posttoday
Sell in May ใช้ไม่ได้ ? Buy in May มาแรง! เริ่มสะสมพฤษภาคม เก็บเกี่ยวปันผลตลอดปี

Sell in May ใช้ไม่ได้ ? Buy in May มาแรง! เริ่มสะสมพฤษภาคม เก็บเกี่ยวปันผลตลอดปี

01 พฤษภาคม 2569

“เดือนพฤษภาคม” ไม่ใช่เดือนหนีตลาดอีกต่อไป! ทีม Wealth Research ชี้ชัดการย่อตัวของหุ้นไทยเป็นแค่แรงขายเชิงเทคนิค ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน พร้อมแนะใช้จังหวะนี้ “ทยอยสะสมหุ้นปันผลคุณภาพ” รับยุคที่กระแสเงินสดสำคัญกว่าการเติบโต

KEY

POINTS

  • “เดือนพฤษภาคม” ไม่ใช่เดือนหนีตลาดอีกต่อไป!
  • ทีม Wealth Research ชี้ชัดการย่อตัวของหุ้นไทยเป็นแค่แรงขายเชิงเทคนิค ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน
  • พร้อมแนะใช้จังหวะนี้ “ทยอยสะสมหุ้นปันผลคุณภาพ” รับยุคที่กระแสเงินสดสำคัญกว่าการเติบโต

ข้อมูลจากทีม Wealth Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่าแม้ในเชิงฤดูกาล เดือนพฤษภาคมมักถูกมองเป็นช่วงอ่อนตัวของตลาดหุ้นไทย แต่การปรับฐานในช่วงดังกล่าวควรถูกมองเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นปันผลคุณภาพ มากกว่าการลดความเสี่ยงตามกรอบคิด “Sell in May” แบบเดิม

โดยเฉพาะในภาวะที่การเติบโตของเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนมีข้อจำกัด ขณะที่ เงินปันผลกลายเป็นแหล่งผลตอบแทนหลักของนักลงทุน

ฤดูกาลตลาดความอ่อนตัวเชิงเทคนิค มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน

อ้างอิงสถิติช่วงปี 57–68

  • ดัชนี SET ปรับลดลงเฉลี่ยราว 1% ในเดือนพฤษภาคม โดยมีโอกาสเกิดขึ้นประมาณ 60%
  • ดัชนีหุ้นปันผลสูง (SETHD) ปรับลดลงเฉลี่ยราว 1.3% โดยมีโอกาสราว 70%
  • กลุ่มธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของนักลงทุนเน้นปันผล มักเริ่มอ่อนตัวตั้งแต่เดือนเมษายนเฉลี่ย 2.8% จากแรงขายหลังขึ้นเครื่องหมาย XD และยังมีแนวโน้มอ่อนตัวต่ออีกเล็กน้อยในเดือนพฤษภาคม ก่อนจะเริ่มสร้างฐานและทยอยฟื้นตัวในช่วง กรกฎาคม–สิงหาคม

รูปแบบดังกล่าวสะท้อนว่าแรงขายในช่วงเวลาดังกล่าวเป็น แรงขายเชิงเทคนิคและพฤติกรรมการลงทุนระยะสั้น มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งทำให้การอ่อนตัวในเดือนพฤษภาคมควรถูกมองเป็น จังหวะสะสม (window of accumulation) สำหรับหุ้นปันผลที่มีคุณภาพ

ประเมินระดับความน่าสนใจของหุ้นปันผล

ในภาวะปกติ ผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดหุ้นไทยเฉลี่ยอยู่ที่ราว 3% ในกรอบประมาณ 2.5–4% หากระดับผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า 3.5% จะถือว่าสูงในเชิงสถิติเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว

ขณะเดียวกัน ส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผลเมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี มีค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ราว 1% หากระดับส่วนต่างดังกล่าวมากกว่า 1.5% จะสะท้อนว่าหุ้นปันผลมีความน่าสนใจสูง

ปัจจุบันส่วนต่างผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ประมาณ 1.7% โดยอิงจากคาดการณ์ปี พ.ศ. 2569 ซึ่งคาดว่าผลตอบแทนเงินปันผลของตลาดอยู่ราว 3.8% เทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีประมาณ 2.1% ระดับดังกล่าวอยู่ใกล้จุดสูงสุดในช่วงโควิด และสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว สะท้อนว่า หุ้นปันผลยังคงอยู่ในจุดที่น่าสนใจเชิงเปรียบเทียบ

หุ้นปันผลคุณภาพที่น่าสนใจ

อ้างอิงหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสูงและสม่ำเสมอต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

  • กลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับสูงมากใกล้เคียงช่วงโควิด ได้แก่ KTB, KBANK, COM7, BDMS และ CPN
  • กลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ SCB, PTT และ TLI

หุ้นในกลุ่มดังกล่าวมีจุดเด่นทั้งในด้านความสม่ำเสมอของกระแสเงินสดและความสามารถในการดูดซับ downside ของราคาหุ้นในช่วงตลาดผันผวน

Dividend Timing ซื้อก่อนหรือหลัง XD ดีกว่ากัน

ในอดีตช่วงปี 57–68 กลยุทธ์การเข้าซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD และถือผ่านเดือนพฤษภาคม แม้รวมเงินปันผลแล้ว มักให้ผลตอบแทนใกล้ศูนย์หรืออาจติดลบเล็กน้อย เนื่องจากแรงกดดันจากการปรับฐานหลัง XD

อย่างไรก็ดี พฤติกรรมดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไปอย่างมีนัยในช่วง 3 ปีหลัง โดยผลตอบแทนรวมเงินปันผลจากการเข้าซื้อในเดือนเมษายนก่อน XD และถือถึงเดือนพฤษภาคมกลับเป็นบวกอย่างชัดเจน

สะท้อนว่าตลาดเริ่มให้คุณค่ากับกระแสเงินสด (income) มากขึ้น และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงได้ช่วยรองรับความเสี่ยงด้านราคาในระยะสั้น

บทสรุปเชิงกลยุทธ์

การอ่อนตัวของตลาดหุ้นในเดือนพฤษภาคมไม่จำเป็นต้องถูกมองเป็นสัญญาณลดความเสี่ยงเสมอไป ในบริบทปัจจุบัน การปรับฐานดังกล่าวเปิดโอกาสให้ทยอยสะสมหุ้นปันผลคุณภาพในระดับราคาที่น่าสนใจ

โดยกลยุทธ์ “Buy in May and (Higher) Yield All the Way” ยังเหมาะสมกับภาวะตลาดที่ให้คุณค่ากับรายได้จากเงินปันผลและความมั่นคงของกระแสเงินสดเป็นหลัก

ตารางประเมินอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (ราคาปิดวันที่ 23 เม.ย.)

Sell in May ใช้ไม่ได้ ? Buy in May มาแรง! เริ่มสะสมพฤษภาคม เก็บเกี่ยวปันผลตลอดปี

ข่าวล่าสุด

กนอ.พับแผนตั้งนิคมอุตสาหกรรม SME แห่งใหม่ เหตุต้นทุนก่อสร้างสูง

กนอ.พับแผนตั้งนิคมอุตสาหกรรม SME แห่งใหม่ เหตุต้นทุนก่อสร้างสูง