posttoday
ถกมาตรการรับมือไทย-อาเซียน ศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ถกมาตรการรับมือไทย-อาเซียน ศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์

21 มิถุนายน 2568

ไทยและอาเซียนต้องเร่งบูรณาการทุกมิติ รับมือภัยคุกคามจากศูนย์กลางแก๊งคอลเซ็นเตอร์-ฟอกเงิน ด้วยมาตรการมั่นคง กฎหมาย และภาคประชาสังคมก่อนจะสายเกินไป

บทสรุปข้อค้นพบสำคัญจากรายงานของ Harvard Asia Center เรื่อง
“Policies and Patterns: State-Abetted Transnational Crime in Cambodia as a Global Security Threat” โดย Jacob Sims พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับประเทศไทยและอาเซียน (เรียบเรียงโดย พลเอก เจิดวุธ คราประยูร) :

ข้อค้นพบสำคัญจากรายงาน

1. กัมพูชาเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมหลอกลวงออนไลน์และการค้ามนุษย์ระดับโลก

  • อุตสาหกรรมหลอกลวงนี้สร้างรายได้ระหว่าง 12.5–19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 60% ของ GDP ของกัมพูชา
  • มีแรงงานราว 150,000 คน ซึ่งหลายคนเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือถูกบังคับเข้าทำงาน

2. เครือข่ายอาชญากรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ

  • พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP) ภายใต้การนำของอดีตนายกฯ ฮุน เซน และนายกฯ คนปัจจุบัน ฮุน มาเนต มีบทบาทในการ ปกป้องและได้ผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมนี้โดยตรง
  • ระบบอุปถัมภ์และการใช้อำนาจบีบบังคับเป็นกลไกสำคัญ ทำให้ การปฏิรูประบบจากภายในแทบเป็นไปไม่ได้

3. การมีส่วนร่วมของชนชั้นนำและการสมรู้ร่วมคิดระหว่างประเทศ

  • เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐ รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี สร โสขา และ วุฒิสมาชิก ลี ยองพัต มีชื่อเชื่อมโยงโดยตรง
  • ผู้มีอำนาจบางรายจากจีน รวมถึงนักลงทุนต่างชาติหลายรายที่ถือ หนังสือเดินทางกัมพูชา ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง

4. การฟอกเงินและโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์

  • อุตสาหกรรมคาสิโนในกัมพูชาและแพลตฟอร์มอย่าง Huione Group ทำหน้าที่เป็นระบบฟอกเงินขนาดใหญ่ โดยใช้ คริปโต การพนันออนไลน์ และธนาคารนอกระบบ

5. การปราบปรามภาคประชาสังคมและสื่อ

  • รัฐบาลกัมพูชาได้ ควบคุมและปิดปากสื่ออิสระ จับกุมนักข่าว และควบคุม NGO อย่างเข้มข้น

6. ความล้มเหลวของการตอบสนองจากนานาชาติ

  • มี องค์กร NGO ต่อต้านการค้ามนุษย์กว่า 100 แห่ง ในกัมพูชา แต่ส่วนใหญ่ถูกทำให้ไร้ประสิทธิภาพหรือถูกควบคุม
  • มาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และอังกฤษมีผลจำกัด เนื่องจากชนชั้นนำของกัมพูชา สามารถปรับตัวและปกป้องผลประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว

ข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย

1. เสริมสร้างความมั่นคงชายแดนและข่าวกรองทางการเงิน

  • เฝ้าระวังการเคลื่อนไหวในจังหวัดชายแดน เช่น สระแก้ว ตราด และเชียงราย ที่มีกิจกรรมเศรษฐกิจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง เช่น คาสิโนและคอมเพล็กซ์
  • บังคับใช้กฎ KYC/AML ที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะกับบริษัทเชลล์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพนัน

2. จัดตั้งศูนย์บูรณาการข่าวกรองอาชญากรรมไซเบอร์ระดับชาติ

  • เชื่อมโยงข้อมูลจากตำรวจ ตม. หน่วยต่อต้านฟอกเงิน และหน่วยงานโทรคมนาคม
  • มุ่งเน้นติดตามเครือข่าย หลอกลวงออนไลน์ การฟอกเงินคริปโต และการค้ามนุษย์

3. เพิ่มแรงกดดันทางการทูตและความโปร่งใส

  • ใช้กลไกทวิภาคีและอาเซียนเพื่อ กดดันให้มีการสอบสวนอิสระ ความโปร่งใสในการจับกุม และเสรีภาพสื่อ

4. ปกป้องพลเมืองไทย

  • เพิ่มการสื่อสารสาธารณะและบริการกงสุลเพื่อ ช่วยเหลือคนไทยที่ถูกลวงไปทำงานในกัมพูชา ลาว และเมียนมา
  • ร่วมมือกับผู้รอดชีวิตเพื่อจัดตั้ง โครงการฟื้นฟูที่เน้นผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง

ข้อเสนอแนะสำหรับอาเซียน

1. ประกาศให้เครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติเหล่านี้เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงระดับภูมิภาค

  • บรรจุประเด็นนี้ไว้ภายใต้กรอบ ADMM และ ASEAN Political-Security Community ในฐานะภัยคุกคามแบบใหม่ (non-traditional security)

2. จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจอาเซียนด้านอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์

  • นำโดยไทย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ร่วมกันดำเนินการ
  • แชร์ข้อมูลข่าวกรองเรียลไทม์
  • ติดตามเส้นทางการเงินข้ามพรมแดน
  • ประสานงานการส่งกลับเหยื่อและกระบวนการยืนยันตัวตน

3. พัฒนาเครื่องมือคว่ำบาตรระดับภูมิภาค หรือใช้กลยุทธ์ประจานทางสังคม

  • หากการทูตล้มเหลว ให้เปิดเผย รายชื่อบริษัทหรือเครือข่ายหลอกลวงที่เชื่อมโยงกับรัฐ อย่างเป็นทางการ

4. เสริมสร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมในภูมิภาค

  • สนับสนุนงบประมาณและคุ้มครอง นักข่าวสืบสวน ผู้แจ้งเบาะแส และ NGO ที่นำโดยผู้รอดชีวิต โดยเฉพาะในกัมพูชา เมียนมา และลาว

5. จัดตั้งฐานข้อมูลร่วมระดับอาเซียน

  • โดย ASEANAPOL หรือหน่วยงานอิสระ เพื่อรวบรวม ข้อมูลคอมเพล็กซ์หลอกลวง ประกาศรับงานปลอม และคดีค้ามนุษย์ ให้ประเทศสมาชิกเข้าถึงได้

ข้อสรุป

เศรษฐกิจใต้ดินจากอุตสาหกรรมหลอกลวงในกัมพูชาเป็น ภัยคุกคามข้ามชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ โดยมีรากฐานอยู่ในระบบอุปถัมภ์ ชนชั้นนำ และการสมรู้ร่วมคิดระหว่างประเทศ ปัญหานี้ลุกลามเกินพรมแดนกัมพูชาและ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของไทยและอาเซียน อย่างลึกซึ้ง

จำเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยและอาเซียนจะต้องร่วมกันตอบสนองอย่างบูรณาการ ทั้งด้านความมั่นคง การทูต การบังคับใช้กฎหมาย และการสนับสนุนภาคประชาสังคม เพื่อควบคุมและทำลายเครือข่ายภัยคุกคามนี้ก่อนจะสายเกินไป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน