
ความหวังที่จะเข้าไปเยือนประเทศเมียนมา
คอลัมน์ เปิดประตูค้าชายแดน
พอรัฐบาลเมียนมาประกาศให้สายการบินพาณิชย์เปิดเส้นทางการบิน และให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าไปเมียนมาได้ แต่อนุญาตให้เฉพาะทางอากาศเท่านั้น สนามบินที่จะรองรับก็มีเพียงที่สนามบินแมงกะลาดอง กรุงย่างกุ้งแห่งเดียวเท่านั้น
ก็มีเสียงสอบถามผมเข้ามาเยอะมากว่า เมื่อไหร่ผมจะเข้าไปกรุงย่างกุ้ง อยากจะขอติดตามผมเข้าไปดูตลาดด้วย ต้องตอบว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ไวรัสCOVID-19 ยังคงไม่น่าไว้วางใจนัก
ผมจึงขอเลื่อนออกไปก่อนสักเดือนหนึ่ง เพื่อดูสถานการณ์ก่อน หากไม่มีอะไรผิดพลาด ผมคงจะเดินทางเข้าไปในวันที่ 15 พฤษภาคมนี้ครับ
ในวันอังคารที่ 12 ที่ผ่านมา ผมได้ไปอัดรายการที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมกับอาจารย์ปิติ ศรีแสงนาม ได้มีโอกาสคุยนอกรอบกับท่านอาจารย์ เลยชวนท่านไปเที่ยวด้วยกัน ปรากฎว่าท่านสนใจจะไปด้วย จึงคิดว่าเราจะไปกันโดยกลุ่มเล็กๆ เพื่อจะได้ไปเดินเซอร์เวย์ตลาดกันอีกครั้ง
หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปนานมากแล้ว ครั้งนี้จะไปดูว่ามีอะไรที่น่าสนใจ แล้วจะกลับมาเล่าให้เพื่อนๆฟังกันนะครับ ผมคิดว่าน่าจะมีข้อมูลใหม่ๆนำมาถ่ายทอดให้ได้รับทราบกันอีกเยอะครับ เพราะห่างเหินมานานกว่าสองปีแล้ว อีกทั้งจะได้ไปนอนที่บ้านผมที่กรุงย่างกุ้ง ไม่ได้ไปนอนมานานมาก ห้องหับยังดีอยู่หรือเปล่าก็ไม่ทราบครับ
ตลาดเมียนมาน่าจะยังมีมนต์ขลังสำหรับคนไทย ที่ต้องการจะเสาะหาโอกาสทางการค้าใหม่ๆอีกเยอะนะครับ เพราะที่นั่นแม้จะมีปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจที่ถูกกระหน่ำหนักมาก
ผมก็ยังเชื่อลึกๆว่า ยังมีโอกาสอยู่อีกเยอะ ที่ไหนมีวิกฤติที่นั่นย่อมมีโอกาสครับ ตัวผมเองในช่วงปี 1990 หลังการจับกุมกักบริเวณท่านดอร์ อ่อง ซาน ซูจี ครั้งแรกไม่นาน
ในยุคนั้นก็ถือได้ว่าเป็นยุคของความมืดมนมากที่สุด ตัวผมเองมีเงินทุนอยู่ไม่มาก โอกาสที่จะมีการลืมตาอ้าปากได้ในประเทศไทยก็ยากมาก ผมจึงตัดสินใจเข้าไปประเทศแถบอินโดจีนทั้ง 4 ประเทศ เพื่อแสวงหาโอกาสในทางทำการค้า
ซึ่งในยุคนั้นไม่ค่อยมีคนกล้าเข้าไป จึงเป็นสถานที่ที่ผมได้แจ้งเกิดได้ แม้จะไม่ถึงกับร่ำรวยมาก แต่ก็พออยู่พอกินละครับ
ในขณะที่ปัจจุบันนี้ ประเทศในแถบบ้านเราทั้งหมด ประเทศเมียนมาได้ถูกผลกระทบสองเด้ง ทั้งโรคร้าย COVID-19 และการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้เศรษฐกิจทั้งประเทศเมียนมา หรือสามารถกล่าวได้ว่าทั้งโลกล้วนโดนกระทบหมด แต่ประเทศเมียนมาอาจจะรุนแรงกว่าที่อื่น เหมือนกับการย้อนยุคกลับไปสู่ปี 1988 อีกครั้ง
แต่หากเรามีความกล้าและสามารถที่จะเข้าไปแสวงหาโอกาสใหม่ของชีวิตอีกครั้ง ผมก็เชื่อว่าที่นี่จะเป็นโอกาสของผู้กล้าครับ
เบื้องหน้าเราวันนี้ ประเทศเมียนมาได้ประกาศที่จะให้มีการเปิดประเทศ ด้วยการให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศได้ใหม่อีกครั้งในวันที่ 17 เมษายนนี้ นั่นน่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้แก่คนที่อยู่เก่าๆ และไม่ได้กลับเข้าไปในเมียนมาได้มาสองปีกว่าแล้ว ดีอกดีใจกันได้
คำถามที่หลั่งไหลเข้ามาถามผมมาว่า โอกาสนี้เหมาะสมที่จะเข้าไปท่องเที่ยวหรือเข้าไปทำการค้าหรือยัง? คำตอบ คือ ถ้าท่านมีธุรกิจในนั้น (หมายรวมถึงตัวผมด้วย) คงจะไม่ลังเลที่จะเดินทางเข้าไปครับ
เพราะเราเองก็ห่วงใยขุมทรัพย์ที่เราสร้างไว้ในนั้น จึงควรจะเดินทางเข้าไปดูได้แล้ว อย่าปล่อยให้เป็นกองทรายริมชายหาดไปเสียละครับ สิ่งต่างๆที่เราลงทุนลงแรงไปเยอะมาก ก็ควรจะต้องเข้าไปสะสางได้แล้วครับ
ในส่วนของผู้ประกอบการรายใหม่ๆ ที่กำลังตัดสินใจว่าจะเข้าไปเสาะแสวงหาโอกาสในประเทศเมียนมาละ สมควรที่จะเข้าไปได้หรือยัง?
คำถามนี้ก็ตอบยากครับ เพราะถ้าตอบว่า ไม่ควรเข้า ก็จะกลายเป็นว่าไปปิดกั้นโอกาสของคนที่ไฟกำลังร้อน หรือคนที่ไม่สามารถดำรงค์อยู่ได้ในประเทศ ที่อยากจะหาช่องทางใหม่ๆดูบ้าง หรือ ถ้าตอบว่า น่าจะเข้าไปเลยครับ ก็ตอบไม่ได้เต็มปากเต็มคำเช่นกัน
เพราะถ้าเข้าไปแล้ว เกิดไปมีปัญหาในภายหน้า ก็จะกลายเป็นว่าผมยุยงส่งเสริมไปในทางที่ไม่ถูกต้องก็ได้ เอาเป็นว่าให้ท่านใช้วิจารณญาณของท่านเองเลยครับ การลงทุนมีคววามเสี่ยง โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนครับ
ในส่วนของคนที่อยากจะเข้าไปท่องเที่ยวละ ควรจะเข้าไปได้หรือยัง? คำถามนี้ ผมก็ต้องตอบว่า น่าจะรอดูสถานการณ์ต่อไปอีกสักนิด น่าจะดีกว่านะครับ เพราะเหตุผลสองประการคือ
เรื่องของ COVID-19 ในช่วงนี้ประเทศเมียนมายังเป็นที่ๆมีความรุนแรงมากพอสมควรในสายตาผม แม้ทางการจะประกาศตัวเลขสถิติต่างๆออกมาทุกวัน ว่าไม่รุนแรง ผมก็ต้องบอกว่าให้ฟังหูไว้หูนะครับ อย่าเพิ่งปักใจเชื่อไปทั้งหมด
อีกประการหนึ่งที่พึงระวัง คืออย่าเดินนอกเส้นทางที่กำหนดโดยเด็ดขาด เพราะภายในประเทศเมียนมา มีเสียงเล่าเสียงลือที่ไม่ค่อยจะเป็นมงคล ในด้านความปลอดภัยให้ได้ยินตลอด
ดังนั้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง ช่วงนี้น่าจะต้องระมัดระวังไว้หน่อยก็ดีนะครับ แหล่งท่องเที่ยวไม่ได้ย้ายไปไหน วันนี้ไม่ได้เข้าไปเที่ยวไปไหว้พระ วันหน้าเข้าไปก็ไม่สายครับ
ส่วนคนที่จะเข้าไปดูสถานการณ์ หรือเข้าไปสำรวจตลาด ผมว่าก็มีข้อมูลอะไรดีๆให้ดูให้สำรวจได้เยอะ ท่านก็เข้าไปเถอะครับ น่าจะเป็นประโยชน์กับผลงานวิจัยของท่านนะครับ
ผมเองมีก็สองสถานะ เป็นทั้งพ่อค้าวานิชย์และนักวิชาการสมัครเล่น ก็จะใช้โอกาสนี้ เขียนหนังสือหรือทำสำรวจต่อไปละครับ ท่านใดที่อยากรู้หรืออยากให้สำรวจเรื่องอะไร ก็เขียนส่งข้อความมาให้ได้นะครับ
ผมจะได้ทำการสำรวจมาให้ท่านได้อ่านกันครับ







