจาภายใต้ความกดดัน แต่ถูกมองว่าเป็นเพียงการหาทางออกจากภาวะทางตันทางการเมือง
- ช่องแคบฮอร์มุซคือจุดตาย: อิหร่านจะไม่ยอมเปิดช่องแคบง่ายๆ เพราะเป็นอำนาจต่อรองเดียวที่สะเทือนถึงเศรษฐกิจโลก หากปิดถาวรจะเกิดวิกฤตพลังงานที่รุนแรงเกินกว่าสหรัฐฯ จะควบคุมได้
- เดิมพันความน่าเชื่อถือ: หากสหรัฐฯ ถอยทัพโดยไม่มีผลงาน จะเป็นการประกาศความพ่ายแพ้เชิงยุทธศาสตร์ที่ทำลายความเชื่อมั่นของพันธมิตรทั่วโลก และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเมืองภายในของทรัมป์เอง
เส้นตายและคำขู่: กลยุทธ์ "เอาแน่เอานอนไม่ได้" ของทรัมป์
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศคำขาด ให้อิหร่านหยุดยิงและเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซทันที พร้อมข่มขู่ด้วยมาตรการขั้นสูงสุดคือการ "ขุดรากถอนโคน" โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งโรงไฟฟ้า สะพาน และแหล่งผลิตน้ำจืด ซึ่ง ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ว่านี่คือสไตล์การเจรจาแบบทรัมป์ที่มักใช้คำพูดรุนแรงและขัดแย้งกันเองในวันเดียวเพื่อสร้างความได้เปรียบ
อย่างไรก็ตาม การบีบให้อิหร่านสละอำนาจต่อรองที่สำคัญที่สุดอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ภายใต้เงื่อนไขที่สหรัฐฯ กำหนดฝ่ายเดียวนั้น เป็นสิ่งที่อิหร่านยากจะยอมรับได้ ศ.ดร.จรัญ ระบุว่าคำขู่เหล่านี้อาจเป็นเพียงความพยายามแสวงหา "ทางลง" จากภาวะทางตันของสงครามที่กำลังบั่นทอนงบประมาณและคะแนนนิยมของทรัมป์เอง
นิวเคลียร์กับความเป็นจริง: ความเสี่ยงย้อนศรที่สหรัฐฯ แบกรับ
แม้จะมีกระแสความกังวลเรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์จากความ "บ้าบิ่น" ของทรัมป์ แต่ในเชิงลึกพบว่าความเป็นไปได้นั้นต่ำ เนื่องจากบริบทโลกปัจจุบันเปลี่ยนไปจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 การริเริ่มใช้นิวเคลียร์จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้ในลักษณะเดียวกันจากมหาอำนาจอื่น และทำให้อิหร่านพุ่งเป้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ รวมถึงพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียให้พินาศตกตามกันไป
นอกจากนี้ การใช้กำลังรุนแรงเกินกว่าเหตุต่อพลเรือนจะทำให้สหรัฐฯ สูญเสียความชอบธรรมในฐานะผู้นำโลกเสรี และถูกต่อต้านจากประชาคมโลกอย่างหนัก ศ.ดร.จรัญ มองว่าคำขู่ "ทำให้กลับไปสู่ยุคหิน" นั้นเป็นการกล่าวเกินจริง เพราะในทางปฏิบัติ สหรัฐฯ ยังไม่สามารถควบคุมน่านฟ้าอิหร่านได้อย่างเบ็ดเสร็จ และอิหร่านเองก็มีศักยภาพในการตอบโต้ที่รุนแรงไม่แพ้กัน
เศรษฐกิจโลกบนเส้นด้าย: เมื่อ "ฮอร์มุซ" คือไพ่ตายใบสุดท้าย
หากสถานการณ์บานปลายจนช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดถาวร ผลกระทบจะพุ่งเป้าไปที่ "เส้นเลือดใหญ่" ของเศรษฐกิจโลกทันที เนื่องจากเป็นจุดยุทธศาสตร์ขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุด ความปั่นป่วนของราคาพลังงานจะนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยระดับโลก ซึ่งจะส่งผลเสียย้อนกลับมายังภาคธุรกิจและประชาชนอเมริกันเอง
ในเชิงนโยบาย หากทรัมป์ตัดสินใจถอยทัพโดยไม่สามารถกดดันให้อิหร่านยอมความได้ สหรัฐฯ จะเผชิญกับการ "เสียหน้าครั้งใหญ่" และสูญเสียสถานะมหาอำนาจในตะวันออกกลาง ขณะที่อิหร่านจะกลายเป็นผู้กำหนดเกมตามหลักยุทธศาสตร์ "ถ้าไม่แพ้ เท่ากับชนะ" ซึ่งจะเปลี่ยนดุลอำนาจในภูมิภาคไปอย่างสิ้นเชิง
แหล่งที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิก)


