posttoday
ไทยอยู่หว่างเขาควาย

ไทยอยู่หว่างเขาควาย

29 ตุลาคม 2563

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

**********************

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีม็อบที่เดินไปยังสถานทูตต่างชาติใน กทม. ม็อบหนึ่งไปที่สถานทูตเยอรมนี ที่ถนนสาธร อีกม็อบหนึ่งไปที่สถานทูตอเมริกันที่ถนนวิทยุ ด้วยเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน

ม็อบแรกซึ่งไปที่สถานทูตเยอรมนีซึงจะเรียกว่าม็อบต้านเจ้าก็ได้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในประเทศ กดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง แต่ม็อบที่สองนั้น เป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติในการเมืองระหว่างประเทศ

เป็นที่น่าสังเกตว่า ม็อบแรกนั้นได้ถือธงขนาดใหญ่เดินเรียงแถวกัน เป็นธงใต้หวัน ฮ่องกง ซินเจียง และธิเบต ซึ่งเป็นธงของกลุ่มคนที่ต่อต้านการปกครองของปักกิ่ง พูดกันง่าย ๆ ว่า ม็อบนี้หนุนกลุ่มชนในจีนที่ต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งนั่นเอง ซึ่งไปไกลเกินกว่าความต้องการให้นายกรัฐมนตรี ลาออก แก้รัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบัน

บางคนที่ไปร่วมกับม็อบคณะราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่า เอาธงดังกล่าวมาจากไหน เอามาเพื่ออะไร ต้องการสื่ออะไร การชุมนุมก่อนหน้านั้นทำไมไม่มี และจะมีต่อไปหรือไม่อย่างไร ธงไทยก็มีกลับไม่ใช้ ที่ผ่านมา ไม่ว่าม็อบหนุนหรือม็อบต่อต้านรัฐบาลก็ใช้ธงไทยด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าไม่ใช้ธงไทยก็ไม่มีใครว่า แต่เอาธงอื่นมาใช้ทำให้ภาพม็อบออกมาเป็นม็อบเลือกข้างความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจไปแล้ว

เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ “ละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง” ของรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งถือ ว่าเป็นกิจการภายในและไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง หลายคนสงสัยว่า จากม็อบที่ชังเจ้า- ชังบิ๊กตู่ กลายเป็นม็อบต่อต้านรัฐบาลจีนได้อย่างไร และช่างบังเอิญที่ไปสอดคล้องกับนโยบายของสหรัฐ

นอกจากพยายวามกดดันรัฐบาลเยอรมนีให้กระทำต่อพระมหากษัตริย์ไทยซึ่งประทับอยู่ในเยอรมนีเพื่อดูแลพระองค์ทีปังกรซึ่งศึกษาอยู่ในประเทศนั้นแล้ว กำลังจะกลายมาเป็นม็อบกดดันรัฐบาลไทยให้ต่อต้านรัฐบาลจีนด้วย

จะอ้างความเห็นใจเพราะเป็น “ม็อบชานม” ด้วยกัน ก็อ้างไม่ขึ้น เพราะม็อบชานมหมายถึงไต้หวัน ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ เป็นสำคัญ ส่วน มุสลิมอุยกูร์ในซินเจียงและคนธิเบต คงไม่กินชานม

ม็อบซึ่งเรียกตนเองว่าคณะราษฎร ชุมนุมหลายครั้งก็ไม่เคยเห็นถือธงไต้หวัน ฮ่องกง ซินเจียง ธิเบต มาก่อน แสดงว่า ม็อบคณะราษฎรกำลังขยายวัตถุประสงค์ของตนไปมากกว่าข้อเรียกร้องเดิมใช่หรือไม่ และบังเอิญช่างสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐอย่างปฏิเสธไม่ได้

ดังนั้น ม็อบที่ไปสถานทูตอเมริกัน เพื่อเรียกร้องไม่ให้อเมริกันแทรกแซงกิจการภายในของไทย จึงตรงประเด็น เพราะสหรัฐเปิดตัวมากขึ้นในการหนุนม็อบคณะราษฎร แม้ว่าปากจะตะโกนปาว ๆ ว่า ไม่หนุนๆ

ทั้งคนไทยและคนต่างชาติเดาไม่ผิดว่า หลังจากเกิดม็อบในฮ่องกงซึ่งปัจจุบันถูกทางการจีนควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ม็อบต่อไปจะเกิดในไทย และก็เกิดขึ้นจริง ๆ ใช้รูปแบบของม็อบฮ่องกงคือ แฟลชม็อบ เพื่อต่อต้านรัฐบาลประยุทธ์ แก้รัฐธรรมนูญ ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ตามที่ประกาศ แต่เวลานี้มีเหตุผลเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการดึงไทยเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจการระหว่างประเทศ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะความขัดแย้งผลประโยชน์ระหว่างมหาอำนาจเช่น สหรํฐกับจีน ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งหลักของโลกในขณะนี้ ในขณะที่ไทยอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ซึ่งถูกโยงไปเกี่ยวข้องผลประโยชน์สำคัญยิ่งของทั้งสองฝ่ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไทยมีที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่อยูในพื้นที่ขัดแย้งผลประโยชน์ของสหรัฐกับจีน ทั้งสองฝ่ายต่างก็พยายามดึงไทยเข้าเป็นพวกเพื่อสนองตอบผลประโยชน์ของตนเอง

เวลานี้ ความขัดแย้งระหว่างสหรํฐกับจีนเคลื่อนย้ายมาอยู่ที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นผลประโยชน์สำคัญยิ่งที่สองฝ่ายยอมกันไม่ได้ สหรัฐถือต้องควบคุมไว้ให้ได้ รวมทั้งช่องแคบมะละกา ที่จะออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ตะวันออกกลาง ยุโรป ในขณะที่จีนมองว่า ทะเลจีนใต้เป็นผลประโยชน์สำคัญยิ่งของจีนในการติดต่อทางทะเลระหว่างตะวันออกกับตะวันตก

จีนได้อ้างอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้ และพัฒนาหมู่เกาะสแปรตลี เป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ของจีนในการควบคุมเส้นทางเดินเรือในทะเลจีนใต้ ซึงเป็นเส้นทางลัดไปยังช่องแคบมะละกา สู่มหาสมุทรอินเดีย กัมพูชาเป็นประเทศชายฝั่งที่มีความใกล้ชิดกับจีนมาก “คลองไทย” มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทั้งยามสันติและยามสงครามซึ่งเป็นทางลัดไปสู่มหาสมุทรอินเดีย และเป็นเส้นทางสำรองหากสหรัฐปิดช่องแคบมะละกา แม้จะย่นเวลาได้น้อยวันเมื่อเทียบกับสมัยก่อน แต่เป็นทางออกที่จีนให้ความสำคัญ

ในขณะที่สหรัฐพยายามเข้าหาเวียตนามเพื่อนำมาเป็นพันธมิตรต่อต้านจีน และหวังการจุดเจาะน้ำมันชายฝั่งของเวียตนาม แต่เวียตนามก็ยังจำฝังใจ ลืมไม่ลงกับสงครามเวียตนามที่อเมริกันทิ้งระเบิดจนทำให้คนเวียตนามหลายแสนคนเสียชีวิต ขณะที่เวียดนามเพียงต้องการการลงทุนจากอเมริกันเป็นสำคัญ

วอชิงตันหวังจะกลับมาใช้ไทยซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ เป็นฐานต่อต้านการขยายอิทธิพลของจีนอีก แต่คนไทย (รุ่นอายุ 55 ปีขึ้นไป )ยังจำภาพที่อเมริกันทิ้งไทยไปอย่างไม่ใยดีปล่อยให้ไทยต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวทั้งที่ไทยยอมให้สหรัฐใช้ไทยเป็นฐานทัพโจมตีเวียตนาม ดังนั้น สถานทูตจึงสนใจคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันในสมัยสงครามเวียตนาม เพื่อรวมพลังคนรุ่นหน่มสาวเหล่านี้ต่อต้านรัฐบาลไทยที่ใกล้ชิดจีน อันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์รวมกลุ่มคนหนุ่มสาวในภูมิภาค เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน ไทย สิงคโปร์ ( และคนธิเบตกับคนซินเจียง ) ให้ต่อต้านจีน

หากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ หรือรัฐบาลที่อยุ่ภายใต้อิทธิพลของทักษิณยังอยู่ สหรัฐคงมีโอกาสมากขึ้นในการกลับเข้ามามีอิทธิพลในไทยอีกครั้ง เช่น เคยขอใช้ไทยเป็นฐาน “ช่วยเหลือประเทศในภูมิภาคที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ “ ต่อรัฐบาลรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ก็ถูกคนไทยคัดค้าน จึงไม่ง่ายนักที่สหรัฐจะกลับมาใช้ไทยเป็นฐานในการต่อต้านอิทธิพลของจีน

หากรัฐบาลไทยปัจจุบันไม่ตอบสนองผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐ เป็นไปได้ว่า สหรัฐจะหาทางล้มรัฐบาลดังกล่าว ถ้าใช้เสียงข้างมากในสภาไม่ได้ ก็ใช้มวลชนกดดันรัฐบาล

ดังนั้น การสร้าง “กลุ่มอิทธิพล” ทางความคิดที่จะกดดันรัฐบาลไทยให้ตัดสินใจหรือกำหนดนโยบาย ท่าที ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐจึงเป็นเรื่องสำคัญ เหมือนกับที่ทำในประเทศอื่นเช่นในตะวันออกกลาง หากรัฐบาลนั้นไม่กระทำการอันสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ สหรัฐก็กระตุ้นให้เกิดการลุกฮือขึ้นเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่ขัดขวางผลประโยชน์ของตน ดังปรากฏการลุกฮือของประชาชนในอียิปต์ ที่เรียกว่า “อาหรับ สปริง” หรือการ “ปฏิวัติสี” ในประเทศอดีตสหภาพโซเวียตในยุโรปตะวันออก หรือการลุกฮือของประชาชนในบางประเทศละตินอเมริกา

ท่านทูตอเมริกันคนปัจจุบันย้ายมาจากฮ่องกง ซึ่งเขามีประสบการณ์ในเรื่อง “ม็อบร่ม” ในฮ่องกงอย่างดี แต่เจอกับการ “จัดหนัก” ของรัฐบาลปักกิ่งจน “ม็อบหงอย” ไปตาม ๆ กัน แต่แกนนำม็อบได้รับการอุ้มชูอย่างดีโดยได้ทุนไปเรียนต่อในสหรัฐ เป็นไปได้ไหมว่า ท่านทูตคนนี้ได้รับโอกาสให้แก้มือในไทย เพราะมีประสบการณ์เรื่องม็อบในฮ่องกงมาแล้ว การที่วอชิงตันย้ายเขา

แต่ก็ต้องดูอีกครั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐ หากพรรคดีโมแครตเป็นรัฐบาล จะมีการเปลี่ยนทูตในไทยหรือไม่อย่างไร หากนโยบายรัฐบาลชุดใหม่ต่อจีนไม่เปลี่ยนแปลง ไทยก็คงถูกใช้เป็น “พื้นที่ช่วงชิง” ให้มาอยู่กับอเมริกันเพื่อต่อต้านจีน

แม้แต่เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนตัวทูต แต่ผลประโยชน์ของสหรัฐไม่เปลี่ยน

สถานทูตสหรัฐในเมืองไทยมีจำนวนคนหากไม่มากที่สุดในโลก ก็น่าจะมากในลำดับต้น ๆ หรือมากที่สุดในเอเชีย หมายถึงว่า วอชิงตันให้ความสำคัญ่ต่อประเทศไทย เพราะเป็นพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ในการสะกัดอิทธิพลของจีน นอกจากนั้น สถานกงสุลที่เชียงใหม่กำลังขยายใหญ่โต แสดงถึงภารกิจที่เพิ่มขึ้น ส่วนจะเป็นภารกิจอะไรนั้นเราไม่ทราบ แต่อย่างน้อยก็คงเกี่ยวข้องกับจีนบ้างไม่มากก็น้อย เดากันว่า คงใช้สำหรับภารกิจลับเฉพาะในการรวบรวมข่าวกรองทางอีเล็คโทรนิกเกี่ยวกับจีน

สหรัฐได้จัดตั้งเครือข่าย “สายลับอิทธิพล” อยู่ทั่วไปที่จะใช้อิทธิพลทางการเมืองกดดันรัฐบาลให้มีนโยบายสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐ สายลับอิทธิพลเหล่านี้ไม่ใช่คงลึกลับ ปกปิดตัว แต่เป็นคนที่มีอิทธิพลทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ สังคม หรือสื่อมวลชน ที่รู้จักกันดีในสังคม หรือกลุ่มสิทธิมนุษยชน คนเหล่านี้จะใช้อิทธิพลกดดันรัฐบาลในนโยบายบางเรื่องให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของวอชิงตัน บางคนอาจถูกรีครุทตั้งแต่หลังป่าแตก และสหรัฐส่งไปเรียนต่อที่อเมริกา กลับมาก็มาทำงานการเมืองในไทย

คนเหล่านี้ไม่ได้รู้สึกว่าเขาทำความเสียหายอย่างใดให้กับประเทศ โดยมองว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นกันตามปกติ หากจะมีการตอบแทนให้บ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา หรือจ่ายสนับสนุนการศึกษา ค่าใข้จ่ายแก่ลูกหลานโดยตรงที่กำลังเรียนอยู่ในต่างประเทศ หรือจ่ายลงบัญชีในต่างประเทศ

แหล่งเงินทุนที่จะจ่ายให้มีมากมาย เอ็น.อี.ดี.และกองทุนจอร์จ โซรอส เป็นกองทุนเปิดที่รู้กันทั่วไป และผู้รับเงินปฏิเสธไม่ได้ เพราะ เอ็น.อี.ดี. มีรายงานค่าใช้จ่ายประจำปีที่เปิดเผยทั่วโลก ดังนั้น องค์กรใดบ้างในไทยได้รับเงินจาก เอ็น.อี.ดี. เป็นที่รู้กันในวงสังคม แต่ยังไม่รู้ว่ามีใครบ้างกองทุนจอร์จ โซรอส และกองทุนอื่น

ม็อบที่เดินไปสถานทูตอเมริกัน ถือว่าไปถูกที่ และถูกเวลา

ข่าวล่าสุด

ฝ่ายค้านจัดเวที ‘เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2’ จี้ส่งคดีถึงศาล

ฝ่ายค้านจัดเวที ‘เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2’ จี้ส่งคดีถึงศาล