วิบากกรรม "รัฐบาลบาร์โค้ด" บนเส้นด้าย เมื่อความลับเลือกตั้งถูกท้าทาย
ฉากทัศน์การเมืองไทยปี 69 ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อ "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งกลายเป็นชนวนเหตุเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลและชะตากรรม กกต. ที่อาจซ้ำรอยประวัติศาสตร์ปี 49
KEY
POINTS
- การใช้บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งปี 2569 ถูกท้าทายทางกฎหมายว่าอาจทำลายหลักการ "ลงคะแนนลับ" ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเสี่ยงทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผชิญความเสี่ยงถูกดำเนินคดี ขณะที่รัฐบาลที่ถูกเรียกว่า "รัฐบาลบาร์โค้ด" ขาดความชอบธรรมและมีเสถียรภาพที่เปราะบาง
- หากศาลตัดสินว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ อาจนำไปสู่สุญญากาศทางการเมืองครั้งใหญ่ และเป็นการพิสูจน์ความโปร่งใสของประชาธิปไตยไทย
การเลือกตั้งปี 2569 ที่ควรจะเป็นทางออกของประเทศ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์บทใหม่ เมื่อเทคโนโลยี "บาร์โค้ด" บนบัตรเลือกตั้งถูกนำมาใช้โดยอ้างเหตุผลเรื่องการป้องกันบัตรปลอม แต่ในสายตานักกฎหมายระดับปรมาจารย์อย่าง ดร.วิษณุ เครืองาม และ จรัญ ภักดีธนากุล กลับมองว่าเป็น "ระเบิดเวลา" ที่ทำลายหลักการ "ลงคะแนนลับ" ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 อย่างรุนแรง
กกต. กับความเสี่ยง "คุก" ซ้ำรอยอดีต
วิบากกรรมแรก ตกอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังเผชิญพายุฟ้องร้องจากรอบทิศ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและศาลอาญาคดีทุจริตฯ หากศาลวินิจฉัยว่าบาร์โค้ดสามารถสืบค้นย้อนหลังได้ว่า "ใครเลือกใคร" การเลือกตั้งครั้งนี้มีโอกาสสูงที่จะถูกตัดสินเป็น "โมฆะ"
บทเรียนปี 2549 ที่อดีต 3กกต.ต้องโทษจำคุก 4 ปี กำลังถูกหยิบมาพูดถึงอีกครั้ง โดยเฉพาะกระแสข่าวลือภายในว่ามติเรื่องบาร์โค้ดนี้ "ไม่เป็นเอกฉันท์" จน ดร.วิษณุ ถึงกับเอ่ยปากเตือนว่าอาจต้อง "หาเพื่อนให้เลขากกต." เพื่อร่วมรับผิดชอบทางกฎหมาย
รัฐบาลเสียงข้างมาก บนฐานรากที่สั่นคลอน
แม้ตัวเลข ส.ส. 296 เสียง ของแกนนำหลักอย่าง ภูมิใจไทย และ เพื่อไทย จะดูแข็งแกร่ง แต่ในเชิงลึกกลับเปราะบางอย่างยิ่ง ด้วยเงื่อนไขที่น่าสนใจดังนี้
- ความชอบธรรมติดลบ: รัฐบาลถูกตราหน้าว่าเป็น "รัฐบาลบาร์โค้ด" ที่ได้อำนาจมาจากการเลือกตั้งที่กังขา
- เกมคานอำนาจ: ภูมิใจไทยต้องรักษาสมดุลกับพรรคกล้าธรรม (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ที่เป็นทั้งมิตรในสภาและศัตรูในสนามเลือกตั้ง ขณะที่เพื่อไทย (74 เสียง) ถือไพ่ใบสุดท้าย หากถอนตัวเมื่อใดรัฐบาลล้มทันที
- พายุเศรษฐกิจและงบประมาณ: งบกลางปี 69 ที่เหลือเพียง 2 หมื่นล้านบาท คือโจทย์หินในการปั๊ม GDP ให้ถึง 3% ท่ามกลางเสียงสะท้อนจาก SME ที่กำลังขาดสภาพคล่อง
ทางตันหรือทางออก?
หากศาลเคาะว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ กระบวนการรับรอง สส. จะสะดุดลงทันที นำไปสู่สุญญากาศทางการเมืองที่รุนแรงกว่าเดิม รัฐบาลชุดนี้ไม่เพียงแต่ต้องรบกับฝ่ายค้านในสภา แต่ยังต้องแบกรับข้อกังขาเรื่อง "ความเป็นกลางขององค์กรอิสระ" ที่ถูกมองว่าถูกครอบงำโดยเครือข่าย "สีน้ำเงิน"
วิบากกรรมครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องการรักษาอำนาจ แต่คือการพิสูจน์ว่าหลักการประชาธิปไตยไทยยังคงความ "ลับ" และ "โปร่งใส" ได้จริงหรือไม่ ก่อนที่ศรัทธาประชาชนจะพังทลายลงไปพร้อมกับบาร์โค้ดบนใบลงคะแนน
แหล่งที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์ (คลิก)


