posttoday

แอปเทรดหุ้น Webull : ช่องโหว่เส้นทางฟอกเงินมืดพันล้าน

13 มีนาคม 2569

เมื่อระบบโบรกเกอร์ระดับโลกกลายเป็นเครื่องมือสแกมเมอร์ เปิดแผนผัง "ฟอกเงิน-ฟอกคน" ที่เขย่ามาตรฐานการกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และธปท. นี่คือความล้มเหลวเชิงระบบที่หน่วยงานรัฐปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้

ปฏิบัติการล่าสุดของตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) คือการกระชากหน้ากากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ยกระดับการฟอกเงินจาก "บัญชีม้า" สู่การใช้โครงสร้างตลาดทุนเป็นแหล่งพักเงิน การกวาดล้างครั้งนี้เริ่มต้นจากคดีหลอกลวงข้าราชการเกษียณในจังหวัดปทุมธานีจนสูญเงิน 1.4 ล้านบาท ก่อนจะขยายผลจนพบเหยื่อรวมกว่า 30 ราย และพบบัญชีหมุนเวียนที่ได้รับการยืนยันขั้นต้นกว่า 100 ล้านบาทต่อเดือน โดยคาดการณ์มูลค่าความเสียหายรวมในเครือข่ายสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อเดือน

 

สิ่งที่น่าตกใจและเป็นหัวใจสำคัญของคดีนี้คือกลวิธี "Poipet Circumvention" หรือการส่งกลุ่มบัญชีม้าไทยข้ามฝั่งไปกบดานที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา นานถึง 25 วัน เพื่อทำหน้าที่สแกนใบหน้ายืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมทางการเงินโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการเจาะจงหลบเลี่ยงมาตรการความปลอดภัยของสถาบันการเงินในประเทศไทย ปฏิบัติการครั้งนี้จบลงด้วยการจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย (ไทย 7 จีน 1) พร้อมการบุกค้นเซฟเฮาส์ในคอนโดหรูย่านห้วยขวางและ "โรงเรียนสอนภาษา" บังหน้า ซึ่งเป็นฐานทัพสำคัญในการ "ฟอกคน" เพื่อหล่อเลี้ยงวงจรอาชญากรรมนี้

 

จากคลิปที่ออกอากาศในรายการ ข่าว 3 มิติ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 นางสาวชนกนันท์ หรือ นิว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาระดับสั่งการในขบวนการนี้ ได้ยอมรับกับชุดจับกุมของตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่า ได้ใช้ช่องทางการโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงผ่านแอปเทรดหุ้น Webull โดยไม่ได้เทรดหุ้นจริง

 

ชำแหละช่องโหว่ระบบ KYC และการรับเงินโดยตรงของโบรกเกอร์

 

พฤติกรรมของแก๊งแสกมเมอร์นี้ มีจุดที่น่าสังเกตคือกรณีที่ Webull โบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลกที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งยอมรับต่อพนักงานสอบสวนว่ากระบวนการ Know Your Customer (KYC) ของบริษัท "มีช่องโหว่" อย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่เพียงความผิดพลาดทางเทคนิค แต่เป็นพฤติการณ์ที่ละเมิด พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน มาตรา 20 และ กฎกระทรวงการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า พ.ศ. 2563 อย่างชัดเจน

โบรกเกอร์รายนี้ได้กลายเป็น "จุดอ่อนที่สุด" (Weakest Link) ในระบบการเงินไทย เนื่องจากมีการรับฝากเงินจากลูกค้าเข้าบริษัทโดยตรง ซึ่งเป็นการทำลายกำแพงคัดกรองเงินสกปรกของธนาคารพาณิชย์ และยังพบหลักฐานว่ามีการ "จ่ายดอกเบี้ย" ในแอปพลิเคชัน ซึ่งเข้าข่ายการประกอบธุรกิจธนาคารโดยไม่มีใบอนุญาต

แอปเทรดหุ้น Webull : ช่องโหว่เส้นทางฟอกเงินมืดพันล้าน

วงจรการฟอกเงิน: จากตลาดหุ้นสู่สินทรัพย์หรูและการ "ฟอกคน"

จากการสืบสวนพบแผนผังการเดินเงิน (Money Trail) ที่ยืนยันว่ามิจฉาชีพไม่ได้นำเงินไปลงทุนจริง แต่ใช้แพลตฟอร์มเทรดหุ้นเป็นเพียง "ท่อส่งเงิน" เพื่อฟอกสภาพเงินสกปรกผ่าน 4 ช่องทางหลัก ดังนี้:

1.คริปโตเคอร์เรนซี: แปลงเงินจากการหลอกลวงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและโอนเข้ากระเป๋าเงิน (Digital Wallet) ในต่างประเทศทันที

2.การเทรดทองคำ: สั่งซื้อทองคำผ่านแอปฯ และถอนออกเป็นทองคำแท่งจริงที่สาขาในวันถัดไปเพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นสินทรัพย์ที่ยากจะอายัด

3.นอมินีบริษัทแบรนด์เนม: โอนเงินเข้าบริษัทนอมินีที่ตั้งบังหน้า เช่น ธุรกิจขายของแบรนด์เนม เพื่อสร้างประวัติทางการเงินที่ดูเหมือนถูกกฎหมาย

4.การ "ฟอกคน" (Human Laundering): การใช้โรงเรียนสอนภาษาย่านลาดพร้าวเป็นฉากบังหน้าเพื่อออกวีซ่านักเรียนให้กับชาวจีนกว่า 600 คน เพื่อจัดตั้ง "กองทัพดิจิทัล" ในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของการฟอกเงินในระยะยาว

 

บทบาทความรับผิดชอบ: โบรกเกอร์, ก.ล.ต. และธนาคารแห่งประเทศไทย

 

นี่คือวิกฤตความเชื่อมั่นที่ ก.ล.ต. และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะนิ่งเฉยไม่ได้ คำถามสำคัญคือเหตุใดจึงปล่อยให้โบรกเกอร์ทำตัวเป็น "ธนาคารเถื่อน" รับฝากเงินและจ่ายดอกเบี้ยจนกลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพใช้โยกเงินออกไปต่างประเทศได้อย่างเสรี การที่บริษัทอ้างว่าระบบมีช่องโหว่นั้นเป็นเพียงข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นในฐานะผู้ประกอบอาชีพที่ได้รับความไว้วางใจจากสาธารณะ

 

ในเชิงกฎหมาย ตำรวจสอบสวนกลางได้ผนึกกำลังกับ อัยการสูงสุด เพื่อยกระดับการแจ้งข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร และฟอกเงิน ซึ่งมีบทลงโทษจำคุกสูงถึง 7-10 ปี การขยายผลครั้งนี้จะไม่หยุดอยู่ที่ผู้ต้องหา 8 ราย แต่จะพิจารณาถึงความรับผิดชอบของตัวบริษัทหลักทรัพย์เองด้วย หากพบว่ามีการปล่อยปละละเลยจนเข้าข่ายสนับสนุนการฟอกเงิน

 

บทสรุป: มาตรการเร่งด่วนเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นตลาดทุน

 

หากตลาดทุนไทยไม่สามารถสร้างมาตรฐานที่ปลอดภัยได้ เรากำลังเสี่ยงที่จะกลายเป็นสวรรค์ของการฟอกเงินข้ามชาติ รัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลต้องดำเนินการ 3 ข้อนี้โดยเร่งด่วน:

 

1.ยุติการรับเงินตรงของโบรกเกอร์: บังคับให้การรับและจ่ายเงินทุกชนิดต้องผ่านระบบบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่มีการกรอง AML เท่านั้น

 

2.บังคับใช้ KYC ขั้นสูงแบบ Real-time: ต้องไม่มีช่องโหว่ในการสวมสิทธิ์ และมีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Criminal Record Check) ของผู้เปิดบัญชีอย่างเข้มงวด

 

3.ลงโทษบริษัทแบบจริงจัง: หากโบรกเกอร์ใดปล่อยให้ระบบตนเองถูกใช้ฟอกเงิน ต้องถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที ไม่ใช่แค่การปรับเพียงเล็กน้อย

 

คำเตือนสำหรับนักลงทุน: ก่อนโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเทรดหุ้นใดๆ โปรดตรวจสอบว่าบริษัทต้องไม่รับโอนเงินเข้าชื่อบุคคลธรรมดา และต้องผ่านระบบที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อย่างถูกต้องเท่านั้น หากพบความผิดปกติ เช่น การรับฝากเงินโดยตรงหรือข้อเสนอที่ให้ผลตอบแทนแปลกประหลาด ให้พึงระวังว่าท่านกำลังตกเป็นเครื่องมือในวงจรเงินมืดข้ามชาติ

ข่าวล่าสุด

มติพรรคประชาธิปัตย์งดออกเสียงโหวตประธานสภาย้ำจุดยืนฝ่ายค้าน