เราจะรอด? เขื่อนภูมิพลใกล้เต็ม ปล่อยน้ำเพิ่ม เสี่ยงซ้ำรอยปี 2554
เขื่อนภูมิพลจ่อต้องระบายน้ำเพิ่ม หลังน้ำเก็บกักทะลุ 97% เสี่ยงน้ำล้นเจ้าพระยา–นนทบุรี นักวิชาการเตือน “อย่าซ้ำรอยปี 2554” หากระบบปลายทางรับไม่ไหว
KEY
POINTS
- เขื่อนภูมิพลเก็บน้ำกว่า 97% เตรียมปล่อยเพิ่ม 2,900 ลบ.ม./วินาที อาจดันระดับน้ำลุ่มเจ้าพระยาสูงขึ้น 30 ซม.
- ศศิน เฉลิมลาภ เสนอรัฐบาลควบคุมการระบาย–ผันน้ำตะวันออก–ตะวันตก จำกัดน้ำไม่เกิน 2,900 ลบ.ม./วินาที
- ผู้เชี่ยวชาญชี้จุดเสี่ยงอยู่ที่ “ระบบระบายน้ำปลายทาง” หากคลองไม่รับทัน น้ำทะเลหนุนอาจทำให้ซ้ำรอย 2554
เขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำเพิ่ม เสี่ยงซ้ำรอยปี 2554
เขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก กลายเป็นศูนย์กลางสายตาของประเทศ เมื่อระดับน้ำเก็บกักแตะกว่า 97% ของความจุ 13,200 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังมีน้ำเหนือหลั่งไหลต่อเนื่องไม่หยุด กฟผ.จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจาก 2,800 เป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาความปลอดภัยของเขื่อน
แต่การระบายน้ำเพิ่มเพียง 100 ลบ.ม./วินาที หมายถึงระดับน้ำท้ายเขื่อนจะสูงขึ้นอีกประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งเสี่ยงกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำต่อเนื่องถึงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะจังหวัดนนทบุรี ที่เริ่มมีน้ำเอ่อล้นริมตลิ่งกว่า 50 เซนติเมตรแล้ว
ลุ่มเจ้าพระยาเริ่มรับแรงดันน้ำ
บริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองและท่าน้ำนนท์ มีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือน ขณะเดียวกันเขื่อนสิริกิติ์ก็มีแนวโน้มต้องเพิ่มการระบายน้ำเช่นกัน ทำให้ปริมาณน้ำรวมในเจ้าพระยาอาจพุ่งขึ้นแตะระดับใกล้ปี 2554
นักอุทกวิทยาเตือนว่า “ปัจจัยเสี่ยงสำคัญอยู่ที่ปลายทาง” หากคลองระบายน้ำไม่ทัน หรือเกิดน้ำทะเลหนุนในสัปดาห์หน้า จะยิ่งดันระดับน้ำสูงขึ้นรวดเร็ว
เสียงเตือนจากนักอนุรักษ์น้ำ
นายศศิน เฉลิมลาภ กรรมการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์แนะนำรัฐบาลให้เรียกประชุมคณะกรรมการน้ำแห่งชาติ (กนช.) ด่วน เพื่อประเมินข้อมูลจริง โดยเสนอแนวทาง 3 ประการ
- เร่งผันน้ำไปทางตะวันออก–ตะวันตก เพื่อกระจายน้ำให้สมดุล
- ตรึงอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 2,900 ลบ.ม./วินาที
- ประกาศแผนลดการปล่อยน้ำพร้อมความรับผิดชอบทางการเมือง
ศศิน ย้ำว่า “ต้องกล้าตัดสินใจ และแอ่นอกมารับผิดชอบ เพราะประชาชนเลือกนักการเมืองมาแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่โยนภาระให้ข้าราชการ”
การแสดงปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา
เจ้าพระยาท่วมจริงตามคาด
ภาพจากดาวเทียมของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ยืนยันแบบจำลองน้ำท่วมจากเขื่อนเจ้าพระยามีความแม่นยำสูง — พื้นที่สีแดงและสีส้มที่คาดไว้ก่อนหน้าเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ได้กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมจริง (สีฟ้า) แล้ว
โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำใน นนทบุรี–ปทุมธานี–กรุงเทพฯ ตอนบน เช่น เชียงรากใหญ่–น้อย, เกาะเกร็ด, บางศรีเมือง, บางขนุน และบางพลัด ซึ่งขณะนี้มีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนและเส้นทางสัญจรหลายจุด
การเปรียบเทียบ “ภาพคาดการณ์” กับ “ภาพจริง” จาก GISTDA แสดงให้เห็นว่า การใช้ข้อมูลอวกาศร่วมกับแบบจำลองภูมิประเทศของกรมชลประทาน สามารถคาดแนวท่วมล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารภัยพิบัติของประเทศ
น้ำเหนือยังไม่หยุด – เสี่ยงระบายเพิ่ม
กรมชลประทานรายงานว่า มวลน้ำจากนครสวรรค์–ชัยนาทยังไหลหลากต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาแตะระดับเตือนภัย จึงอาจต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำจาก 2,800 เป็น 2,900–3,000 ลบ.ม./วินาที หากดำเนินการตามนี้ ระดับน้ำเจ้าพระยาตอนล่างจะสูงขึ้นอีก 20–30 เซนติเมตร และอาจกระทบพื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำทุกจังหวัด
เทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลเมืองปทุมธานี และเขตบางพลัด ได้เร่งเสริมแนวกระสอบทราย เพิ่มเครื่องสูบน้ำ และแจ้งเตือนประชาชนให้ยกของขึ้นที่สูง เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจสูงกว่าคาดการณ์
ระบบจัดการน้ำไทยหลังปี 2554
กว่า 14 ปีหลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ รัฐบาลได้สร้าง แก้มลิงและทุ่งรับน้ำ 10 แห่ง รวมความจุกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ใช้จริงแล้ว 900 ล้าน แต่พื้นที่รับน้ำกลับกระจุกตัวในภาคกลางตอนล่าง เช่น อ่างทอง อยุธยา ลพบุรี และปทุมธานี ทำให้ประชาชนบางกลุ่มรับภาระน้ำท่วมซ้ำซาก
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ยอมรับว่า “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การบริหารจัดการที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงในรอบ 20 ปี”
ทางรอดระยะยาว: ต้องมี “แม่น้ำสายใหม่”
แผนใหญ่ของรัฐบาลคือโครงการ ชัยนาท–ป่าสัก และ ป่าสัก–อ่าวไทย ที่จะเพิ่มศักยภาพระบายน้ำอีก 1,000 ลบ.ม./วินาที ภายใน 3–5 ปีข้างหน้า แต่ในระหว่างรอ ต้องบริหารน้ำอย่างมีเกณฑ์ เช่น หากปริมาณน้ำเจ้าพระยาแตะ 2,500 ลบ.ม./วินาที ต้องเริ่มกระจายน้ำเข้าสู่ทุ่งเกษตรด้านบน เพื่อบรรเทาผลกระทบ
“พร้อมหรือยัง” หากปี 2554 รีรัน
แม้ปีนี้ปริมาณ “ก้อนน้ำ” จะเพียงครึ่งของปี 2554 แต่ระดับน้ำและแรงดันกลับใกล้เคียงกันอย่างน่ากังวล เขื่อนภูมิพลจึงเป็น “จุดชี้ชะตา” ของทั้งระบบลุ่มน้ำเจ้าพระยา
คำถามคือ — “ปีนี้...เราพร้อมแล้วหรือยัง?”
เพราะถ้าระบบรับน้ำปลายทางยังไม่สมบูรณ์ และการตัดสินใจยังช้าเพียงวันเดียว วิกฤตปี 2554 อาจกลับมาซ้ำรอยในรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใครอยากเห็นอีกครั้ง.
เรียบเรียงเนื้อหา : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
ที่มาประกอบเนื้อหา : กรมชลประทาน, สำนักงานทรัพยากนำแห่งชาติ,เพจเฟซบุ๊ก ศศิน เฉลิมลาภ,รายการที่นี่NBT , สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)


