posttoday

อินเดียวันนี้ (20)

04 กุมภาพันธ์ 2563

โดย...น.พ.วิชัย  โชควิวัฒน

**********************

ระบบการศึกษาของอินเดียในปัจจุบัน เป็นมรดกจากระบอบอาณานิคมของอังกฤษ มีสัมฤทธิ์ผลการศึกษาที่น่าสนใจอย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่ (1) ภาษาอังกฤษของบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยในอินเดียจะอยู่ในขั้น “ใช้การได้” ดีถึงดีมาก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับบัณฑิตที่จบจากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย (2) สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของอินเดียสามารถผลิตบัณฑิตทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่สามารถมีผลงานทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูงได้อย่างกรณีการสร้างยานจันทรา 1 และ 2  ที่เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลกแล้ว

ดร.เค. สิวัน ผู้อำนวยการองค์การวิจัยอวกาศอินเดียผู้รับผิดชอบโครงการยานจันทรา 2 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยในประเทศอินเดียทั้งระดับตรี โท และเอก ไม่ต้องไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของตะวันตกเลย เช่นเดียวกับ ดร.อับดุล กาลัม “บิดาแห่งเทคโนโลยีอวกาศของอินเดีย”

ดร.เค. สิวัน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งมัทราส สถาบันเดียวกันกับ    ดร.อับดุล กาลัม สถาบันแห่งนี้ชื่อย่อคือ เอ็มไอที (MIT) ตรงกับชื่อย่อของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology) ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของสหรัฐ ชื่อเต็มของเอ็มไอที. ของอินเดียแห่งนี้คือ Madras Institute of Technology

สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย (Indian Institute of Technology) มีหลายแห่ง สถาบันเทคโนโลยีแห่งนี้ติดอันดับอยู่ในกลุ่ม 601-800 ตามการจัดอันดับของเดอะไทม์ส ขณะที่เอมไอที ของสหรัฐติดอันดับ 5 ของโลก สถาบันเทคโนโลยีในอินเดียที่ติดอันดับดีที่สุด คือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย ณ เมืองโรปาร์ ซึ่งติดอันดับในกลุ่ม 301-350 สถาบันเทคโนโลยีอินดอร์ (Indore) ติดอันดับในกลุ่ม 351-400 ถัดไปอยู่ในกลุ่ม 401-500 ได้แก่สถาบันเทคโนโลยีที่ มุมไบ , เดลี, และ คารัคปุระ (Kharagpur) ซึ่งอยู่ในอันดับเรียงกันตามลำดั

มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มิใช่มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของอินเดีย ถือกำเนิดเมื่อ พ.ศ. 2492 หลังอินเดียได้รับเอกราชไม่นาน ผู้ให้กำเนิด คือ ชินนาสวามี ราชัม (Chinnaswami Rajam) ผู้เห็นความสำคัญของการมีสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ เดิมก่อตั้งเป็นสถาบันอิสระที่มุ่งให้เลี้ยงตัวเองได้ โดยมุ่งเน้นศาสตร์ด้านวิศวกรรมการบิน วิศวกรรมยานยนต์ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเครื่องจักรกล (Instrumentation technology) เป็นสถาบันอิสระ 1 ใน 4 สถาบัน ซึ่งต่อมาได้ผนวกรวมกันเป็นมหาวิทยาลัยแอนนา (Anna University) ในปี พ.ศ. 2521 เริ่มสอนระดับปริญญาตรี หลักสูตร 3 ปี รับนักศึกษาที่จบชั้นมัธยมปลาย ตั้งแต่ พ.ศ. 2539 ได้ขยายหลักสูตรเป็น 4 ปี

สถาบันแห่งนี้มีศูนย์วิจัยทางด้านอวกาศ (Centre for Aerospace Research) ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2543 ศูนย์วิจัยเคบีจันทราเสขาร์ (Anna University-KB Chandrasekhar Research Center) ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2542 และศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านยานยนต์ (Centre for Automotive Research and Training) ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2540

สถาบันแห่งนี้มีสมาคมศิษย์เก่าที่เข้มแข็ง ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2509 ต่อมามีสมาคมศิษย์เก่าก่อตั้งขึ้นอีกหลายแห่ง เช่น ที่เบงกาลูรู สิงคโปร์ และดูไบ

ดร.เค.สิวัน ผู้อำนวยการองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย ชื่อเต็มคือ ไคลาสวาดิวู (Kailasavadivoo) เกิดเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2500 ที่หมู่บ้านเมลา สรัคกัลวิไล ในอำเภอกันยากุมารี ในรัฐทมิฬนาฑู เริ่มการศึกษาโดยเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาลในอำเภอบ้านเกิด ซึ่งสอนโดยใช้ภาษาทมิฬ โดยเริ่มเรียนในโรงเรียนในหมู่บ้าน และไปเรียนต่อในอีกหมู่บ้านที่วัลลันกุมารันวิไล ในอำเภอเดียวกันจนจบชั้นมัธยม บิดาของเขาเป็นชาวนา ฐานะยากจน เขาต้องเดินเท้าเปล่า และนุ่งโธตีไปโรงเรียน เพราะถ้านุ่งกางเกงจะต้องเสียค่ากางเกงเพิ่มขึ้น

เมื่อกลับบ้านจะต้องไปช่วยพ่อแม่ทำนา เขามีโอกาสสวมรองเท้าแตะครั้งแรกเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งมัทราช เมื่อ พ.ศ. 2523 ในสาขาวิศวกรรมการบิน (Auronautical Engineering) โดยเป็นคนแรกของครอบครัวที่เรียนจบการศึกษาขั้นปริญญา จากนั้นไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งอินเดียที่เบงกาลูรู (Indian Institute of Science) ชื่อย่อคือ ไอไอเอสซี (IISc) สถาบันที่จัมเสตจี ทาทา ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยที่อินเดียยังไม่ได้เอกราช สถาบันแห่งนี้ติดอันดับดีที่สุดของอินเดียในกลุ่มอันดับ 301-350 โดยอยู่ในอันดับสูงกว่าสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย ที่โรปาร์ 1 อันดับ

หลังจบปริญญาโทในสาขาวิศวกรรมอวกาศ (Aerospace engineering) จาก ไอไอเอสซี เมื่อ พ.ศ. 2525 ดร.สิวัน เข้าทำงานในองค์การวิจัยอวกาศของอินเดีย และต่อมาอีกกว่า 20 ปี จึงเข้าศึกษาต่อจนได้ปริญญาเอกด้านวิศวกรรมอวกาศจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งมุมไบ เมื่อ พ.ศ. 2549 เขาเข้าเป็นสมาชิกสมาคมวิชาชีพ ได้แก่ สถาบันวิศวกรรมแห่งชาติอินเดีย (Indian National Academy of Engineering) สมาคมการบินแห่งอินเดีย (Aeronautical Society of India) และสมาคมระบบแห่งอินเดีย (Systems Society of India)

ดร.สิวัน เริ่มทำงานด้านการออกแบบและพัฒนายานส่ง (Launch Vehicle) และได้เข้าร่วมในโครงการยานส่งดาวเทียมโพลาร์ (Polar Satellite Launch Vehicle) : PSLV) ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ระบบขับเคลื่อนเชื้อเพลิงเหลว (Liquid Propulsion Systems Center) เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2557 ปีต่อมาเขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการศูนย์อวกาศวิกรมสราภัย (Vikram Sarabhai Space Center) เมื่อ 1 มิถุนายน 2557 ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย และเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2561 เขาเป็นผู้รับผิดชอบโครงการจันทรายาน 2 ซึ่งทยานสู่อวกาศ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2562

ดร.สิวัน ได้รับปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Science Honoris Causa) จากมหาวิทยาลัยสัธยาภมะ ในเมืองเชนไน (ชื่อปัจจุบันของมัทราส) เมื่อเดือนเมษายน 2557 เขาเขียนหนังสือชื่อ การออกแบบผสมผสานสำหรับระบบการขนส่งทางอวกาศ (Integrated Design for Space Transportation System)

โครงการยานจันทรา 2  ล้มเหลวในการส่งยานวิกรมและยานสำรวจปรัคยานลงจอดบนดวงจันทร์   แต่ส่วนที่สำเร็จคือสามารถส่งยานเข้าสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ได้โดยใช้เวลารวม 47 วัน จึงแม้คนอินเดียทั้งชาติจะหัวใจสลายที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จสูงสุด แต่เสียงจากคนแทบทั้งประเทศ คือ เข้าใจถึงความยากลำบาก และมีความหวังว่าสักวันหนึ่งอินเดียจะประสบความสำเร็จ

โดยนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นผลผลิต 100% จากระบบการศึกษาของอินเดียเอง

******************************

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เชลซี พบ อาร์เซน่อล คาราบาวคัพ วันนี้ 14 ม.ค.69