posttoday

"ทีมกรุ๊ป"เจาะอุทกภัยหาดใหญ่เกินกำลังลำน้ำแนะขุดอุโมงค์ยักษ์

27 พฤศจิกายน 2568

ชวลิตชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้รุนแรงฝนเกิน 300 มม./วันต่อเนื่องและภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ เชื่อปัญหาแก้ได้หากเร่งขุดลอกคลอง เพิ่มเครื่องสูบ และพัฒนาอุโมงค์ยักษ์

KEY

POINTS

  • สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่เกิดจากปริมาณฝนตกหนักต่อเนื่องเกินกว่ากำลังที่ลำน้ำในพื้นที่จะรับไหว ประกอบกับภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะทำให้การระบายน้ำล่าช้า
  • ระบบระบายน้ำเดิมมีปัญหาคอขวด ตะกอนสะสมในคลองสายหลัก และโครงสร้างพื้นฐานที่ขวางทางน้ำ ทำให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงและไม่สามารถรับมือกับปริมาณน้ำมหาศาลได้
  • ทีมกรุ๊ปเสนอแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวโดยการสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ ควบคู่ไปกับมาตรการเร่งด่วนคือการขุดลอกคลองและเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ

ภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมและปัจจัย “เกินกำลัง”

สถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่หาดใหญ่รอบล่าสุดสะท้อนสัญญาณชัดว่า ระบบน้ำในเมืองขนาดใหญ่ของภาคใต้กำลังเผชิญความท้าทายที่ยากต่อการควบคุม ทั้งจากปัจจัยธรรมชาติที่รุนแรงกว่าค่ามาตรฐาน รวมถึงข้อจำกัดทางภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้การระบายน้ำสู่ทะเลล่าช้าอย่างมีนัยสำคัญ

"ชวลิต จันทรรัตน์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัททีม คอนซัลติ้งฯ หรือ"ทีมกรุ๊ป" ระบุว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เข้าข่าย “น้ำเกินกำลัง” ของลำน้ำในพื้นที่อย่างแท้จริง เพราะปริมาณฝนที่ตกหนักไม่ได้เกิดเฉพาะในตัวเมือง แต่รวมถึงลุ่มน้ำขนาดใหญ่โดยรอบ ส่งผลให้เกิดน้ำก้อนใหญ่ไหลสมทบอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบที่ผู้เชี่ยวชาญชี้ชัดคือ ปริมาณฝนกว่า 300 มิลลิเมตรต่อวันถือว่าเกินกว่าที่ระบบน้ำปกติในภาคใต้จะรับได้ ซึ่งคราวนี้ไม่ได้ตกหนักเพียงวันเดียว แต่ตกต่อเนื่อง 3 วันในพื้นที่แกนกลาง และขยายเวลาต่อเนื่องรวมถึง 5 วัน นอกจากนั้น ปริมาณน้ำที่ตกในสะเดา ซึ่งอยู่ห่างราว 100 กิโลเมตร แต่เป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ ก็ได้รับฝนเกิน 300 มิลลิเมตรต่อวันต่อเนื่องเช่นกัน โดยน้ำจากสะเดาจะเดินทางลงมาสมทบกับหาดใหญ่ในเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ทำให้สถานการณ์ยิ่งหนักขึ้น แม้ระบบเตือนภัยปีนี้จะทำงานดีขึ้นมาก แต่ปริมาณน้ำเช่นนี้เกินมาตรฐานที่เมืองจะรับมือไหว

"ทีมกรุ๊ป"เจาะอุทกภัยหาดใหญ่เกินกำลังลำน้ำแนะขุดอุโมงค์ยักษ์

การไหลบ่าลงมาของน้ำจากหลายเส้นทาง ทั้งคลองวาด คลองต่ำ คลองหวะ และคลองหอยโข่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชายเขา ทำให้การไหลเชื่อมต่อระบายน้ำเข้าสู่คลองอู่ตะเภามีแรงกดสูงขึ้นหลายระดับ ประกอบกับพื้นที่เมืองที่เป็นแอ่งกระทะคล้ายจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้ปริมาณน้ำที่ขังช้าลงและท่วมยาวนานกว่าที่คาดการณ์ได้

การวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ยังพบว่าหาดใหญ่ประสบอุทกภัยขนาดใหญ่หลายครั้ง เช่น ปี 2519, 2531 และปี 2543 ซึ่งครั้งนั้นระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร แต่เหตุการณ์ปีนี้กลับรุนแรงกว่า ขณะที่ความตระหนักของประชาชนลดลงเพราะปี 2567 ฝนตกหนัก 3 วันแต่ไม่ท่วม จนหลายคนเข้าใจผิดว่าระบบจะรับมือได้เหมือนเดิม ทั้งที่ธรรมชาติไม่เคยซ้ำรอยเดิม

บทเรียนและช่องว่างระบบรับมือภัยพิบัติ

แม้ระบบแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่ที่พัฒนาขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก แต่ปัญหาความตระหนักรู้ของประชาชนยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ เพราะหลายคนยังมองว่าสถานการณ์ปีนี้น่าจะใกล้เคียงปีก่อน จึงละเลยสัญญาณเตือน ทำให้การเตรียมรับมือไม่ทันต่อสถานการณ์จริง ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า “ธรรมชาติไว้ใจไม่ได้” และเหตุการณ์ลักษณะน้ำตกหนักต่อเนื่องแบบ 5 วันร่วมกับน้ำหนุนจากลุ่มน้ำใกล้เคียงเป็นภาพที่กำลังเกิดบ่อยขึ้นในยุคโลกร้อน นี่จึงเป็นสัญญาณว่าการจัดการความเสี่ยงของเมืองต้องยกระดับทั้งระบบตั้งแต่การเตือนภัย การบริหารน้ำต้นน้ำถึงปลายน้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับปรากฏการณ์ extreme weather

"ทีมกรุ๊ป"เจาะอุทกภัยหาดใหญ่เกินกำลังลำน้ำแนะขุดอุโมงค์ยักษ์

หนึ่งในบทเรียนสำคัญคือการไหลลงทะเลของลุ่มน้ำอู่ตะเภามีคอขวดสำคัญที่ปลายคลอง โดยเฉพาะบริเวณคลอง ร.2 ที่แม้ได้รับงบประมาณเพื่อขุดลอกแต่ยังต้องเร่งรัดให้เสร็จทันฤดูฝนปีหน้า เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้การระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลาได้เร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คลอง ร.1 และคลอง ร.3 ซึ่งเป็นเส้นเลือดหลักของระบบน้ำเมืองหาดใหญ่ยังมีตะกอนสะสมจำนวนมากและความสามารถในการรับน้ำลดลงเรื่อย ๆ การเพิ่มกำลังสูบน้ำที่ปากคลอง ร.1 ยังเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพราะช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคมเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงตามฤดูกาล ทำให้การระบายน้ำออกช้ากว่าปกติ หากไม่เพิ่มกำลังสูบ เมืองจะต้องรับผลกระทบหนักซ้ำซาก

บทเรียนจากภาคการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานคือ หลายพื้นที่ยังมี “ถนนขวางทางน้ำ” ที่สร้างขึ้นในยุคที่ข้อมูลด้านภูมิอากาศยังไม่เปลี่ยนแปลงรุนแรงเช่นปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ต้องระเบิดถนน แต่ต้องขยายท่อระบายน้ำใต้ถนนที่มักถูกลดจากแผนเดิมเมื่องบประมาณไม่พอ เช่น จาก 6 แถวเหลือ 4 แถวซึ่งส่งผลร้ายแรงในระยะยาว นอกจากนี้ ทางรถไฟสายใต้มีมากถึง 52 จุดที่ต้องขยายช่องทางน้ำลอด เพราะแนวเส้นทางรถไฟและถนนในภาคใต้มักวางตัวขวางทิศทางน้ำจากภูเขาสู่ทะเล แม้ระบบจะปรับปรุงมาหลายครั้ง แต่ความรุนแรงของน้ำยุคโลกร้อนต้องการมาตรฐานการออกแบบใหม่แทบทั้งหมด

"ทีมกรุ๊ป"เจาะอุทกภัยหาดใหญ่เกินกำลังลำน้ำแนะขุดอุโมงค์ยักษ์

ข้อเสนอเชิงโครงสร้างและอนาคตการออกแบบเมืองในยุคโลกร้อน

 มาตรการเชิงรุกที่ทีมกรุ๊ปเสนอแบ่งเป็น 3 ระดับ เริ่มจากระยะสั้นที่ต้องเร่งดำเนินการทันที คือการขุดลอกปลายคลอง ร.2 ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเป็นเส้นทางหลักในการรับน้ำก้อนใหญ่จากเมืองและพื้นที่โดยรอบ การเร่งรัดงบประมาณและบูรณาการงานกับกรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่นเป็นจุดชี้ชะตาว่าหาดใหญ่จะลดความเสี่ยงได้ในฤดูฝนหน้าเพียงใด ขณะที่ในระยะกลางถึงยาว ต้องขุดลอกคลอง ร.1 และ ร.3 พร้อมเพิ่มกำลังสูบน้ำปากคลอง ร.1 เพื่อให้สอดรับกับความจริงใหม่ของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นตามฤดูกาล

ข้อเสนอระยะยาวที่โดดเด่นที่สุดคือการสร้าง “คลอง ร.7” หรือการเปลี่ยนแนวคิดเป็น “อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ” ซึ่งอาจเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่าเพราะการเวนคืนพื้นที่สำหรับขุดคลองใหม่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลและมีผลกระทบต่อชุมชนมาก ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้เรียนรู้จากโมเดลพัทยาที่ได้รับงบประมาณอุโมงค์ระบายน้ำชุดใหม่เพื่อรองรับน้ำหลากในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งเป็นตัวอย่างว่าการลงทุนโครงสร้างขนาดใหญ่เพื่อความปลอดภัยของเมืองควรเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงที่เกิดภัยเท่านั้น

    "ทีมกรุ๊ป"เจาะอุทกภัยหาดใหญ่เกินกำลังลำน้ำแนะขุดอุโมงค์ยักษ์

ในบริบทโลกร้อน คุณชวลิตย้ำว่าค่ามาตรฐานที่ใช้ในการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานในอดีตจำเป็นต้องปรับใหม่ทั้งหมด เพราะสถิติเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาแสดงความรุนแรงของฝนและน้ำหลากสูงกว่าสถิติ 50 ปีแรกอย่างชัดเจน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องยังทำให้สภาพอากาศสุดขั้วเกิดบ่อยขึ้นและหนักขึ้น เมืองต่าง ๆ จึงต้องทบทวนสมการทางวิศวกรรม ตั้งแต่ขนาดท่อระบายน้ำ ความยาวสะพาน ช่องเปิดใต้ถนน ตลอดจนระบบวางผังเมือง เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานทันต่อความเป็นจริงใหม่ของโลก ไม่เช่นนั้น เมืองใหญ่ในภาคใต้รวมถึงหาดใหญ่จะเสี่ยงเผชิญเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ซ้ำซากด้วยความถี่ที่เพิ่มขึ้นทุกปี

เหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ครั้งนี้เผยให้เห็นข้อจำกัดของระบบระบายน้ำต่อสภาพอากาศสุดขั้วในยุคโลกร้อน ข้อเสนอเร่งด่วนถึงโครงสร้างน้ำทั้งระบบตั้งแต่ขุดลอกคลอง เพิ่มสูบน้ำ และอุโมงค์ยักษ์จึงเป็นภารกิจสำคัญระดับเมือง

ที่มา : เนชั่นออนไลน์ (คลิ๊กชม)
เรียบเรียง : บรรณาธิการข่าวการเมือง 

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย