posttoday

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่ยี่สิบหก): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น กรณี “อู นุ-เนวิน 2501”

18 เมษายน 2565

โดย...ไชยันต์ ไชยพร

************

การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการของ อู นุ หัวหน้าพรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” ของพม่าในวันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2501 ได้กลายเป็นเงื่อนไขให้ เนวิน เสนาธิการทหารบกขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ” (ซึ่งต่อไป จะเรียกกรณีนี้ว่า “อู นุ-เนวิน 2501”) เป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่กลายเป็นกรณีศึกษาสำหรับนักรัฐศาสตร์ นักวิชาการทางอาณาบริเวณศึกษา (Areas Studies) และนักประวัติศาสตร์การเมืองพม่า

นอกจากนี้ กรณี “อู นุ-เนวิน 2501” ยังมีความน่าสนใจต่อการศึกษาทางรัฐศาสตร์ในสาขาการเมืองเปรียบเทียบด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปรียบเทียบการเมืองในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีปัจจัยและภูมิหลังที่เหมือนกันอยู่มาก และการเปรียบเทียบการเมืองในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันจะให้ประโยชน์มากกว่าจะศึกษาเปรียบเทียบการเมืองในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับประเทศที่การเมืองพัฒนาตั้งมั่นแล้วในตะวันตก เพราะมีปัจจัยและภูมิหลังแตกต่างกันอย่างมาก

ที่เมื่อเปรียบเทียบแล้ว ก็ได้แต่ตั้งคำถามว่า ทำไมการเมืองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงไม่พัฒนาได้เหมือนประเทศตะวันตกเหล่านั้น แต่ถ้าเปรียบเทียบกับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน จะทำให้เราเข้าใจสภาพการเมืองของเราได้ดีกว่า และจะเป็นการเปรียบเทียบที่สมน้ำสมเนื้อ เราอาจจะเรียนรู้การแก้ไขปัญหาทางการเมืองจากประเทศเพื่อนบ้านได้ดีกว่าเรียนรู้จากประเทศตะวันตก หรือเราอาจจะพบว่าพัฒนาการทางการเมืองของเราอยู่ในระดับที่ดีหรือพอใช้ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าเทียบกับประเทศตะวันตก เราย่อมจะพบว่า การเมืองของเราไม่ดีอยู่ร่ำไป

กรณี “อู นุ-เนวิน 2501” มีความน่าสนใจที่จะเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ทางการเมืองของไทยอยู่ 2 เหตุการณ์ นั่นคือ

เหตุการณ์แรก การลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายควง อภัยวงศ์ ได้กลายเป็นเงื่อนไขให้จอมพล ป พิบูลสงครามขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี”

เหตุการณ์ที่สอง ข้อถกเถียงที่ว่า ตามรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีรักษาการสามารถลาออกจากตำแหน่งรักษาการได้หรือไม่ ข้อถกเถียงที่ว่านี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2549 ในกรณีของทักษิณ ชินวัตร ที่รักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และในปี พ.ศ. 2556 ในกรณีของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่รักษาการตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเช่นกัน

ก่อนอื่น จะขอกล่าวถึงนักวิชาการตะวันตกที่ให้ความสนใจศึกษาวิเคราะห์ กรณี “อู นุ-เนวิน 2501” โดยผู้เขียนจะคัดสรรข้อเขียนรายงานและบทวิเคราะห์ของนักวิชาการตะวันตกที่กล่าวถึง กรณี “อู นุ-เน วิน 2501” ซึ่งคัดมา 4 คน ได้แก่

หนึ่ง รายงานเรื่อง “ข้อตกลงต่อรองจากกองทัพในการเมืองพม่า: เป็นแบบแผนสำหรับเอเชียหรือไม่ ?” (Burma’s New Deal from the Army---Is It a Pattern for Asia ?) ของอัลเบิร์ต ราเวนโฮลท์ (Albert Ravenholt) ที่เขียนขึ้นในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 (9 เดือนหลังเหตุการณ์ “อู นุ-เน วิน 2501”)

สอง หนังสือ “The Man on Horseback: The Role of the Military in Politics” (บุรุษบนหลังม้า: 1บทบาทของทหารในการเมือง) ของแซมมวล ไฟน์เนอร์ (S.E. Finer) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2505 (ตีพิมพ์เผยแพร่ 3 ปีหลังเหตุการณ์ “อู นุ-เน วิน 2501” แต่ตัวต้นฉบับน่าจะต้องเขียนเสร็จก่อนปีพ.ศ. 2505)

สาม หนังสือ “Burma: Insurgency and the Politics of Ethnicity” (พม่า: การก่อความไม่สงบและการเมืองชาติพันธุ์) ของมาร์ติน สมิธ (Martin Smith) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2534

สี่ งานวิจัยเรื่อง “การศึกษาเชิงวิเคราะห์การรัฐประหารปี 1962 (พ.ศ. 2505) ของเนวินในพม่า” ของ โทรุ คาวาเบ้ โดยงานวิจัยนี้เป็นวิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (สหสาขาวิชา) จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2554

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่ยี่สิบหก): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น กรณี “อู นุ-เนวิน 2501”

                 อัลเบิร์ต ราเวนโฮลท์                      แซมมวล ไฟน์เนอร์                            มาร์ติน สมิธ

ก่อนจะนำแสนอความเห็นและการวิเคราะห์ต่อกรณี “อู นุ-เนวิน 2501) ของทั้งสี่ท่านข้างต้น ผู้เขียนขอแนะนำประวัติของแต่ละท่านเสียก่อน

อัลเบิร์ต ราเวนโฮลท์ ชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกไกลตั้งแต่เขาเป็นผู้สื่อข่าวในช่วงเริ่มสงครามโลกครั้งที่สอง เขารายงานข่าวจากจีน พม่า อินเดีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ.. 2489 ได้เป็นนักวิจัยของสถาบันเหตุการณ์โลกปัจจุบัน (the Institute of Current World Affairs) มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและศึกษาเหตุการณ์และประวัติศาสตร์ของเอเชียไกล (Far Eastern) อย่างลึกซึ้ง

ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 เขาเดินทางกลับไปจีนเพื่อสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงในสังคมจีนในช่วงเวลาที่พวกคอมมิวนิสต์มีความเข้มแข็งในการควบคุมพื้นที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ได้ และในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2492 ในฐานะหัวหน้าสำนักข่าว United Press ประจำจีน เขาได้มีโอกาสสัมภาษณ์ประธานเหมา เจ๋อตงเป็นการส่วนตัว สำหรับการรายงานเหตุการณ์ทางการเมืองในพม่า เขาได้บุกป่าฝ่าดงเข้าไปในพม่าเพื่อสังเกตการณ์ด้วยตัวของเขาเอง ราเวนโฮลท์เสียชีวิตในปี พ.ศ. 2553 ด้วยอายุ 90 ปี เขามีผลงานเป็นหนังสือและบทความเกี่ยวกับการเมืองในเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตีพิมพ์เป็นประจำในวารสาร Foreign Affairs

แซมมวล ไฟน์เนอร์ ชาวอังกฤษเชื้อสายยิว-โรมาเนีย ศาสตราจารย์สาขาวิชาการปกครอง มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ. 2536 ด้วยอายุ 77 ปี หนังสือ “บุรุษบนหลังม้า: 1บทบาทของทหารในการเมือง” ถือเป็นตำราระดับคลาสสิกสำหรับผู้สนใจศึกษาบทบาทของทหารในการเมือง โดยเฉพาะบรรดานักรัฐศาสตร์ไทยที่บุกเบิกการศึกษาทหารกับการเมืองไทยในช่วงทศวรรษ พ.ศ. 2520

มาร์ติน สมิธ นักวิเคราะห์อิสระ ทำวิจัยและรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์กลุ่มชาติพันธุ์ในพม่าให้สื่อต่างๆ ตลอดจนองค์กรวิชาการและองค์กรเอนจีโอ มาตั้งแต่ต้นทศวรรษ พ.ศ. 2523

โทรุ คาวาเบ้ เป็นผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุน (Yomiuri Shimbun) หนังสือพิมพ์รายวันที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น หลังจากที่เขาทำงานกับโยมิอุริชิมบุนได้สี่ปี เขาได้ถูกส่งมาประจำที่กรุงเทพฯเป็นเวลา 3 ปี เขาได้รายงานข่าวเหตุการณ์ภัยสึนามิในทางตอนใต้ของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2547 ให้กับโยมิอุริชิมบุนด้วย ขณะนี้ เขาอายุ 55 ปี (ไม่สามารถหารูปของเขาได้)

ในรายงาน ของอัลเบิร์ต ราเวนโฮลท์ (Albert Ravenholt) วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 กล่าวถึงสาเหตุการเกิดกรณี “อู นุ-เนวิน 2501” ว่า เริ่มต้นจากการแตกกันของคนในพรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” แม้ว่าพรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” จะชนะเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลมาตลอด

แต่ในที่สุดก็เกิดความขัดแย้งแตกแยกภายในพรรค และสาเหตุของความขัดแย้งภายในพรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” ในปี พ.ศ. 2501 ก็ดูจะไม่ต่างจากสาเหตุความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐของไทยเราในปัจจุบัน นั่นคือ การแก่งแย่งกันมีอิทธิพลภายในพรรค อิทธิพลที่ว่านี้คือ ระบบอุปถัมภ์ก็กก๊วนในพรรคกับการให้ตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ตำแหน่งรัฐมนตรีลงไป

อีกทั้งยังมีปัญหาระหว่างรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆโดยเฉพาะเรื่องงบประมาณที่บางกระทรวงได้มาก ขณะเดียวกัน สภาพของร่างกุ้ง เมืองหลวงพม่าขณะนั้น มีปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นมากมาย มีการฆาตกรรม การลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ทำให้ต้องมีการจับกุมตัวผู้คนเป็นจำนวนมาก และการกวาดจับกุมตัวดังกล่าวนี้ ทำให้กลุ่มการเมืองภายในพรรคที่คุมกระทรวงมหาดไทยอยู่ใช้เป็นข้ออ้างในการจับกุมตัวคนของฝ่ายตรงข้าม การก่อความวุ่นวายในร่างกุ้งส่งผลให้ผู้ลี้ภัยจำนวนราวสองแสนห้าหมื่นคนต้องหลบหนีเข้าไปอาศัยในอาคารสถานที่ต่างๆ กลุ่มคนที่ก่อความไม่สงบนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกแก๊งนักเลงอันธพาลที่เป็นหัวคะแนนให้นักการเมือง The AUFS Reports

45 ปี 6 ตุลาฯ (ตอนที่ยี่สิบหก): แนวโน้มการครองอำนาจยาวนานของผู้นำทางการเมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงระหว่างและหลังสงครามเย็น กรณี “อู นุ-เนวิน 2501”

                                                       รายงาน ของอัลเบิร์ต ราเวนโฮลท์

ถ้าไปเปรียบเทียบกับการเมืองอังกฤษ อเมริกา สวีเดน ฝรั่งเศสในปัจจุบัน คงไม่มี แต่ถ้าเปรียบเทียบกับการเมืองอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่สิบเก้า ยังพอเป็นไปได้ เพราะช่วงนั้น นักการเมืองอังกฤษมีลูกน้องเป็นนักเลงหัวไม้คอยข่มขู่และจับตาดูการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชนชนชั้นล่างให้ลงคะแนนภายใต้อิทธิพลของนักเลงหัวไม้เหล่านั้น ที่ว่าต้องจับตาดู ก็เพราะตอนนั้น การลงคะแนนเลือกตั้งยังไม่ลับ คนที่กาบัตรจะต้องชูให้คนเห็นว่า ตนกาเลือกผู้สมัครคนไหน และด้วยเหตุนี้ นักการเมืองน้ำดีของอังกฤษจึงแก้กฎหมายให้การลงคะแนนเป็นความลับหรือที่เรียกว่า Secret Ballot

ในสถานการณ์ความวุ่นวายในร่างกุ้ง ได้เกิดการปะทะกันระหว่างมวลชนสองฝ่าย (ม็อบชนม็อบ) ที่เป็นลูกน้องหัวคะแนนหรือผู้สนับสนุนของกลุ่มการเมืองที่เป็นคู่อริกันในพรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” และการปะทะกันได้ขยายตัวไปสู่พื้นที่ต่างๆในชนบทด้วย

ในที่สุด ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2501 อู นุได้ตัดสินใจยอมให้พรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” แตก และกล่าวประณามว่า ไอ้ที่เคยสัญญาว่าจะอยู่ร่วมกันเป็นพรรคไปตลอดนั้น บัดนี้ ความเป็นพรรคการเมืองของพรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” ไม่ได้ดูดีไปกว่า “ซากหมาเน่า” เสียเท่าไร

หลังจากที่ อู นุได้ร่าง “สูตรสำเร็จเจ็ดประการ” เพื่อให้การแตกตัวของพรรคดำเนินไปได้อย่างสันติ พรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” ได้แตกออกเป็นพรรคการเมืองใหม่สองพรรค โดยทั้งสองพรรคยังใช้ชื่อเดิม แต่เพิ่มอะไรเข้าไปนิดหน่อย

นั่นคือ พรรคสันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์บริสุทธิ์ (The Clean Anti-Fascist People's Freedom League) กับ พรรคสันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์มั่นคง (The Stable Anti-Fascist People's Freedom League)

และการที่สองพรรคใหม่ยังคงใช้ชื่อเดิมได้นั้น ก็น่าจะเป็นผลพวงจากหนึ่งในสูตรสำเร็จเจ็ดประการของอู นุ เพราะเชื่อว่า แต่ละก๊วนในพรรค “สันนิบาตเสรีชนต่อต้านฟาสซิสต์” คงต้องแย่งกันใช้ชื่อเดิมแน่จากที่กล่าวมา ถ้าเปรียบเทียบการเมืองพม่ากับการเมืองไทยแล้ว ดูๆจะไม่ห่างไกลกันเท่าไรนัก !

ตกลงแล้ว อู นุ อยู่พรรคไหนและอยู่กับใคร ? แล้ว เนวิน เข้ามาได้อย่างไร ?

โปรดติดตามรายงานสถานการณ์ทางการเมืองใน พ.ศ. 2501 ของอัลเบิร์ต ราเวนโฮลท์ในตอนต่อไป (แหล่งอ้างอิง: https://news.cahnrs.wsu.edu/article/donation-from-washington-wines-past-to-fund-future/ ;https://books.google.co.th/books?id=9TgBk_1diCwC&pg=PA27&lpg=PA27&dq=albert+Ravenholt+met+Mao&source=bl&ots=B5uMFiEdZB&sig=ACfU3U33IwH_EnwkmMrgsQmTSVUU7C-1qw&hl=en&sa=X&ved=2ahUKEwj4wsz-6ZP3AhUKwzgGHT1TCWYQ6AF6BAgTEAM#v=onepage&q=albert%20Ravenholt%20met%20Mao&f=false ; https://www.seattletimes.com/seattle-news/obituary-albert-ravenholt-90-foreign-correspondent/; https://www.polisci.washington.edu/severyns-ravenholt-endowment ; http://kachinceasefire.weebly.com/martin-smith.html ; The AUFS (American Universities Field Staff) Reports, Southeast Asia Series Volume VII (1959))

ข่าวล่าสุด

BDMS Wellness จับมือ Lancôme รุกตลาดความงามโลก 1.35 ล้านล้าน