posttoday
เทคโนโลยี Battery Swapping ที่ (อาจ) ยกระดับอุตสาหกรรม EV (ตอนที่ 2)

เทคโนโลยี Battery Swapping ที่ (อาจ) ยกระดับอุตสาหกรรม EV (ตอนที่ 2)

23 มิถุนายน 2566

เปิดนโยบายและมาตรการของจีนในการส่งเสริมเทคโนโลยี Battery Swapping รวมถึงบทบาทและโอกาสในการพัฒนาอุตสาหกรรม EV พร้อมทำความเข้าใจในมุมของ Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง และความเหมาะสมของการนำไปใช้งานจริง

ในตอนที่แล้ว ผมได้เล่าถึงประวัติของการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping) และทิ้งท้ายไว้ถึงความก้าวหน้าของประเทศจีนในการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในรถยนต์ BEV

สำหรับในตอนนี้ ผมจะพาผู้อ่านไปดูนโยบายและมาตรการของจีนในการส่งเสริมการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ รวมถึงบทบาทและโอกาสของเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า

แต่ก่อนอธิบายเรื่องดังกล่าว ผมขอชวนทุกท่านทำความเข้าใจกับภาพรวมของการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ทั้งในมุมของ Supply Chain ที่เกี่ยวข้อง และความเหมาะสมของการนำการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ไปใช้งานจริง เพื่อช่วยให้เข้าใจถึงความสำคัญของนโยบายและมาตรการสนับสนุนของประเทศจีน

Supply Chain ของ Battery Swapping : ความเหมือนที่แตกต่าง
หลายท่านอาจคิด Supply Chain ของธุรกิจการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ว่าไม่แตกต่างจาก Supply Chain ของธุรกิจชาร์จไฟฟ้าให้รถยนต์ไฟฟ้า ที่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตแบตเตอรี่ และผู้ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า เพียงแต่ เปลี่ยนจากผู้ให้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าเป็นผู้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ แต่ในความเป็นจริงแล้ว Supply Chain ของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มีความซับซ้อนมากกว่านั้น 

เนื่องจากเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่จะต้องคำนึงถึงการออกแบบรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย เพราะการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่หมายถึงการถอดและประกอบชิ้นส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า อาจมีผลต่อการรั่วซึมของน้ำและฝุ่นเข้าสู่รอบต่อระหว่างตัวถึงและแบตเตอรี่

รวมถึงความเรียบร้อยของรอยต่อและขั้วไฟฟ้าระหว่างแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างกับการชาร์จไฟฟ้าที่เป็นเพียงการเติมประจุไฟฟ้าด้วยหัวจ่ายไฟฟ้าที่เข้ากับเต้ารับที่อยู่ที่รถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น

ด้วยเหตุผลดังกล่าว Supply Chain ของ Battery Swapping ส่วนใหญ่จึงอยู่ในรูปแบบของความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตแบตเตอรี่ และผู้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ในรูปแบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) หรือ Consortium

ตัวอย่างเช่น บริษัท Changan Automobile ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนที่พึ่งประกาศแผนการลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าพวงมาลัยขวาในประเทศไทยกว่า 9,800 ล้านบาท

โดยได้ร่วมมือกับบริษัท Contemporary Amperex Technology (CATL) ผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก บริษัท Aulton New Energy Vehicle Technology ผู้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และบริษัท State Grid รัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้า ในการพัฒนาการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของ Changan ในนครฉงชิ่ง

นอกเหนือจากรูปแบบของความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการแต่ละส่วนแล้ว ผู้ประกอบการบางส่วนเลือกที่จะประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง เช่น บริษัท Geely และบริษัท NIO 2 ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนมีการลงทุนเพื่อให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของตนเอง เนื่องจาก สามารถออกแบบระบบการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่เหมาะสมกับรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัทได้

อีกทั้งสามารถนำเสนอรูปแบบธุรกิจใหม่ให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าสมัครสมาชิก เพื่อรับบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-as-a-Service: BaaS) โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน การให้บริการลักษณะดังกล่าวจะช่วยลดราคาของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ เนื่องจากผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารูปแบบดังกล่าวจะไม่ได้เป็นเจ้าของแบตเตอรี่

นอกจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ผู้ผลิตแบตเตอรี่บางรายก็หันมาประกอบธุรกิจให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วย เช่น โดยบริษัท CATL ได้จัดตั้งบริษัทลูกในชื่อ Contemporary Amperex Energy Service Technology (CAES) เพื่อเป็นผู้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยระบบ EVOGO

โดยเป็นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบโมดูลาร์ ที่มาพร้อมกับ 1) สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบรวดเร็ว 2) แบตเตอรี่แบบบล็อคที่ลักษณะเหมืองแท่งช็อกโกแลต (Choco modular Swappable Electric Blocks: Choco-SEBs) และ 3) แอปพลิเคชัน

ทั้งนี้ บริษัท CAES ให้ข้อมูลว่า ระบบดังกล่าวสามารถทำงานกับรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 80% ที่มีอยู่ในท้องตลาดของจีน การเข้ามาสู่ธุรกิจการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ของ CATL ย่อมจะส่งผลดีอย่างมากต่อเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพราะ CATL เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่อันดับ 1 ของโลก การออกแบบแพลตฟอร์มของแบตเตอรี่ในรูปแบบ Choco-SEBs จึงเปรียบเสมือนการชี้นำมาตรฐานของการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและผู้ใช้งานเชื่อมั่นต่อเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในภาพรวม

เทคโนโลยี Battery Swapping ที่ (อาจ) ยกระดับอุตสาหกรรม EV (ตอนที่ 2)

ตอบโจทย์วิ่งไกล-ไม่ต้องรอนาน

เมื่อมองในมุม Supply Chain ของการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ จะเห็นได้ว่ามีในแต่ละส่วนมีผู้ประกอบการรองรับแล้ว แต่อีกมุมที่จำเป็นจะต้องพิจารณา คือ ความเหมาะสมของการนำเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ไปใช้งาน

โดยรายงานเรื่อง Battery Ecosystem: A Global Overview, Gap Analysis in Indian context, and Way Forward for Ecosystem Development โดย Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit (GIZ) ได้วิเคราะห์ความเหมาะสมของประเทศอินเดียในการนำเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มาใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ได้แก่ จักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า และรถบัสไฟฟ้า

ทั้งนี้ได้วิเคราะห์ทั้งการใช้งานเชิงพาณิชย์และใช้งานส่วนตัว ปัจจัยที่นำมาวิเคราะห์ประกอบไปด้วยระยะเวลาที่ใช้ในการเติมพลังงาน ระยะเวลาและระยะทางที่ใช้งานระหว่างวัน ความกังวลต่อราคาของยานยนต์ไฟฟ้า (Price Sensitivity) และความสามารถในการเข้าถึงระบบอัดประจุไฟฟ้าส่วนตัว (Private/Personal Charging)

สำหรับผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานส่วนตัวไม่เหมาะสมกับการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งาน เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานส่วนตัวมีระยะทางการวิ่งต่อวันสั้นและมีอุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าของตนเอง จึงไม่จำเป็นต้องมีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ระหว่างวัน เพียงแต่ต้องการเข้าถึงระบบชาร์จไฟฟ้าแบบ Fast Charge ในพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว

ในขณะที่จักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ และรถบัสไฟฟ้ายังมีความเหมาะสมกับการใช้เทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ เนื่องจากมีระยะทางและระยะเวลาในการวิ่งสูง ส่งผลให้ต้องมีการเติมพลังงานระหว่างวันค่อนข้างถี่ และหากเป็นการใช้งานเชิงพาณิชย์ ผู้ใช้งานไม่ต้องการเสียเวลารอในการเติมพลังงานนานเนื่องจากกระทบต่อการให้บริการ

2P-2S: แนวทางการส่งเสริมของจีน
จากที่อธิบายมา จะเห็นได้ว่าการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นเป็นเทคโนโลยีที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ผลิตแบตเตอรี่ และผู้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่

ขณะที่พฤติกรรมของผู้ใช้งานและปัจจัยแวดล้อมในปัจจุบัน ส่วนใหญ่การใช้งานยังอยู่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เป็นหลัก ดังนั้น การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปจึงต้องอาศัยการขับเคลื่อนจากภาครัฐ

รัฐบาลจีนจึงได้มีนโยบายและมาตรการสนับสนุนการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ใน 4 ด้านสำคัญ ที่ผมเรียกว่า 2P-2S คือ การกำหนดแผนการพัฒนาและสนับสนุนการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Policy Support) การให้เงินอุดหนุนเพื่อซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (Subsidy) การกำหนดมาตรฐานสำหรับการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Standardization) และการส่งเสริมโครงการนำร่อง (Pilot Project Promotion)

ในส่วนการกำหนดแผนพัฒนาและสนับสนุนการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเริ่มตั้งแต่ปี 2019 เมื่อคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (National Development and Reform Commission: NDRC)  กระทรวงนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อม (Ministry of Ecology and Environment: MEE) และกระทรวงพาณิชย์ (Ministry of Commerce: MOFCOM)

ได้กำหนดแผนการขับเคลื่อนการส่งเสริมการหมุนเวียน และยกระดับสินค้าอุปโภคบริโภคและการรีไซเคิลทรัพยากร (Implementation Plan for Promoting the Renewal and Upgrading of Key Consumer Products and Smooth Resource Recycling (2019-2020)) เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนพัฒนายานยนต์ที่ใช้พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle: NEV) ซึ่งครอบคลุมการชาร์จไฟฟ้าและการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่

ต่อมาในปี 2020 รัฐบาลจีนได้ประกาศแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานใหม่ (The NEV Industry Development Plan (2021-2035) แผนดังกล่าวกำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ไว้ชัดเจน ทั้งการเร่งก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การกำหนดและยกระดับระบมาตรฐานของแบตเตอรี่

โดยกำหนดให้มีการยกระดับภาพรวมการบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ภายในปี 2025 และเครือข่ายการให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งหมดจะสะดวกและมีประสิทธิภาพในปี 2035 นอกจากนั้น ในรายงานการดำเนินงานของรัฐบาล ซึ่งเผยแพร่ในการประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีนชุดที่ 13 ในปี 2021 ได้ชี้ให้เห็นว่าสถานีชาร์จไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ถูกสร้างขึ้นอย่างมาก

สำหรับการให้เงินอุดหนุน เป็นมาตรการที่รัฐบาลจีนส่งเสริมให้ผู้บริโภคซื้อรถยนต์ไฟฟ้า โดยยกเว้นภาษีซื้อสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาต่ำกว่า 3 แสนหยวน (ประมาณ 1.5 ล้านบาท) ที่ปกติจัดเก็บภาษีซื้อที่ 10% รัฐบาลจีนได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปี 2022 ใช้เม็ดเงินไปกว่า 1 แสนล้านหยวน

แต่ผลของมาตรการดังกล่าว ช่วยให้จีนกลายเป็นตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมียอดขายของรถยนต์พลังงานใหม่กว่า 6.88 ล้านคันในปี 2022 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้รับอานิสงค์จากมาตรการนี้อย่างชัดเจน เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีนี้ไม่มีต้นทุนแบตเตอรี่รวมอยู่ในราคารถ เป็นผลให้มีราคาต่ำกว่ารถยนต์ไฟฟ้าที่มีกำลังเท่ากันแต่ใช้เทคโนโลยีการชาร์จไฟฟ้า

เรื่องของมาตรฐานการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นเรื่องท้าทายของเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เกี่ยวข้องกับผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตแบตเตอรี่ และผู้ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ รัฐบาลจีนจึงพัฒนามาตรรฐานการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่

โดยในปี 2021 ได้มีการกำหนด National Standard for Battery Swap Safety Requirement for Electric Vehicles (GB/T 40032-2021) เป็นมาตรฐานบังคับแรกสำหรับการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในยานยนต์ไฟฟ้า โดยระบุถึงเงื่อนไขความปลอดภัย กระบวนการทดสอบ และกฎการตรวจสอบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ มาตรฐานฉบับนี้เปิดให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า อาทิ NIO, BAIC, Geely ฯลฯ มีส่วนร่วมในการจัดทำร่างมาตรฐาน ในปี 2022 กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ministry of Industry and Information Technology: MIIT) ได้ประกาศเรื่องการดำเนินการสำคัญในเรื่องมาตรฐานยานยนต์ในปี 2022

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวได้ระบุถึงการเร่งก่อสร้างระบบการชาร์จไฟฟ้าและระบบการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ รวมถึงการเร่งพัฒนามาตรฐานของทั้ง 2 ระบบ แพลตฟอร์มร่วม และแบตเตอรี่สำหรับการสับเปลี่ยน โดยมีร่างมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ 14 เรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาในปี 2022

สุดท้าย คือ การพัฒนาโครงการนำร่องในปี 2021 ด้วยความร่วมมือระหว่าง MIIT และ สำนักงานพลังงานแห่งชาติ (National Energy Administration: NEA) เพื่อนำเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ไปใช้งานจริง ที่จุดมุ่งหมายของโครงการดังกล่าว นอกจากการส่งเสริมนวัตกรรมในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานแล้ว ยังมุ่งให้ยานยนต์ที่ใช้พลังงานใหม่ (NEV) ช่วยสนับสนุนเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศจีนในปี 2060

สำหรับโครงการนำร่อง จะให้การสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง การช่วยสร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการสนับสนุนทางการเงิน โดยเริ่มดำเนินการใน 11 เมือง ได้แก่ ปักกิ่ง หนานจิง อู่ฮั่น ซานย่า ฉงชิ่ง ฉางชุน เหอเผย์ จี่หนาน อี๋ปิน ถังชาน และบาวตู ซึ่ง 3 เมืองสุดท้ายจะให้ความสำคัญกับรถขนส่ง KPI ของโครงการนำร่อง คือ สร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มากกว่า 1,000 แห่ง และเพิ่มจำนวนยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มากกว่า 1 แสนคัน KPI ดังกล่าวจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้มากกว่า 7 แสนตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 2 ล้านตันต่อปี


อนาคตการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่: โอกาสและความท้าทาย
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ทุกท่านคงเห็นว่า เทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มีโอกาสที่จะก้าวมาเป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้ในเชิงพาณิชย์ในวงกว้างได้ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์สำคัญใน 2 ด้าน 

ด้านการใช้งานของผู้บริโภค เทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ช่วยลดราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าเนื่องจากไม่มีค่าแบตเตอรี่ ลดความเสี่ยงจากการเสื่อมอายุของแบตเตอรี่ซึ่งส่งผลต่ออายุการใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้าและราคาขายต่อ เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานโดยเฉพาะการเดินทางระยะไกล เนื่องจากระยะเวลารอเติมพลังงานสั้นลง ส่งผลให้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจเปลี่ยนจากการใช้รถยนต์สันดาปภายในมาสู่รถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น

สำหรับเรื่องระยะเวลาในการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ผมเองได้มีโอกาสชมการสาธิตการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้าจากบริษัท Geely ในประเทศจีนระหว่างเดินทางไปชักจูงการลงทุนเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่าการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าใช้ระยะเวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น และทราบมาว่า ในอนาคตบริษัทสามารถลดระยะเวลาให้เหลือเพียง 2 นาที

ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการแบตเตอรี่ในภาพรวม โดยสามารถลดต้นทุนการดูแลรักษาและเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ เนื่องจากมีการบริหารจัดการแบตเตอรี่โดยผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ อีกทั้ง ยังช่วยลดการใช้พลังงานและสร้างสมดุลในการใช้พลังงาน เนื่องจากสามารถชาร์จไฟฟ้าให้กับแบตเตอรี่ในช่วง Off-peak 

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายในการนำไปใช้งานเช่นกัน ทั้งในเรื่องมาตรฐานและเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ที่ยังต้องอาศัยเวลาในการความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องในการพัฒนา ต้นทุนการก่อสร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ ที่ยังสูงเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องชาร์จไฟฟ้า

โดยราคาค่าก่อสร้างสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่อยู่ที่ 3 ล้านหยวน หรือประมาณ 4.5 แสนเหรียญดอลลาร์สหรัฐ การบริหารจัดการแบตเตอรี่คงคลัง (Inventory) ตามสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และการบริหารจัดการการขนส่งแบตเตอรี่ รวมถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และการชาร์จไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในแง่ความเร็วในการชาร์จและระยะทางที่สามารถวิ่งได้ การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทย

จากที่เล่าให้ทุกท่านได้อ่านกัน จะเห็นว่าเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มีศักยภาพในการเร่งการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีโอกาสได้ใช้งานเทคโนโลยีนี้ แต่ภาครัฐยังเล็งเห็นว่าเทคโนโลยีนี้ยังเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพและน่าสนใจ

ดังนั้น จึงได้กำหนดมาตรการสนับสนุนให้เอกชนลงทุนสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในไทย โดย BOI ได้เปิดให้การส่งเสริมการลงทุนในกิจการสถานีบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Station) โดยให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นระยะเวลา 5 ปี ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ หากเทคโนโลยีการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่มีความก้าวหน้าไปอีกระดับตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคส่วนมากได้ และไทยสามารถดึงให้ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำที่ใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมาลงทุนตั้งฐานการผลิตในประเทศ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของไทยอย่างก้าวกระโดด จนทำให้ไทยสามารถเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลกได้ในที่สุด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน