posttoday

สิริพงศ์ ลั่นรัฐบาลไม่ยอมถูกคว่ำ ชี้ยิ่งถูกบีบยุบสภาเร็วขึ้น

21 พฤศจิกายน 2568

สิริพงศ์ชี้รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านโหวตล้ม เตือนยื่นซักฟอกมาตรา151อาจดันยุบสภาเร็ว กระทบไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญ–ประชามติส่อเลื่อนยาว

KEY

POINTS

  • รัฐบาลพร้อมยุบสภาหากถูกบีบด้วยญัตติไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151
  • การยุบสภาเร็วจะกระทบวันเลือกตั้ง–วันประชามติ และอาจทำให้ไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญต้องเลื่อน
  • ภูมิใจไทยเร่งเสริมทีมเศรษฐกิจ–ดึงผู้สมัครเพิ่ม เตรียมพร้อมเต็มที่ก่อนศึกเลือกตั้ง

เกมยุบสภา–ซักฟอก 151 ชี้วัดชะตารัฐบาล

สถานการณ์การเมืองปลายปีทวีความเข้มข้น เมื่อฝ่ายค้านส่งสัญญาณเดินหน้าใช้กลไกมาตรา 151 ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะที่รัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยประเมินว่า หากฝ่ายค้านเลือกเส้นทางนี้ย่อมมี “เป้าหมายสุดท้าย” คือการโหวตโค่นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่มีข้อผูกพันตามบันทึก MOA ร่วมกับพรรคประชาชน ซึ่งกำหนดว่าจะไม่เติมเสียงให้รัฐบาลเป็นเสียงข้างมาก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จึงย้ำชัดว่า “รัฐบาลจะไม่ยอมให้ถูกคว่ำ” หากสถานการณ์บีบให้ต้องเลือกยุบสภาเพื่อป้องกันความเสียเปรียบก็จำเป็นต้องทำ

นายสิริพงศ์อธิบายว่า ความแตกต่างระหว่างมาตรา 152 และ 151 คือหัวใจสำคัญของเกมการเมืองรอบนี้ หากเป็นการอภิปรายตาม 152 ซึ่งไม่มีการลงมติ นายกรัฐมนตรีพร้อมชี้แจงทุกประเด็นเพราะเป็นกระบวนการ “แนะนำรัฐบาล” มากกว่าโค่นรัฐบาล

แต่หากฝ่ายค้านเดินเกม “151” ย่อมสะท้อนเจตนาโหวตล้มรัฐบาลโดยตรง และเมื่อประธานสภาบรรจุญัตติแล้ว นายกรัฐมนตรีจะไม่สามารถยุบสภาได้ทันที ต้องรอให้การลงมติสิ้นสุด หากแพ้โหวต นายกฯ ต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีและไม่สามารถยุบสภาได้อีก

ด้วยบริบทที่มีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญยังเหลืออีกหลายราย นายสิริพงศ์ชี้ว่า หากเกิดกรณีเช่นนี้ การเมืองจะถูกมองว่ามีความพยายาม “ชิงอำนาจรัฐ” มากกว่าพิจารณาผลงานรัฐบาล เขามองว่าประชาชนย่อมแยกแยะเจตนาได้ชัด แม้รัฐบาลทำงานเพียงเดือนครึ่ง ยังไม่มีเหตุผลหนักแน่นที่จะถูกอภิปรายเขย่าเสถียรภาพจนถึงขั้นโหวตไม่ไว้วางใจ

ผลกระทบต่อไทม์ไลน์แก้รัฐธรรมนูญ–งบประมาณ 2570

อีกหนึ่งเงื่อนไขทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับการยุบสภาคือไทม์ไลน์การแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวใจของบันทึกความร่วมมือ MOA ระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์เผยว่า รัฐบาลได้หารือกับ กกต. ไว้แล้วว่า วันออกเสียงประชามติควรอยู่ช่วงประมาณวันที่ 29 มีนาคม เพื่อให้สอดรับกับกระบวนการยกร่างและขั้นตอนตามกฎหมาย

แต่หากเกิดการยื่นซักฟอกปลายปีและนำไปสู่การยุบสภา การเลือกตั้งจะต้องเกิดภายใน 45–60 วัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับวันทำประชามติ และอาจทำให้ประชาชนไม่ออกมาใช้สิทธิ์มากเท่าช่วงที่มีการเลือกตั้งพร้อมกัน

สถานการณ์นี้จะทำให้ไทม์ไลน์การแก้รัฐธรรมนูญ “ต้องเลื่อนออกไปแบบไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้” เพราะแรงจูงใจของประชาชนลดลงจากการแยกวันเลือกตั้งกับวันทำประชามติ ขณะที่ขั้นตอนทางกฎหมายต้องอาศัยจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างสูงเพื่อให้ผลประชามติสมบูรณ์ตามเกณฑ์

นายสิริพงศ์ ระบุว่า ความล่าช้าทางการเมืองไม่เพียงส่งผลต่อเนื้อหาการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ยังทำให้เสถียรภาพของระบบการเมืองไทยถดถอยลงในการรับรู้ของสังคมระหว่างประเทศ

อีกด้านหนึ่ง นายสิริพงศ์เตือนถึงความเสี่ยง “สุญญากาศงบประมาณ” หากการยุบสภาเกิดขึ้นในเดือนมกราคมและเลือกตั้งปลายมีนาคม การจัดตั้งรัฐบาลใหม่อาจลากยาวจนการเสนอร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2570 วาระ 1 ไม่ทันเส้นตายเดือนมิถุนายน ซึ่งจะทำให้การเบิกจ่ายภาครัฐสะดุดและกระทบการลงทุนอย่างรุนแรง เหมือนกรณีงบปี 2566 ที่ล่าช้าเพราะเปลี่ยนรัฐบาลในช่วงเวลาคาบเกี่ยว

นายสิริพงศ์ชี้ว่า ทีมเศรษฐกิจนำโดยนายเอกนิติได้วางแผนเพื่อแก้ข้อกังวลของ Moody’s และ S&P ผ่านเครื่องมืออย่าง Thailand Future Fund และ PPP เพื่อให้การลงทุนเดินหน้าแม้รัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ

โจมตีฝ่ายค้าน–ตอบโจทย์เศรษฐกิจ–เสริมทัพภูมิใจไทย

ในมิติการบริหาร นายสิริพงศ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านอาจหยิบมาใช้ในการอภิปราย โดยเน้นว่ารัฐบาลเพิ่งเริ่มงานได้เพียงเดือนครึ่ง ไม่อาจถูกโยงว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาที่หมักหมมมานาน เช่น น้ำท่วมซึ่งเกิดต่อเนื่องกว่า 6 เดือนตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน หรือราคาพืชผลเกษตรที่แม้ต้นฤดูกาลยังไม่สูง แต่ราคาข้าวหอมมะลิในปัจจุบันอยู่ในจุดที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

พร้อมชี้ว่านโยบายต่างประเทศและการลงทุน เช่น MOA แร่หายาก (Rare Earth) หรือการจัดโมโตจีพี (MOT GP) เกิดขึ้นบนหลักการผลประโยชน์ชาติและความเป็นอิสระของไทย ไม่ได้ทำตามสหรัฐฯ หรือเอกชนแบบไร้เงื่อนไข

นายสิริพงศ์ ย้ำว่า การจัดโมโตจีพีตั้งแต่ปี 2561 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสะสมกว่า 24,000 ล้านบาท สนามบุรีรัมย์ไม่คิดค่าบริการแม้แต่ปีเดียว และมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดโดยรอบ เช่น สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครราชสีมา ถือเป็นการสร้างโมเดลเศรษฐกิจท้องถิ่นที่จับต้องได้ ในขณะที่การปรับเนื้อหา MOA Rare Earth เป็นตัวอย่างของการต่อรองเชิงยุทธศาสตร์ที่ทำให้ไทยไม่ตกอยู่ในแนวร่วมของมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ด้านการเมืองภายในพรรค นายสิริพงศ์เปิดเผยว่า ภูมิใจไทยอยู่ระหว่างการดึงผู้สมัครใหม่และกลุ่มการเมืองสำคัญ ทั้งกลุ่มคุณสนทยา คุณปลื้ม ในชลบุรี รวมถึงการหารือกับคุณท็อป วราวุธ ซึ่งพรรคยืนยันว่าไม่ได้ชักชวนให้ยุบพรรคชาติไทยพัฒนา แต่ชอบจุดยืนด้านท้องถิ่นนิยม

ส่วนการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพิ่มเติม ได้แก่ นายเอกนิติและนางศุภจี เขามองว่าเป็นการเสริม “จุดที่พรรคยังไม่แข็งแรง” ด้านเศรษฐกิจมหภาค เพื่อขยายภาพลักษณ์จากพรรคท้องถิ่นไปสู่พรรคที่มีแผนบริหารประเทศในระดับมหภาค

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังมุ่งสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ การยื่นซักฟอกอาจเร่งการยุบสภา กระทบไทม์ไลน์รัฐธรรมนูญและงบประมาณ ขณะที่ภูมิใจไทยเดินหน้าเสริมทัพและชูผลงานเพื่อเตรียมพร้อมศึกเลือกตั้งใหญ่

เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 

เนื้อหา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม)

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย