ตรวจก่อนบวช

  • วันที่ 07 มี.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

ตรวจก่อนบวช

เรื่อง สลาตัน

เหลือบไรสังคมเข้ามาอาศัยชายผ้าเหลืองห่มตัวหวังหนีการจับกุมที่ผ่านมาสังคมประจักษ์ชัดว่าในอดีตมีพระสงฆ์จำนวนไม่น้อยมีคดีอาญาติดตัว ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด อาชญากรรม เสพเมถุนเมาสุรา ฯลฯ คนเหล่านี้มักเลือกการบวชหลบหนีอาญาแผ่นดิน

ต่อไปดูเหมือนจะไม่ง่ายอีกแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเปิด “ยุทธการกวาดลานวัด” หวังขจัดพวกมารสังคมเข้ามาอาศัยผ้าเหลืองทำลายศาสนา มาตรการนี้จะดำเนินการขุดรากถอนโคนทำลายวงจรมารศาสนา ตัดโอกาสไม่ให้คนกลุ่มนี้เข้ามาสร้างรอยด่างทำลายพระพุทธศาสนา

หลายฝ่ายเห็นพ้องเรื่องนี้ไปในทิศทางเดียวกัน อย่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ถึงแนวทางการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท ที่ระบุว่า

ตามหนังสือแจ้งมติมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2562 เรื่อง แนวทางการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบประวัติบุคคล ให้ พศ. หรือ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ส่งข้อมูลทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) ให้กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตรง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยได้มีการแจ้งเจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดทราบและถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกันแล้ว จึงขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณามอบ พศจ. สนับสนุนการดำเนินงานของคณะสงฆ์

สาระสำคัญของมติ มส.ดังกล่าวมีมติเห็นชอบแนวทางการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท ดังนี้ 1.เจ้าอาวาสหรือพระอุปัชฌาย์ตรวจคุณสมบัติเบื้องต้น และรวบรวมเอกสารประจำตัวของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท และมีหนังสือถึง พศ. หรือ พศจ. เพื่อส่งข้อมูลให้กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ตรวจประวัติบุคคลจากเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก

2.พศ. หรือ พศจ. รับข้อมูล ผู้ขอบรรพชาอุปสมบทจากเจ้าอาวาสหรือพระอุปัชฌาย์ แล้วส่งข้อมูลให้กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ตรวจประวัติบุคคลจากเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก 3.กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด รับข้อมูลผู้ขอบรรพชาอุปสมบทจาก พศ. หรือ พศจ. แล้วตรวจประวัติบุคคลจากเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

4.กองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ตรวจประวัติบุคคลเสร็จเรียบร้อยแล้ว แจ้งให้ พศ.หรือ พศจ.ทราบภายใน 15 วัน และ 5.พศ. หรือ พศจ. รับข้อมูล ผู้ขอบรรพชาอุปสมบทจากกองทะเบียนอาชญากร หรือสำนักงานพิสูจน์หลักฐานจังหวัด ที่ตรวจสอบประวัติบุคคลแล้วแจ้งข้อมูลให้เจ้าอาวาสหรือพระอุปัชฌาย์ทราบภายใน 7 วัน

สอดคล้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ตำรวจตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอบรรพชาอุปสมบท เช่น นำข้อมูลหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้รับการบรรพชาอุปสมบทในกรุงเทพมหานคร ส่งที่กองทะเบียนประวัติอาชญากรเพื่อตรวจสอบให้เสร็จภายใน 15 วัน เพื่อส่งผลตรวจประวัติให้แก่เจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

เบื้องหลังมาตรการนี้เกิดขึ้นได้เนื่องจากพบว่าหลายคดีผู้ก่อเหตุมักหลบหนีไปซุกซ่อนตัวอยู่ตามวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดในต่างจังหวัดคือเป้าหมายสำคัญ ต่อไปวงการสงฆ์จะทำให้เราทุกคนกราบไหว้อย่างสนิทใจเหมือนเช่นเคย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ