posttoday

สุดารัตน์–สุพิศาล จี้รัฐบาลล้างบางนักการเมืองโยงแก๊งสแกมเมอร์

23 ตุลาคม 2568

เสนอรัฐบาลเร่งตั้ง “หน่วยเฉพาะกิจ” บูรณาการ ปปง.–DSI–อัยการ สืบเส้นทางเงิน–อายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์กัมพูชา ตัดท่อน้ำเลี้ยงเครือข่ายการเมือง–ทุนสีเทา

KEY

POINTS

  • คุณหญิงสุดารัตน์และ พล.ต.ต.สุพิศาล เสนอให้รัฐบาลใช้กรณีนักการเมืองพัวพันเงินสีเทาเป็นโอกาสในการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์และนักการเมืองที่เกี่ยวข้อง
  • เสนอให้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจที่มีอำนาจเต็ม เพื่อไล่เส้นทางการเงินข้ามชาติ อายัดทรัพย์สิน และประสานงานข่าวกรองกับต่างประเทศเพื่อทลายเครือข่าย
  • ย้ำว่ารัฐบาลต้องมีความกล้าหาญในการตัดเครือข่ายอุปถัมภ์ทางการเมืองที่คอยคุ้มครองกลุ่มทุนสีเทา เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศ

การลาออกของนายวรภัค ธันยาวงษ์ จากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมือง เมื่อมีการตั้งข้อสงสัยถึงความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา แม้เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมต่อสู้ทางกฎหมายและประกาศดำเนินคดีกับผู้ใส่ความให้เกิดความเสียหาก็ตาม

แต่เหตุการณ์นี้ได้ฉายภาพกว้างถึงปัญหา “เงินสีเทา” ที่ฝังรากลึกในระบบการเมืองและเศรษฐกิจไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เสนอให้รัฐบาลใช้โอกาสนี้ “กวาดล้างโครงข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ” ตั้งหน่วยเฉพาะกิจที่มีอำนาจเต็ม ไล่เส้นทางเงินจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมประสานข่าวกรองกับสหรัฐ อังกฤษ และประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสืบย้อนทรัพย์สินของเครือข่ายสแกมเมอร์ และคืนเงินให้ผู้เสียหายชาวไทย
 

วรภัค ธันยาวงษ์

คุณหญิงสุดารัตน์ชี้ว่า การอายัดทรัพย์ต้องทำอย่างรวดเร็ว โดยให้เจ้าของพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สิน หากอธิบายไม่ได้ให้ยึดคืนรัฐทันที พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์ข้อมูลกลาง” ระหว่าง ปปง. DSI ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อเร่งติดตามเงินผิดกฎหมายในประเทศ

ขณะที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ย้ำว่ารัฐบาลต้องกล้าตัด “เครือข่ายอุปถัมภ์ทางการเมือง” ที่ให้ความคุ้มครองเครือข่ายเงินสีเทา หากไม่ตัดท่อน้ำเลี้ยง ปัญหานี้จะไม่มีวันหมด

ทั้งสองเห็นตรงกันว่า การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างต้องทำควบคู่กับการสืบสวนข้ามแดน เพราะเครือข่ายสแกมเมอร์มีระบบซับซ้อน ใช้ไทยเป็นทางผ่านฟอกเงินผ่านคริปโตเคอร์เรนซี ตลาดหุ้น และการส่งออกทองคำ ซึ่งมีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย และกระทบค่าเงินบาทอย่างรุนแรง
 

ขณะเดียวกัน วิกฤตนี้ยังโยงไปถึงเสถียรภาพรัฐบาล เมื่อพรรคเพื่อไทยกำลังปรับโครงสร้างภายใน หลังการลาออกของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจและความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจกระทบการเลือกตั้งรอบหน้า

สถานการณ์จึงถูกมองว่าเป็น “ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ” ที่รัฐบาลต้องแสดงภาวะผู้นำและฟื้นความเชื่อมั่นของสังคม

คุณหญิงสุดารัตน์เตือนว่า หากรัฐบาลไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ประเทศไทยจะถูกมองว่าเป็น “แหล่งพักเงินของอาชญากรข้ามชาติ” และทำลายโอกาสในการฟื้นเศรษฐกิจ ส่วน พล.ต.ต.สุพิศาล เสนอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการตรง ตั้งหน่วยเฉพาะกิจที่มีอำนาจทั้งด้านข่าวกรอง การเงิน และกฎหมาย เพื่อสืบหา–อายัด–ยึดทรัพย์อย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่

สุดารัตน์–สุพิศาล จี้รัฐบาลล้างบางนักการเมืองโยงแก๊งสแกมเมอร์

ทั้งคู่เห็นว่า “ความกล้า” ของผู้นำคือปัจจัยชี้ชะตา—หากรัฐจริงใจและลงมือทันที ไทยจะสามารถตัดวงจรเงินผิดกฎหมายและฟื้นศรัทธาประชาชนได้ แต่หากปล่อยให้เครือข่ายอุปถัมภ์ดำรงอยู่ ความเสียหายทางเศรษฐกิจและการเมืองจะลุกลามจนยากเกินควบคุม

ข้อกล่าวหานักการเมือง ข้าราชการโยงสแกมเมอร์สะท้อน “รอยรั่วเชิงโครงสร้าง” ที่เปิดทางให้ทุนสีเทาแทรกซึมรัฐ การตั้งหน่วยเฉพาะกิจล่าทรัพย์–ทลายเส้นทางเงินจึงไม่ใช่แค่ทางออก แต่คือ “บททดสอบความจริงใจของรัฐบาล” ว่าจะเลือกปกป้องประเทศ หรือปกป้องผลประโยชน์ของใคร

ที่มา : รายการคมชัดลึก (คลิ๊กชม)

ข่าวล่าสุด

มนุษย์อยู่ในยุค 11 ปีที่ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลมากกว่าที่คิด!