
ตำนานสุนทราภรณ์ (13)
น.พ.วิชัย โชควิวัฒน
************
นักแต่งคำร้องเพลง (Lyricist) ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ที่โดดเด่นที่สุดคือ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ซึ่งมีผลงานที่มากทั้งปริมาณและสูงด้วยคุณค่า แต่ครูแก้วอยู่กับวงสุนทราภรณ์ได้ราว 20 ปี ก็เกิด “ผิดใจ” กัน และจากไป หลังจากนั้นมีครูเพลงนักแต่งเนื้อร้องหลายท่าน นอกจากครูสุรัฐ พุกกะเวสแล้ว ที่โดดเด่นที่สุดท่านหนึ่ง คือ ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ซึ่ง “คีตา พญาไท” นำผลงานและเรื่องราวมาเขียนไว้เป็นหนังสือเล่มที่ 7 ในชุด “82 ปี สุนทราภรณ์ อนุสรณ์ฝากไว้” โดยการพิมพ์เผยแพร่ครั้งนี้เป็นการพิมพ์รวมเล่มครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2564 หนังสือเล่มนี้มีเรื่องราวมากมายตามผลงานจำนวนมากของศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ จึงหนารวมถึง 872 หน้า
คีตา พญาไท ตั้งฉายาศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ เป็นชื่อรองของหนังสือเล่มนี้ว่า “คีตศิลปิน ครูเพลง นักเลง กวี”
ฉายา “นักเลง” น่าจะมาจาก “สมัยเรียนหนังสืออยู่นั้น ครูศรีสวัสดิ์ ชอบกีฬาฟุตบอลมาก และเคยขึ้นชกมวยอาชีพที่สนามมวยราชดำเนินหลายครั้ง (เล่ม 7 น.9) นอกจากนั้นยังมีบุคลิกเป็นคน “ดุ” ดังรวงทอง ทองลั่นธม เล่าถึงครูศรีสวัสดิ์ในหนังสือ “อนุทินชีวิต และเพลงของข้าพเจ้า” ว่า “... เขาเป็นนักแต่งเพลงที่มีอารมณ์รุนแรง สมกับเป็นกวีจริงๆ เขาเคยโกรธดิฉันที่ร้องเพลงไม่ถูกใจเขา และเคยดุเสียด้วย แต่ดิฉันมีความนิยมในผลงานของเขามากกว่าจะตอบสนองด้วยอารมณ์ใดๆ เพราะเพลงของเขามีความหวานซึ้ง ... เศร้า ... ละเอียดอ่อน ... และมีโป๊บ้างอย่างผู้ดี เขาเขียนเพลงด้วยเขามีใจรักโดยแท้ ดูๆ เขาช่างแปลกเหลือเกิน ... เพราะ ... เขาไม่เหมือนใครในด้านอารมณ์ ...” (เล่ม 7 น. 564)
ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ เกิดเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2464 จึงอายุน้อยกว่าครูเอื้อราว 11 ปี เรียนจบมัธยม 6 ที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม และจบมัธยม 8 ที่โรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ เข้าเรียนต่อที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียนได้ 2 ปี ก็ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารอยู่หน่วยปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานประจำกองร้อยที่สามแยกไฟฉาย จากนั้นก็ออกไปทำงานหลายแห่ง
งานที่เกี่ยวข้องกับการประพันธ์คือ ได้ไปทำหนังสือประชาสัมพันธ์ให้กับองค์การสวนสัตว์ เขาดินวนา แล้วลาออกไปเป็นนักเขียนที่หนังสือพิมบางกอกโพสต์และใช้นามปากกาว่า ‘ศรีเสาวลักษณ์’ ในการเขียนกาพย์ บทกลอน กวีนิพนธ์ต่างๆ ส่งตามหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ เพราะเป็นงานที่ชอบและถนัดมาก (เล่ม 7 น.10)
ครูศรีสวัสดิ์ สร้างผลงานเพลงไว้มากมาย หลายเพลงกลายเป็นเพลงที่ประทับใจแฟนเพลงอย่างลึกซึ้ง เช่น เพลงฟ้าแดง ที่ขึ้นต้นว่า “สนธยา ฟ้าแดง สุรีย์ร้อนแรงโรยอ่อนรอนแสงหม่นมัว สกุณาเรียกหารังตัว ชะนีเรียกผัว รัวเร้าร่ำกำสรวล ...” เพลงดึกคืนนี้ขึ้นต้นว่า “โอ้ดึกดื่นคืนนี้ คนดีของพี่คงฝัน โอ้ เจ้าใจจอมขวัญ เธอฝันกระสันถึงใคร ...” เพลงพรจุมพิต ที่ขึ้นต้นว่า “อยากมีชีวิตเหมือนถูกจุมพิต ดื่มด่ำซ้ำซ้อน เคล้าคลอนจนอ่อนใจฝัน ...”
ครูศรีสวัสดิ์ แต่งเพลงเกี่ยวกับสถานที่ไว้เป็นจำนวนมาก หลายเพลงกลายเป็นเพลงที่คนที่นั่นรับไว้เป็นของตนมายาวนาน เช่น เพลงพัทยาลาก่อน ที่ขึ้นต้นว่า “ลมทะเล พัดมา หาดพัทยา ครวญคลั่ง ฟังเหมือนมนต์ ภวังค์ วอนหวีดหวัง ครางว่า ...” และจบลงว่า “ลาแล้วลา ขอลา โอ้พัทยา ลาก่อน ชีวิตคือ ละคร ฉันมันอ่อน โลกเอย” เพลงนี้สั้นๆ แต่ประทับใจคนพัทยาและคนไทยทั่วประเทศ นอกเหนือจากทำให้ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส “นักร้องดาวรุ่ง” ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ แจ้งเกิดทันที
แน่นอนว่า ทุกเพลงที่ประทับใจคนฟัง นอกจากเนื้อร้องที่ยอดเยี่ยม ลงตัวแล้ว ครูเอื้อมีบทบาทที่สำคัญในฐานะผู้แต่งทำนอง (Composer) นอกจากนั้นยังเป็นผู้เลือกนักร้อง และฝึกร้องจน “ถึงขีด” ดังเพลงพัทยาลาก่อน หนังสือ “ร้องรำทำครัว รุ่งฤดี แพงผ่องใส” บันทึกไว้ว่า
“ครูเอื้อท่านจะเป็นผู้เลือกเพลงให้ร้อง ท่านจะมีหูพิเศษในเรื่องนี้ นักร้องแต่ละคนร้องคีย์ไหนถึงจะเพราะ แล้วลักษณะเนื้อเสียงอย่างนี้ ต้องร้องแนวนี้ ท่านเป็นคนมีพรสวรรค์ยอดเยี่ยมมากๆ ...”
ตอนที่อัดแผ่นเสียงเพลงนี้ รุ่งฤดี ไปถึงห้องบันทึกเสียงกมล สุโกศล แต่เช้าตรู่ ครูเอื้อและนักดนตรีกว่า 10 ชีวิต มาถึงกันพร้อมหน้า “เธอออกอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด”
รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส เล่าว่า “... ยังจำได้เลยว่า ที่อัดเพลงพัทยาลาก่อนตอนนั้น ดิฉันยังใหม่กับวงการนี้มาก เคยร้องก็แต่ร้องให้เพื่อนฟังหรือร้องในโรงเรียน พอรู้ว่าจะต้องอัดเสียงให้คนทั่วไปฟัง รู้สึกตื่นเต้น สั่นไปหมด กว่าจะร้องอัดเสียงออกมาสำเร็จได้ เล่นเอาคนที่ช่วยเหลือหลายคนปวดหัวไปตามๆ กันทีเดียวแหละ นึกแล้วอดขำไม่ได้ ทำไมตอนนั้นพี่สั่นจนร้องไม่ได้ยังงั้น ...” (เล่ม 7 น. 611)
ในหนังสือ “นิตยสารราชาเสียงทอง” รุ่งฤดี เล่าไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ว่า “เพลงพัทยาลาก่อน สไตล์การร้องครูเอื้อไม่บังคับ ปล่อยเราให้เป็นตัวเรา เพราะท่านอุตส่าห์ให้คนแต่งดูเนื้อ ลีลา แล้วว่า เพลงนี้ต้องรุ่งฤดีร้อง เพราะฉะนั้น ท่านก็ปล่อยให้เป็นลีลาของเรา ... เราร้องที่ท่อน ‘ลาแล้วลาขอลา โอ้พัทยา ลาก่อน’ เหมือนเราลาจริงๆ ‘ชีวิตคือละคร ฉันมันอ่อนโลกเอย’” (เล่ม 7 น. 612)
เกี่ยวกับเนื้อร้อง รุ่งฤดีกล่าวถึงสั้นๆ แต่ชัดเจนมากกว่า “ครูศรีสวัสดิ์ จะแต่งเพลงลักษณะเหมือนกวี เล่นคำเยอะ เล่นอักษร ‘กรีดและคว้านอารมณ์’ ไม่มีใครแต่งได้อย่างครูศรีสวัสดิ์” (เล่ม 7 น. 611)
****************







