สหรัฐฯรุกคืบตะวันออกกลาง หวังล้มกระดานอิหร่าน พลิกขั้วอำนาจเดี่ยวคุมโลก
การปะทะระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน อาจเป็นจุดเปลี่ยนระเบียบโลกสู่ขั้วอำนาจเดี่ยว ชี้ไทยต้องเลิกนโยบายไม่เลือกข้าง ชูเศรษฐกิจนำและการทัพเชิงรับ
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ใช้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นยุทธศาสตร์เพื่อสยบอิหร่าน และฟื้นฟูระเบียบโลกแบบขั้วอำนาจเดี่ยวที่ตนเป็นผู้นำแต่เพียงผู้เดียว
- การควบคุมอิหร่านถือเป็นประตูยุทธศาสตร์สำคัญ ที่จะช่วยให้สหรัฐฯ สามารถปิดกั้นเส้นทางสายไหมของจีนและกดดันรัสเซียในเอเชียกลางได้
- เป้าหมายอีกด้านคือการควบคุมราคาน้ำมัน เพื่อส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของคู่แข่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีนและรายได้ในการทำสงครามของรัสเซีย
กระดานหกภูมิรัฐศาสตร์: จากตะวันออกกลางสู่การปิดล้อมมังกร
สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นตัวละครหลักเบื้องหลัง กำลังถูกมองว่าเป็นมากกว่าความขัดแย้งทางศาสนาหรือพรมแดน แต่นี่คือ "ยุทธศาสตร์ระดับโลก" เพื่อสถาปนาความมั่งคั่งและอำนาจของสหรัฐฯ ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งตามแนวทาง Make America Great Again รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช นายกสมาคมภูมิภาคศึกษา วิเคราะห์ว่าหากสหรัฐฯ และอิสราเอลสามารถสยบอิหร่านได้สำเร็จ ระเบียบโลกจะกลับเข้าสู่ระบบ "ขั้วอำนาจเด่นเดี่ยว" (Unipolar System) ทันที โดยใช้อิหร่านเป็นประตูยุทธศาสตร์ในการรุกคืบไปทางเหนือเพื่อปิดกั้นเส้นทางสายไหม (BRI) ของจีน และกดดัน "หลังบ้าน" ของรัสเซียในแถบเอเชียกลาง ซึ่งจะทำให้การขยายอิทธิพลของสองมหาอำนาจคู่แข่งต้องหยุดชะงักลง
"ทรัมป์กำลังใช้ตะวันออกกลางเป็น 'ฐานกระโจนทางยุทธศาสตร์' เพื่อสะสมชัยชนะก่อนขยับเข้าสู่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการจัดการคู่แข่งทางเศรษฐกิจ" — รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช กล่าว
สงครามพลังงานและจุดอ่อนทางทหาร
ในมิติความมั่นคงและเศรษฐกิจ พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ มองว่าหัวใจสำคัญคือ "การควบคุมน้ำมัน" หากสหรัฐฯ ทำให้น้ำมันราคาถูกลงได้ จะส่งผลกระทบลูกโซ่ต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนที่อาจเผชิญภาวะล้นตลาดจนระบบธนาคารสั่นคลอน ขณะที่รัสเซียจะขาดรายได้หลักในการหล่อเลี้ยงสงครามในยูเครน
ในด้านการทหาร พล.ท.พงศกร ชี้ให้เห็นว่าอิหร่านกำลังเพลี่ยงพล้ำจากการใช้ทรัพยากรขีปนาวุธที่ผิดพลาดและการพึ่งพาเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียที่พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพไม่เพียงพอในสมรภูมิจริง ส่งผลให้อิหร่านอาจถูกบีบให้เปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐฆราวาส (Secular State) เพื่อเปิดรับการลงทุนจากตะวันตกในอนาคต
ทางรอดของไทย: จุดศูนย์ดุลแห่งอินโด-แปซิฟิก
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของขั้วอำนาจ ประเทศไทยซึ่งตั้งอยู่บนจุดเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก กำลังเผชิญแรงบีบคั้นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ รศ.ดร.ดุลยภาค เตือนว่านโยบาย "ไม่เลือกข้าง" แบบเดิมอาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป เพราะการไม่มีจุดยืนที่ชัดเจนจะทำให้ไทยไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากฝ่ายใดเลยเมื่อเกิดวิกฤต
ขณะที่ พล.ท.พงศกร เสนอแนะว่าไทยควรปรับโครงสร้างกองทัพให้ทันสมัย โดยเน้น "การป้องกันเชิงรับ" เช่น ระบบป้องกันภัยทางอากาศและเรดาร์ประสิทธิภาพสูง แทนการซื้ออาวุธเชิงรุกอย่างเรือดำน้ำ พร้อมกับสร้าง "เกราะป้องกัน" ด้วยการเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลระดับโลก เพื่อให้มหาอำนาจทุกฝ่ายเกรงใจและไม่กล้าเข้ามาสร้างความไม่สงบในพื้นที่
ท้ายที่สุด การอยู่รอดของไทยในยุคระเบียบโลกใหม่จึงขึ้นอยู่กับการเลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการวางตัว และการสร้างมูลค่าทางยุทธศาสตร์ให้ตัวเองกลายเป็นตัวละครที่มหาอำนาจขาดไม่ได้ ไม่ใช่เพียงแค่รัฐกันชนที่รอรับแรงกระแทกจากสงครามของผู้อื่น
เรียบเรียง:อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : คมชัดลึก (คลิก)


