ผลลบจากมังกรติดหวัด

วันที่ 06 มี.ค. 2562 เวลา 10:00 น.
ผลลบจากมังกรติดหวัด
เรื่อง ณ กาฬ เลาหะวิไลย

สัญญาณเศรษฐกิจในปีนี้ แสดงออกมาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ดูเหมือนว่าจะเป็นปีที่เหนื่อยหนัก

ล่าสุดพญามังกรอย่างจีน ก็วาดภาพให้เห็นถึงความถดถอยที่จะเกิดขึ้น

เมื่อต้นสัปดาห์ นายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง แถลงรายงานปฏิบัติการของรัฐบาลประจำปี ระหว่างพิธีเปิดการประชุมสภาประชาชนแห่งชาติจีน (National People’s Congress : NPC) ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง

ประเด็นสำคัญคือจีน ลดกรอบการเติบโตทางเศรษฐกิจลงมา จากเดิมที่เคยคาดว่าจะเติบโต 65% ก็ปรับเป็น 6-6.5%

เหตุที่มีการกำหนดเป้าขั้นต่ำก็เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งสงครามการค้ากับสหรัฐอเมริกา หนี้สินของจีน รวมถึงการอัดฉีดทุนให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการเอกชนของจีน

มาตรการที่จีนจะใช้สำหรับการดูแลเศรษฐกิจ มีทั้งนโยบายการคลัง และนโยบายการเงิน

สำหรับนโยบายการคลัง รัฐบาลจะอัดฉีดเงินงบประมาณเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ โดยใช้เงินกว่า 23 ล้านล้านหยวน หรือราวๆ 115 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 6.5%

ขณะที่ในแง่นโยบายการเงินจะผ่อนปรนในระดับที่เหมาะสม โดยรักษาเสถียรภาพของค่าเงินหยวนเอาไว้ แต่จะไม่ใช่การที่ผลักดันให้ธนาคารชาติของจีน เข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการทางการเงิน

นโยบายเศรษฐกิจมหภาคทั้งหมด จะนำไปสู่การให้ความสำคัญของการจ้างงาน เพราะการจ้างงานจะมีผลโดยตรงต่อการรักษาอัตราการเติบโต และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ในปีนี้จีนตั้งเป้าหมายการสร้างตำแหน่งงานใหม่ในเขตเมือง 11 ล้านตำแหน่ง โดยลดลงจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 13.6 ล้านตำแหน่ง

เป้าอัตราว่างงานในเขตเมืองจะอยู่ที่ราว 5.5% เทียบกับ 5.1% ในปีที่แล้ว

ส่วนอัตราเงินเฟ้อกำหนดไว้ไม่เกิน 3% ระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา

ปัญหาเศรษฐกิจในปีนี้ จีนมองว่ามีความซับซ้อนยิ่งกว่าในอดีต โดยแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ จะปรากฏให้เห็นตั้งแต่ครึ่งแรกของปี

ทั้งหมดทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจของจีน อาจอยู่ในภาวะถดถอยลงกว่าเดิม เหมือนพญามังกรเริ่มติดหวัด และรัฐบาลจีนต้องใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มงบประมาณการลงทุนภาครัฐ

เมื่อเศรษฐกิจจีนอยู่ในภาวะดังกล่าว ก็ย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยด้วยเช่นกัน

อย่าลืมว่า จีนเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย เมื่อเศรษฐกิจจีนถอยหลัง การส่งออกของไทยก็จะมีปัญหา

นอกจากนั้น จีนยังเป็นตลาดส่งออก และเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 1 ของกลุ่มอาเซียน โดยผลของเศรษฐกิจจีนจะกระทบกับอาเซียน และส่งผลโดยอ้อมถึงไทยอีกเช่นกัน

ท่ามกลางปัจจัยทางเศรษฐกิจเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องเตรียมหาทางในการป้องกัน เผชิญกับแรงกดดันที่กำลังก่อตัวและเห็นชัดขึ้นทุกขณะ

ใครจะมา ใครจะไป ก็เตรียมตัวกันให้ดี

สิ่งที่รออยู่ไม่ใช่คืนวันฝันหวานเอาเสียเลย