posttoday
ส่งออกไทยโตแรง แต่เศรษฐกิจยังไปไม่สุด จับตาต้นทุนพลังงานครึ่งปีหลัง

ส่งออกไทยโตแรง แต่เศรษฐกิจยังไปไม่สุด จับตาต้นทุนพลังงานครึ่งปีหลัง

18 กรกฎาคม 2569

ตัวเลขส่งออกไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตถึง 17% ขยายตัวโดดเด่น อานิสงส์กระแส AI ดันความต้องการคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก แต่เบื้องหลังตัวเลขสวยงามนั้น เศรษฐกิจไทยกลับยังได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ เพราะการนำเข้าพุ่งแรง ต้นทุนพลังงานสูง และกำลังซื้อในประเทศยังเปราะบาง จนคำถามสำคัญคือ ส่งออกโต...แต่เงินกำลังไหลออกมากกว่าหรือไม่?

KEY

POINTS

  • ตัวเลขส่งออกไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 17%อานิสงส์กระแส AI ดันความต้องการคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และเซมิคอนดักเตอร์
  • แต่เบื้องหลังตัวเลข เศรษฐกิจไทยยังได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ เพราะการนำเข้าพุ่งแรง ต้นทุนพลังงานสูงและกำลังซื้อในประเทศเปราะบาง
  • จนคำถามสำคัญคือ ส่งออกโต...แต่เงินกำลังไหลออกมากกว่าหรือไม่?

ส่งออกโตแรง แต่เศรษฐกิจยังได้อานิสงส์จำกัด ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกไทยเติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน ได้แรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และเซมิคอนดักเตอร์ โดยแม้ตัดหมวดสินค้า AI ออก การส่งออกยังขยายตัวราว 10% สะท้อนว่าสินค้าไทยยังมีความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่เติบโตถึง 40.3%

อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก เนื่องจากการนำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 35.6% โดยเฉพาะพลังงาน รวมถึงสินค้าทุนและชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าสะสม 25,209.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ส่งออกไทยโตแรง แต่เศรษฐกิจยังไปไม่สุด จับตาต้นทุนพลังงานครึ่งปีหลัง

ภาคการผลิตยังฟื้นไม่เต็มที่

แม้การส่งออกขยายตัวต่อเนื่อง แต่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในช่วง 3 เดือนล่าสุดเพิ่มขึ้นเพียง 0.06% สะท้อนว่าการเติบโตของภาคส่งออกยังไม่ส่งผ่านสู่การผลิตในประเทศอย่างเต็มที่ เนื่องจากไทยยังพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง

ต้นทุนพลังงานยังเป็นแรงกดดัน

ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงเริ่มกระทบทั้งภาคธุรกิจและครัวเรือน แม้มาตรการภาครัฐจะช่วยบรรเทาภาระในระยะสั้น แต่แรงกดดันมีแนวโน้มชัดเจนขึ้นเมื่อมาตรการสิ้นสุด

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.9% ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเพียง 1.9% สะท้อนว่าผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่ เพราะกำลังซื้อยังเปราะบาง

แต่ละธุรกิจรับแรงกดดันไม่เท่ากัน

กลุ่มสินค้าจำเป็น เช่น สินค้าประมง อาหาร เครื่องดื่ม และปศุสัตว์ ยังสามารถปรับราคาสินค้าได้บางส่วน ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เสื้อผ้าและรองเท้า ต้องรับภาระต้นทุนผ่านอัตรากำไรที่ลดลง เนื่องจากผู้บริโภคอ่อนไหวต่อราคา ส่วนสินค้าคงทน เช่น รถยนต์และเฟอร์นิเจอร์ ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันและต้นทุนการนำเข้าเป็นหลัก

ประเด็นที่ต้องติดตาม

แม้การส่งออกไทยยังเติบโตได้ดีจากอุปสงค์ด้าน AI แต่แรงส่งต่อเศรษฐกิจในประเทศยังจำกัด ขณะที่ต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อที่ยังเปราะบางยังเป็นปัจจัยสำคัญ

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ประเด็นที่ต้องติดตามคือความสามารถของผู้ประกอบการในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค เพราะหากปรับราคาสินค้าได้ เงินเฟ้ออาจเร่งตัวขึ้น แต่หากปรับราคาไม่ได้ ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอำนาจในการกำหนดราคาจำกัด อาจเผชิญแรงกดดันด้านกำไรต่อเนื่อง

ที่มา: บทวิเคราะห์ CROSS ASSET STRATEGY ประจำเดือนกรกฎาคม 2569

ข่าวล่าสุด

ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่กันทรลักษ์ พบระเบิดเก่าตกค้าง 19 ทุ่น

ทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่กันทรลักษ์ พบระเบิดเก่าตกค้าง 19 ทุ่น